เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 18

สายลับในกลุ่ม

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"วางนาฬิกาพกเรือนนั้นลง เดี๋ยวนี้!" ผมตะโกนก้อง เสียงของผมสะท้อนไปมาในห้องกระจกจนกลายเป็นเสียงประสานที่น่าสะอิดสะเอียน ร่างในหน้ากากเงินไม่ได้ขยับเขยื้อน มันยืนนิ่งดุจรูปปั้นหินท่ามกลางเงาสะท้อนนับร้อยของตัวมันเอง นาฬิกาพกสีเงินในมือของมันกะพริบแสงวับวาวราวกับดวงตาของปีศาจที่กำลังเยาะเย้ยผม ก่อนที่มันจะหมุนตัวแล้วก้าวถอยหลังเข้าสู่ความมืดมิดของมุมห้อง ผมพุ่งตัวตามไปทันที หัวใจเต้นรัวแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความโกรธแค้นและคำถามที่ค้างคาใจตลอดห้าปีปะทุขึ้นจนผมแทบควบคุมสติไม่อยู่ ทว่าเมื่อผมคว้าหมับไปที่เงาตรงหน้า สิ่งที่สัมผัสได้กลับมีเพียงความเย็นเยียบของกระจกเงาที่ไร้รอยต่อ "รินทร์! หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงศรุตดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดเข้ามาทำให้ห้องกระจกที่ดูเหมือนเขาวงกตกลับคืนสู่สภาพความเป็นจริง "ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น นายกำลังหลอนไปเอง!" ผมหอบหายใจรุนแรง สายตายังคงจับจ้องไปที่มุมห้องที่ว่างเปล่า ผมมั่นใจ... ผมเห็นมันจริงๆ ร่องรอยของหน้ากากเงิน การเคลื่อนไหวที่ไร้เสียง และนาฬิกาเรือนนั้น หากมันเป็นแค่ภาพหลอน แล้วนาฬิกาของนันท์ที่ควรจะสูญหายไปในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อนจะมาปรากฏให้เห็นในความทรงจำที่แจ่มชัดขนาดนี้ได้อย่างไร "ผมไม่ได้ตาฝาด ศรุต" ผมหันไปหาเขา พยายามปรับน้ำเสียงให้เรียบเฉยที่สุดแม้จะยังสั่นเทา "มันอยู่ที่นี่ มันอยู่ในห้องนี้กับเรา" ศรุตลดไฟฉายลง ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยความกังวล "นายพักผ่อนน้อยเกินไปนะรินทร์ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เราได้จากที่เกิดเหตุไม่บ่งชี้เลยว่ามีใครอื่นนอกจากพวกเราห้าคนในคฤหาสน์หลังนี้ ถ้ามีคนนอกแอบเข้ามา ระบบเซนเซอร์ต้องแจ้งเตือน แต่นี่ไม่มีเลยสักนิดเดียว" เขาเดินเข้ามาใกล้ผม แววตาที่เคยมุ่งมั่นของเขาบัดนี้ดูอ่อนแสงลง "หรือว่า... นายกำลังสงสัยคนในกลุ่มเรางั้นหรือ?" ผมเงียบไปชั่วขณะ คำถามของศรุตจี้จุดสำคัญที่ผมพยายามปฏิเสธมาตลอดห้าปี ในกลุ่มผู้ร่วมเดินทางที่ถูกเชิญมายังคฤหาสน์กระจกแห่งนี้ ประกอบด้วยคนที่มีปูมหลังเกี่ยวพันกับคดีของนันท์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหมอพงศ์ธรผู้เป็นแพทย์ชันสูตรศพในคดีนั้น, คุณหญิงมณีรัตน์ที่มีความแค้นส่วนตัวกับครอบครัวนันท์, หรือแม้แต่ทนายวิชัยที่ดูแลพินัยกรรมฉบับสุดท้าย "ศรุต" ผมเรียกเขาเบาๆ "นายจำได้ไหมว่าใครเป็นคนถือกระเป๋าอุปกรณ์หลักในคืนที่ระบบไฟฟ้าดับเมื่อชั่วโมงก่อน" "ทุกคนแยกย้ายกันไปตามจุดที่นัดหมายไว้ นายก็รู้ว่าเราทุกคนต้องแยกกันเพื่อตรวจสอบสัญญาณชีพ" เขาตอบทันทีโดยไม่มีท่าทีลังเล "นั่นแหละปัญหา" ผมพึมพำ "คนที่ถือกระเป๋าอุปกรณ์นั่นแหละ คือคนที่มีโอกาสเปลี่ยนตัวอุปกรณ์สื่อสารหรือแอบติดกล้องวงจรปิดตัวจิ๋วไว้ในห้องกระจก... เพื่อให้พวกเราเห็นภาพลวงตา" บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ศรุตจ้องหน้าผมนิ่ง ราวกับเขากำลังอ่านความคิดผม หรือบางที... กำลังประเมินว่าผมรู้ความลับอะไรไปมากน้อยแค่ไหน "รินทร์ นายกำลังเริ่มระแวงแม้กระทั่งคนข้างตัวนายเอง" ศรุตพูดขึ้นช้าๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันดูสุขุมจนน่าขนลุก "การระแวงคือจุดเริ่มต้นของการสูญเสียเหตุผล และการสูญเสียเหตุผล... คือวิธีที่ฆาตกรใช้ล่อลวงนายเข้าสู่กับดัก" "แล้วนายล่ะ ศรุต" ผมสวนกลับทันควัน "นายไม่เคยสงสัยอะไรเลยหรือ? ทำไมข้อมูลหลักฐานทั้งหมดถึงมักจะมาถึงมือนายก่อนผมเสมอ? ทำไมรอยนิ้วมือที่ควรจะปรากฏบนนาฬิกาพก ถึงหายไปอย่างเป็นปริศนาทุกครั้งที่นายเป็นคนดูแลหลักฐาน?" ศรุตชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏที่มุมปากของเขา แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มของมิตรภาพที่ผมคุ้นเคย เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ท่าทางที่เขาทำเป็นประจำนั้นดูต่างไปจากเดิม ราวกับว่าตอนนี้ผมกำลังมองคนแปลกหน้าที่นั่งข้างผมมานานหลายปี "การตั้งคำถามน่ะเป็นเรื่องดี แต่นายต้องรู้จักเลือกคนถาม" ศรุตขยับเข้าไปใกล้ผมจนเกือบชิด "บางครั้ง คนที่นายไว้ใจที่สุด อาจเป็นเพียงแค่กระจกเงาบานที่สอง ที่สะท้อนสิ่งที่นายอยากเห็น เพื่อปิดบังสิ่งที่นายไม่อยากรับรู้" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ประตูห้องกระจกถูกกระชากเปิดออกโดยทนายวิชัยและหมอพงศ์ธร ทั้งคู่มีสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด "รินทร์! ศรุต! พวกคุณอยู่ที่นี่เอง!" ทนายวิชัยหอบแฮก "เกิดเรื่องแล้ว... ในห้องโถงใหญ่... คุณหญิงมณีรัตน์... เธอตายแล้ว!" ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ผมหันไปมองศรุตที่ยังคงยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาไม่มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย เขากลับค่อยๆ หยิบนาฬิกาพกสีเงินที่ผมเคยเห็นในมือฆาตกรออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเขาเอง! "คุณหญิงไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุหรอกนะรินทร์" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น พร้อมกับกดปุ่มเปิดฝานาฬิกาพกออก เสียงดนตรีกล่องเพลงที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "แต่เธอตายเพราะเธอรู้ว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนถือหน้ากากเงินอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้... และเธอก็เผลอพูดชื่อนั้นออกมาให้คนบางคนได้ยิน" ศรุตเงยหน้าขึ้นสบตาผม แสงไฟจากโถงทางเดินสะท้อนหน้ากากเงินที่เขาซ่อนไว้ในมืออีกข้างหนึ่งอย่างชัดเจน "ความจริงที่นายตามหามาห้าปี มันอยู่ตรงหน้านี้แล้วรินทร์... นายพร้อมจะเห็นว่าใครคือฆาตกรตัวจริงหรือยัง?" ผมอ้าปากค้าง แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ เมื่อคนด้านหลังของศรุตค่อยๆ ก้าวพ้นจากเงามืดออกมา... และคนคนนั้นก็คือบุคคลที่ผมเพิ่งจะกล่าวหาไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปกับผมในทุกตอนนะครับ... พบกันใหม่ตอนหน้าครับ นักสืบแว่นขยาย
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%