"คำว่า 'ความจริง' ในห้องปิดตาย มันก็เหมือนเศษแก้วในมือคุณรินทร์นั่นแหละครับ ยิ่งพยายามกำแน่นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งบาดลึกเข้าไปในเนื้อจนเลือดไหล... แต่สุดท้าย คุณก็ยังดึงดันจะแบกมันไว้ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางประกอบมันกลับมาเป็นกระจกบานเดิมได้หรอก"
เสียงทุ้มต่ำของศรุตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องรับรองของคฤหาสน์รัตติกาล กลิ่นอายของกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะไม้สักทองผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นจากฝนที่เพิ่งซาลงด้านนอก รินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกราบจ้องมองกระดาษบันทึกคำให้การในมือ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—จังหวะเดียวกับเข็มนาฬิกาโบราณที่ฝังอยู่บนผนังห้อง ซึ่งกำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจ
ศพของท่านประธานธนาธรยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ที่ชั้นบน ท่ามกลางห้องกระจกเงาที่ไร้ทางเข้าออกอื่นนอกจากประตูที่ลงกลอนจากด้านใน แต่ในสายตาของนักสืบอิสระผู้ยึดมั่นในลอจิก ห้องปิดตายไม่ใช่ปาฏิหาริย์ มันคือสมการทางฟิสิกส์ที่ยังมีตัวแปรบางตัวถูกซ่อนไว้ และตัวแปรเหล่านั้น... กำลังนั่งรออยู่หลังบานประตูห้องนี้
"เชิญคนแรกเข้ามาได้ ศรุต" รินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาไหววูบด้วยประกายคมกริบ ความทรงจำสีเลือดจากคดีเก่าแวบเข้ามาในหัวชั่วเสี้ยววินาที—ภาพของคนที่เขาปกป้องไม่ได้ ภาพที่เคยเกือบทำให้เขาโยนผ้าทิ้งจากวงการสืบสวน แต่เขาดึงตัวเองกลับมาปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว อดีตแก้ไขไม่ได้ แต่ปัจจุบัน... เขาต้องไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สอง
ประตูกลอนไม้ถูกผลักเปิดออก ชายวัยกลางคนในชุดสูทเข้ารูปก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงเกินเหตุ นที เลขานุการส่วนตัวผู้ดูแลผลประโยชน์ทั้งหมดของตระกูล นทีขยับเนคไทเล็กน้อยก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มบางเบาถูกประดับไว้บนใบหน้าอย่างจงใจจนดูฝืนธรรมชาติ
"คุณรินทร์คงมีคำถามมากมายสินะครับ เชิญถามได้เลย ผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง... ท่านประธานจากไปอย่างกะทันหัน พวกเราทุกคนต่างก็เสียใจ" นทีชิงพูดขึ้นก่อน พร้อมกับยกมือขึ้นประสานกันบนตัก นิ้วโป้งของเขากำลังหมุนวนไปมา—อาการทางจิตวิทยาที่บ่งบอกถึงความวิตกกังวล แม้ปากจะบอกว่าไร้ความกังวลก็ตาม
รินทร์ยังไม่เอ่ยปากทักท้วง เขาปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน ความกดดันในห้องเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งนทีเริ่มขยับตัวอึดอัด สายตาของเลขานุการหนุ่มเหลือบมองไปทางหน้าต่างชั่วขณะ
"คุณนทีบอกว่า ตอนเกิดเหตุ คุณอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ปีกตึกด้านตะวันตกตลอดทั้งคืน เพื่อเคลียร์บัญชีงบดุลของบริษัทใช่ไหมครับ?" รินทร์เริ่มเปิดประเด็น น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ แต่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกน
"ใช่ครับ ผมทำงานจนถึงตีสองครึ่ง ถึงได้เดินกลับห้องพัก..."
"แปลกจังนะครับ" รินทร์แทรกขึ้นทันที ดวงตาคมกริบจ้องทะลุเข้าไปในม่านตาของอีกฝ่าย "ในรายงานการใช้ไฟฟ้าของคฤหาสน์ ระบบเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหวที่ปีกตึกตะวันตก ระบุว่าไม่มีการเปิดไฟหรือเคลื่อนไหวใดๆ เลยตั้งแต่เที่ยงคืนตรง จนถึงตีห้า... ถ้าคุณอยู่ในห้องนั้นจริง ทำไมคุณถึงนั่งทำงานในความมืดสนิท หรือคุณมีตาสبวตแบบแมวป่ากันแน่?"
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบทันที นทีชะงักไปชั่ววินาที รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาที่เคยสงบนิ่งเริ่มฉายแววตื่นตระหนก แต่เพียงเสี้ยววินาที เขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว
"อ๋อ... ผม... ผมหมายถึง ผมนั่งทำงานที่โต๊ะข้างหน้าต่างครับ อาศัยแสงจันทร์และแสงไฟจากสนามหญ้าด้านนอก ผมประหยัดพลังงานตามนโยบายของท่านประธานน่ะครับ" นทีแก้ตัวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคง แต่เหงื่อเม็ดเล็กๆ กลับผุดขึ้นที่ขมับซ้าย
ศรุตที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องส่งเสียงหึในลำคอเบาๆ เป็นเชิงเย้ยหยัน รินทร์ไม่โต้แย้งคำแก้ตัวนั้น เขากลับเลื่อนเอกสารแผ่นถัดไปขึ้นมาแทน
"คำแก้ตัวฟังดูสมเหตุสมผลดี... แต่ถ้าผมบอกว่า หลักฐานชิ้นที่สองที่คุณทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ มันไม่ได้บอกว่าคุณอยู่ในความมืดล่ะ" รินทร์วางรูปถ่ายชิ้นหนึ่งลงกลางโต๊ะ ภาพถ่ายรอยนิ้วมือแฝงที่ถูกโรยด้วยผงคาร์บอนบนขอบกรอบหน้าต่างด้านในห้องกระจกปิดตาย "รอยนิ้วมือนี้ ตรงกับฐานข้อมูลลายนิ้วมือของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ คุณนที... คุณจะอธิบายอย่างไรว่า ลายนิ้วมือของเลขาฯ ผู้เคร่งครัด ไปอยู่บนกรอบหน้าต่างของห้องนอนท่านประธาน ซึ่งถูกล็อกตายจากด้านใน และไม่มีใครเคยเข้าไปทำความสะอาดมาสามวันแล้ว?"
นทีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัด มือที่เคยประสานกันเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย เขาอ้าปากพะงาบๆ เหมือนคนกำลังจะจมน้ำแต่ไร้เสียงร้องขอความช่วยเหลือ ความมั่นใจทั้งหมดเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา
ก่อนที่นทีจะทันได้เปล่งคำแก้ตัวใดๆ ออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ศรุตขมวดคิ้วเดินไปเปิดประตูด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อบานประตูเปิดออก ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิทก็ก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้อินวิเตชัน นัยน์ตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับเหยียดยิ้มเยือกเย็นจนน่าขนลุก
"ขอโทษนะคะที่ต้องขัดจังหวะการสอบสวนสนุกๆ ของพวกคุณ..." เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น พร้อมกับวางกล่องดนตรีไม้เก่าคร่ำครึลงบนโต๊ะข้างๆ กองเอกสารคดี "แต่ฉันคิดว่า... คุณรินทร์คงอยากรู้มากกว่าว่า ทำไม 'หน้ากากเงิน' ถึงทิ้งกล่องนี้ไว้บนเตียงนอนของฉันเมื่อคืนนี้ พร้อมกับโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของคนที่ตายไปแล้วสิบปี... คนที่เป็นแม่ของฉันเอง"
รินทร์นิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ เมื่อก้มลงมองกระดาษโน้ตที่โผล่อออกมาจากกล่องดนตรี ลายมือเส้นนั้น... มันคือลายมือเดียวกับรายงานคดีเก่าที่เคยทำลายชีวิตเขาเมื่ออดีต!
ขอบคุณที่ร่วมไขปริศนาไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — นักสืบแว่นขยาย
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 7
การสอบสวนเริ่มต้น
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!