"ภาพนั้นน่ะ... คุณรินทร์ดูตรงขอบมุมซ้ายล่างสิครับ"
ศรุตเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันภายในห้องทำงาน ร่างสูงใหญ่ของอดีตตำรวจสายสืบกอดอกพิงผนัง ดวงตาคมกริบจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลไฟล์ภาพความละเอียดสูงจากการจำลองที่เกิดเหตุในห้องปิดตาย
รินทร์ รัตนโชติ ไม่ตอบในทันที เขาย่อตัวลงนั่งหน้าจอ กลิ่นยาสูบจางๆ จากมวนที่เขาเพิ่งดับไปเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ เขาขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ ปลายนิ้วเรียวพรมลงบนแป้นพิมพ์เพื่อขยายภาพจุดที่ศรุตระบุไว้
"มุมซ้ายล่าง... ที่มีคราบฝุ่นเกาะอยู่บนกรอบกระจกนั่นน่ะหรือครับ?" รินทร์พึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความตื่นตัวอย่างรุนแรง
"ใช่ครับ มันไม่ใช่คราบฝุ่นธรรมดา" ศรุตเดินเข้ามาใกล้ มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ของรินทร์ "ถ้าเราดูที่การหักเหของแสงในกระจกเงาบานนั้น เงาสะท้อนของตู้หนังสือด้านหลังมันผิดเพี้ยนไปนิดหนึ่ง เหมือนกับว่า... พื้นผิวหน้ากระจกไม่ได้ราบเรียบอย่างที่ตาเห็น"
รินทร์เปลี่ยนโหมดการปรับค่าความคมชัด (Contrast) และค่าความอิ่มตัวของสี (Saturation) ในโปรแกรมวิเคราะห์หลักฐาน ภาพบนจอค่อยๆ ปรากฏความผิดปกติที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้แสงเงา สิ่งที่ดูเหมือนคราบฝุ่นบนกรอบกระจกเริ่มเผยให้เห็นรอยขีดข่วนขนาดจิ๋วที่เรียงตัวกันเป็นสัญลักษณ์บางอย่าง
ลมหายใจของรินทร์สะดุดกึก ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นปราดขึ้นมาตามไขสันหลัง นี่ไม่ใช่รอยบังเอิญ แต่มันคือลายเซ็น... ลายเซ็นของคนที่เขาตามล่ามาตลอดห้าปี
"หน้ากากเงิน..." รินทร์เอ่ยชื่อนี้ออกมาแผ่วเบา แต่หนักแน่นด้วยแรงอาฆาต
"รอยพวกนี้มันบ่งบอกว่ากระจกถูกสลับ" ศรุตวิเคราะห์ต่อ "มันไม่ใช่กระจกเงาธรรมดาในห้องพักแขก แต่มันคือแผ่นกรองแสงชนิดพิเศษที่ใช้ในสตูดิโอถ่ายทำ เพื่อบิดเบือนภาพสะท้อนให้ดูเหมือนว่าห้องปิดตายอยู่ ทั้งที่จริงๆ แล้ว... คนร้ายอาจจะยืนอยู่ในห้องนั้นตั้งแต่นาทีแรก"
รินทร์ไม่ตอบ เขาหยิบรูปถ่ายใบสุดท้ายที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุขึ้นมาเปรียบเทียบกับภาพในจอ เงาสะท้อนในกระจกจากภาพถ่ายที่ดูเหมือนปกติธรรมดานั้น เมื่อมองผ่านเลนส์แว่นขยายที่เขาสวมอยู่ มันกลับเผยความลับที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
ในเงามืดของกระจกที่สะท้อนจากมุมหนึ่งของห้อง มีเค้าโครงของร่างคนรูปร่างสันทัดยืนซ่อนตัวอยู่หลังม่านสีเข้ม ดวงตาของคนผู้นั้นในกระจกดูเหมือนจะจ้องมองกลับมาที่เขาราวกับมีชีวิต
"ศรุต... เปิดไฟล์วิดีโอบันทึกเสียงตอนที่ตำรวจเข้าตรวจค้นห้องนั้นอีกรอบ ผมอยากฟังจังหวะการหายใจของคนในห้องในช่วงวินาทีที่สิบสี่"
"คุณรินทร์ครับ... ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในห้องนอกจากศพนะครับ" ศรุตขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย
เสียงจากลำโพงดังขึ้น เป็นเสียงความวุ่นวายของเจ้าหน้าที่ แต่รินทร์กลับกั้นหายใจ ตั้งสมาธิไปที่เสียงรอบข้าง เสียงแผ่วเบาที่เหมือนเสียงผ้าขยับตัวดังแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงฝีเท้าเจ้าหน้าที่ มันคือเสียงที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในห้องปิดตายที่ไร้ร่องรอยการเข้าออก
"นั่นไงครับ" รินทร์ชี้ไปที่กราฟเสียง "เสียงก้าวเท้า... มันไม่ได้มาจากพื้น แต่มันมาจากผนังด้านหลังกระจก"
"ผนังด้านหลัง?" ศรุตอุทาน "นั่นมันเป็นผนังทึบเชื่อมกับระเบียง ซึ่งปิดตายด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้าจากด้านใน ไม่มีทางที่ใครจะผ่านเข้าไปได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยการงัดแงะเลยนะครับ"
"นั่นแหละครับคือสิ่งที่มันต้องการให้เราคิด" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาของเขาฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "มันใช้หลักการของภาพลวงตา สร้างห้องที่ไร้ทางออกด้วยการหลอกประสาทสัมผัสของเราผ่านกระจกเงา... ศรุต หยิบปืนของคุณไป เราจะไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง เดี๋ยวนี้"
ทั้งสองเร่งรีบออกจากห้องทำงาน ความกดดันในอากาศพุ่งสูงขึ้นราวกับพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ รินทร์ขับรถมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์รัตนวงศ์ด้วยความเร็วสูง ในหัวของเขาเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดใหม่ จิ๊กซอว์ที่เคยกระจัดกระจายเริ่มต่อกันเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น แต่มันกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกอันตรายยิ่งกว่าเดิม
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คฤหาสน์ทั้งหลังเงียบสนิทราวกับป่าช้า แสงจันทร์สลัวทอดผ่านช่องหน้าต่างตกลงบนพื้นไม้ รินทร์เดินตรงไปยังจุดที่กระจกบานนั้นเคยตั้งอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงักกึก คือเสียงปรบมือที่ดังมาจากมุมมืดของห้อง
"ช่างสังเกตได้ไม่เลวเลยนะ คุณรินทร์..."
เสียงทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความเย็นชาดังก้องออกมาจากเงามืด ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาภายใต้แสงจันทร์ หน้ากากเงินที่ดูเรียบหรูไร้อารมณ์สะท้อนแสงไฟสลัว
"ฉันเฝ้ารอมานาน... ที่จะเห็นแววตาแห่งความพ่ายแพ้ของคุณในวันที่คุณรู้ว่าทุกอย่างที่ผ่านมาก... คือภาพลวงตา"
คนผู้นั้นไม่ได้หยิบอาวุธขึ้นมา แต่กลับหยิบกระจกพกพาใบเล็กๆ ขึ้นมาถือไว้ แล้วชี้มาที่รินทร์ ทันใดนั้น เงาสะท้อนในกระจกใบเล็กของคนร้ายก็ปรากฏใบหน้าของรินทร์... แต่ทว่าในเงาสะท้อนนั้น กลับไม่มีศรุตยืนอยู่ข้างหลังเขา ทั้งที่ความเป็นจริง ศรุตยืนอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา
ศรุตชักปืนออกมาทันที แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อรินทร์ยกมือห้ามไว้ ดวงตาของรินทร์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเงาสะท้อนนั้นอย่างชัดเจน
ไม่ใช่แค่ศรุตที่หายไป แต่ในเงาสะท้อนในกระจกของหน้ากากเงิน... มีใครอีกคนยืนถือมีดเล่มคมกริบจ่อที่คอของรินทร์จากด้านหลัง ในขณะที่พื้นที่จริงนั้นว่างเปล่า
"ศรุต... ออกห่างจากผมเดี๋ยวนี้!" รินทร์ตะโกนเสียงหลง ในวินาทีที่เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของคมมีดที่แตะลงบนผิวหนังลำคอของเขาจริงๆ ทั้งที่เขาหันไปดูแล้วก็ไม่พบใครเลย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมนะครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 19
ภาพถ่ายในกระจก
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!