เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 12

ความโกรธแค้นของแขก

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"วางปืนลงเดี๋ยวนี้ครับ คุณวิชัย! สติของคุณกำลังถูกความกลัวกัดกินจนไม่เหลือเหตุผลแล้วนะ!" รินทร์ รัตนโชติ ตะโกนก้อง เสียงของเขาเฉียบขาดและเยือกเย็นท่ามกลางความโกลาหลภายในโถงกลางของคฤหาสน์รัตติกาล แสงไฟจากแชนเดอเลียร์บนเพดานวูบไหวสั่นระริก ราวกับหัวใจของแขกเหรื่อที่ต่างพากันถอยกรูดไปติดกำแพง วิชัย เศรษฐีวัยกลางคนผู้เคยสง่างาม บัดนี้สภาพของเขาดูไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่จนตรอก ดวงตาเบิกโพลงฉายแววหวาดระแวงสุดขีด ปืนพกสั้นในมือสั่นเทาจนเห็นได้ชัด เขาไม่ได้เล็งไปที่รินทร์ แต่เขากำลังกวาดสายตาไปรอบๆ ราวกับเห็นเงาของมัจจุราชที่ไม่มีใครมองเห็น นอกจากตัวเขาเอง "แก... แกก็น่าจะรู้ดีนี่ รินทร์!" วิชัยตะคอกกลับ เสียงของเขาสั่นเครือและแหบแห้ง "มันไม่ได้อยู่ในห้องนั้น! มันไม่ได้อยู่ในกระจก! แต่มันอยู่ในนี้... ในบ้านหลังนี้! พวกแกทุกคนคือตัวหมากที่มันวางไว้!" ศรุต ขยับตัวเข้ามาใกล้รินทร์ช้าๆ มือขวาของเขาวางอยู่ใกล้ซองปืนที่เอวอย่างระแวดระวัง สายตาของอดีตตำรวจสายสืบมองสำรวจทุกซอกมุมของห้อง "ใจเย็นๆ ครับคุณวิชัย ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ ถ้าคุณยอมวางปืนลง เราจะหาทางออกไปจากที่นี่ด้วยกัน" "ทางออกงั้นเหรอ?" วิชัยหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะฟังดูเสียดแทงและน่าสะพรึงกลัว "ในเมื่อประตูปิดตายทุกบาน หน้าต่างทุกบานถูกตอกด้วยเหล็กกล้า ราวกับเราอยู่ในโลงศพที่รอการฝังดิน! ฉันไม่ยอมตายที่นี่! ฉันมีลูก มีเมียรออยู่!" ทันใดนั้น วิชัยก็หันหลังขวับแล้ววิ่งฝ่าวงล้อมของแขกคนอื่นๆ ไปทางปีกซ้ายของคฤหาสน์ซึ่งเป็นโซนที่มืดมิดและไม่ได้รับการเปิดใช้งานมานานนับทศวรรษ รินทร์ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวตามไปทันทีโดยมีศรุตวิ่งขนาบข้าง "หยุดนะคุณวิชัย! ทางนั้นมันเป็นทางตัน!" รินทร์ตะโกนไล่หลัง เสียงฝีเท้าของวิชัยดังก้องสะท้อนไปมาตามทางเดินหินอ่อนที่เย็นเยียบ พวกเขาเลี้ยวผ่านหัวมุมโถงทางเดินไปเพียงเสี้ยววินาที รินทร์เห็นแผ่นหลังของวิชัยวิ่งลับหายเข้าไปในห้องเก็บของสุดทางเดิน ซึ่งมีเพียงบานประตูไม้เก่าๆ กั้นอยู่ รินทร์และศรุตกระแทกประตูเปิดออกในจังหวะต่อมา แต่วินาทีที่แสงไฟจากไฟฉายในมือของศรุตกวาดไปทั่วห้อง ทั้งคู่ถึงกับต้องชะงักงัน ห้องเก็บของนี้ว่างเปล่า หน้าต่างทุกบานถูกปิดตายด้วยแผ่นไม้ที่ผุพังแต่ยังคงสภาพแน่นหนา ไม่มีร่องรอยของการงัดแงะ ไม่มีทางลับใต้พื้นพรม ไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากประตูบานเดียวที่พวกเขาเพิ่งเดินเข้ามา "หายไปไหน..." ศรุตพึมพำขณะสาดไฟไปทั่วทุกมุมห้อง "เป็นไปไม่ได้... เราวิ่งตามมาติดๆ เขาไม่มีทางจะหายตัวไปได้เร็วขนาดนี้" รินทร์ไม่ได้ตอบ เขาเดินไปที่มุมหนึ่งของห้อง ดวงตาคมกริบสังเกตเห็นเศษผงฝุ่นที่กระจัดกระจายไม่สม่ำเสมอ เขาคุกเข่าลง แตะสัมผัสพื้นไม้ที่ดูเหมือนจะแน่นหนา แต่มีบางอย่างผิดปกติ... กลิ่นของน้ำมันสนอ่อนๆ ลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ไม่ควรจะอยู่ในห้องร้างที่ไม่มีใครย่างกรายเข้ามาหลายปี เขาลุกขึ้นยืน สายตาจดจ้องไปที่กระจกบานใหญ่ที่พิงอยู่กับผนังมุมห้อง เป็นกระจกเงาเก่าแก่ที่มีรอยร้าวเป็นทางยาวตรงกลาง สะท้อนภาพของรินทร์และศรุตที่ดูหม่นหมองในแสงไฟฉาย "ศรุตครับ" รินทร์เรียกเสียงต่ำ "คุณจำที่วิชัยพูดได้ไหม? 'มันไม่ได้อยู่ในห้องนั้น แต่คนคนนั้นคือตัวหมาก' ถ้าวิชัยไม่ได้หายไปเพราะประตูหรือหน้าต่าง..." รินทร์ยื่นมือออกไปสัมผัสที่ขอบกระจก เขาพบรอยรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดจางๆ ที่มุมล่างของกรอบกระจก รอยนิ้วมือนั้นไม่ได้อยู่ที่ผิวหน้ากระจก แต่มันอยู่ที่ตัวกรอบไม้ที่ถูกบากไว้อย่างประณีต "เขามีใครบางคนรออยู่ที่นี่" รินทร์กล่าวพลางออกแรงกดเบาๆ ที่รอยบากนั้น ทันใดนั้น เสียงกลไกเหล็กกระทบกันดังกริ๊กขึ้นจากด้านหลังผนัง ผนังไม้ที่ดูแข็งแรงพลันขยับเขยื้อนเปิดออกเป็นช่องแคบๆ เพียงพอให้คนคนหนึ่งลอดผ่านไปได้ "ทางลับ..." ศรุตอุทานด้วยความตกตะลึง รินทร์พุ่งตัวเข้าไปในช่องลับนั้นโดยไม่ลังเล ศรุตวิ่งตามไปติดๆ ทางเดินแคบและมืดมิดทอดตัวลงสู่ชั้นใต้ดิน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นโลหะสนิมคละคลุ้งไปทั่ว เมื่อสุดทางเดิน ทั้งคู่พบกับห้องลับขนาดเล็กที่มีเพียงเก้าอี้ไม้ตัวเดียววางอยู่กลางห้อง บนเก้าอี้ตัวนั้นไม่มีร่างของวิชัย... แต่กลับมี 'หน้ากากเงิน' วางทิ้งไว้อยู่บนเบาะ พร้อมกับจดหมายที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ สั่นๆ รินทร์หยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน เนื้อความในนั้นทำเอาเลือดในกายของเขาร้อนผ่าว *‘นักสืบผู้ยึดมั่นในลอจิก... เจ้าตามหาวิญญาณที่หลงทางไม่พบหรอก เพราะตอนนี้เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของเงาที่เจ้าพยายามจะฉีกกระชากออกมาจากกระจกแล้ว หันกลับไปมองข้างหลังสิ... รินทร์... บางทีวิชัยอาจจะไม่ได้หนีไปไหน แต่เขากำลังยืนดูเจ้าอยู่ข้างหลังตลอดเวลา’* รินทร์ตัวแข็งทื่อ เขาไม่ได้หันไปในทันที แต่เขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่รดรินอยู่บริเวณต้นคอ ลมหายใจที่เย็นเยียบและแผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก... แต่ทว่าชัดเจนเกินกว่าจะเป็นภาพหลอน! ศรุตชักปืนขึ้นเล็งไปที่ด้านหลังของรินทร์ แต่เสียงของเขาสั่นเครือจนน่าใจหาย "รินทร์... อย่าขยับ... มีคน... มีคนยืนอยู่ข้างหลังคุณ!" ในจังหวะที่รินทร์กำลังจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเงามืดนั้น เขาก็พบว่าเงาที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ภาพของเขาและศรุตเท่านั้น แต่ที่มุมหนึ่งของภาพสะท้อนนั้น... มีใบหน้าของวิชัยที่กำลังยิ้มกว้างด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยวผิดมนุษย์ พร้อมกับดวงตาที่กลายเป็นสีดำสนิท! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ **นักสืบแว่นขยาย**
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%