เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 11

จดหมายจากอดีต

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"นิ่งไว้ศรุต... อย่าขยับไปไหนทั้งนั้น" ผมกระซิบผ่านความมืด เสียงของผมแหบพร่าและสั่นไหวเพียงเล็กน้อยด้วยความตึงเครียด กลิ่นคาวเลือดที่ลอยอบอวลไม่ได้มาจากศพ แต่มันเหมือนกลิ่นโลหะที่เคลือบอยู่บนปลายลิ้นของผมเอง แรงสั่นสะเทือนจากเสียงกระซิบข้างหูเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความเย็นยะเยือกไว้ที่ต้นคอ "รินทร์... คุณไหวไหม" เสียงของศรุตดังขึ้นจากทิศทางที่ผมคาดว่าเขาควรจะอยู่ เขาเป็นคนใจเย็นเสมอ แต่น้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบของเขานั้นสั่นจนผิดสังเกต "ไฟดับทั้งคฤหาสน์... นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่" ผมไม่ตอบคำถามนั้น มือขวาของผมล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทเพื่อหยิบไฟฉายขนาดพกพา แต่ทว่าปลายนิ้วกลับสัมผัสเข้ากับบางอย่างที่ต่างออกไป... มันเป็นซองจดหมายกระดาษสาที่เปียกชื้นและมีพื้นผิวขรุขระเหมือนผ่านการแช่น้ำมานาน จดหมายที่ผมมั่นใจว่าไม่เคยมีอยู่ในกระเป๋านี้มาก่อน *แกร๊ก...* เสียงโลหะกระทบกันดังมาจากมุมมืดด้านหลังเรา ผมคว้าไฟฉายกดเปิดพร้อมหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว ลำแสงสีขาวนวลพุ่งผ่านความมืดไปปะทะกับกำแพงที่ว่างเปล่า ไม่มีฆาตกร ไม่มีเงา... มีเพียงรูปภาพวาดสีน้ำมันเก่าคร่ำครึที่ถูกกรีดจนขาดวิ่น ราวกับต้องการสื่อถึงความโกรธแค้นที่อัดอั้น "ไปที่ห้องสมุด" ผมสั่งเสียงเข้ม "ถ้ามันเป็นเกมที่ไอ้หน้ากากเงินต้องการเล่น เราก็ต้องหาจุดเริ่มต้นของเกมให้เจอ" เราก้าวเดินด้วยความระมัดระวังไปตามโถงทางเดินที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นกระหน่ำ เมื่อถึงห้องสมุด ผมรีบปิดประตูและล็อกกลอนทันที แสงไฟจากไฟฉายส่องกระทบโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ ตรงกลางโต๊ะมีซองจดหมายฉบับหนึ่งวางทับอยู่บนสมุดบันทึกที่เปิดค้างไว้ ผมหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา สัมผัสแรกที่ได้รับคือความเย็นเยียบ มือของผมสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อพลิกไปดูด้านหลัง เห็นตราประทับครั่งสีแดงรูปกุหลาบก้านหัก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ 'มินตรา' คนรักที่เสียชีวิตไปแล้วของผมมักใช้ปิดผนึกจดหมายเสมอ "รินทร์... นั่นมันจดหมายของใคร" ศรุตถามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ผมไม่ตอบ ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ลายมือหวัดๆ บนซองจดหมายนั้นช่างคุ้นตาจนน่าใจหาย มันคือลายมือของมินตรา... คนที่ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อนในคดีฆาตกรรมที่ผมไม่สามารถแม้แต่จะจับตัวคนร้ายได้ ผมค่อยๆ บรรจงฉีกซองจดหมายออก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่เธอเคยใช้เป็นน้ำหอมประจำตัวโชยออกมาทันที มันเหมือนการเปิดกล่องความทรงจำที่ผมพยายามฝังลึกเอาไว้ในส่วนที่มืดมิดที่สุดของหัวใจ ข้อความข้างในเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้มเพียงสั้นๆ ว่า: *'ความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ ซ่อนอยู่ในกระจกเงาที่สะท้อนภาพคนตาย ถ้าเธอยังอยากไถ่โทษให้ฉัน จงกลับไปที่ห้องใต้ดิน... ที่ซึ่งความมืดเริ่มก่อตัวเป็นครั้งแรก'* "รินทร์? อ่านว่าอะไร" ศรุตขยับเข้ามาใกล้ ผมกำจดหมายในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ความโกรธแค้นและเศร้าเสียใจตีรวนอยู่ในอก หากนี่เป็นฝีมือของไอ้หน้ากากเงิน มันกำลังเล่นตลกกับความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกที่สุดในชีวิตผม มันกำลังบอกว่าความตายของมินตราไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่มันจัดเตรียมไว้ให้ผมตั้งแต่วันนั้น "มันบอกให้ผมไปที่ห้องใต้ดิน ศรุต" ผมเงยหน้าขึ้น ดวงตาของผมคงแดงก่ำด้วยความโกรธ "มันรู้เรื่องคดีของมินตรา... และดูเหมือนว่า 'ความจริง' ที่ผมพยายามหนีมาตลอดสามปี กำลังรอให้ผมเข้าไปกระชากหน้ากากของมันออกมา" "คุณต้องระวังให้มากนะรินทร์ ถ้ามันเป็นกับดัก..." ศรุตเตือน แต่ผมไม่ได้สนใจคำเตือนนั้นอีกต่อไป ผมตัดสินใจเดินมุ่งหน้าไปยังประตูห้องใต้ดินที่อยู่หลังชั้นหนังสือ ทันทีที่ผลักบานประตูหนักๆ นั่นออกไป กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินลอยปะทะเข้าจมูก แสงไฟฉายส่องลงไปตามขั้นบันไดไม้ที่ผุพัง ทุกย่างก้าวที่เดินลงไปเสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังก้องสะท้อนไปมาเหมือนเสียงกระซิบจากวิญญาณ เมื่อถึงด้านล่าง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ห้องเก็บของธรรมดา แต่มันคือห้องโถงกว้างที่ถูกจัดวางด้วยกระจกเงาบานใหญ่หลายบานวางเรียงรายกันในองศาที่ซับซ้อน กลางห้องนั้นมีเก้าอี้ไม้เก่าตัวหนึ่งตั้งอยู่ และบนเก้าอี้ตัวนั้น... "ศรุต... มองดูนั่น" ผมหยุดกึก ลมหายใจสะดุดก้อน ศรุตส่องไฟไปตามทางที่ผมชี้ บนเก้าอี้ตัวนั้นไม่ได้มีใครนั่งอยู่ แต่กลับมี 'กล่องดนตรี' เก่าๆ ใบหนึ่งวางทิ้งไว้ มันเป็นกล่องดนตรีที่มินตราเคยได้รับเป็นของขวัญจากผมในวันครบรอบ... และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือสิ่งที่วางอยู่ข้างๆ กล่องดนตรี มันคือ 'หน้ากากเงิน' ที่มีคราบเลือดสดๆ เปื้อนอยู่ตรงบริเวณดวงตา ในวินาทีนั้นเอง แสงไฟในห้องใต้ดินที่มืดสนิทก็สว่างวาบขึ้นด้วยตะเกียงน้ำมันที่ถูกจุดทิ้งไว้โดยใครบางคน ภาพสะท้อนในกระจกนับสิบบานตรงหน้า เริ่มฉายภาพซ้อนทับกันอย่างบิดเบี้ยว ผมไม่ได้เห็นแค่เงาของตัวเอง แต่ผมเห็นเงาของมินตรากำลังยืนอยู่ข้างหลังผมในกระจกบานนั้นจริงๆ! เธอกำลังยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงให้เงียบ ก่อนจะเลื่อนมือมาวางที่บ่าของผมอย่างแผ่วเบา... สัมผัสที่เย็นเฉียบจนผมขนลุกชันไปทั้งตัว "รินทร์... ดูที่กระจกบานกลางนั่นสิ" เสียงของศรุตแห้งผาก เหมือนคนขาดใจ "นั่นไม่ใช่เงา... แต่มีคนกำลังเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระจกจากอีกฝั่งหนึ่ง!" ผมหันไปมองตามนิ้วของศรุต และสิ่งที่เขียนอยู่บนกระจกด้วยเลือดสดๆ นั้นก็ทำให้เลือดในกายผมแทบแข็งตัวไปชั่วขณะ มันไม่ใช่ข้อความท้าทาย แต่มันคือชื่อของผม... ที่ถูกเขียนทับด้วยวันที่ของ 'วันพรุ่งนี้' ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%