เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 20

กลลวงของกาลเวลา

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
“ศรุต... ออกห่างจากผมเดี๋ยวนี้!” เสียงของผมไม่ได้สั่นเพียงเพราะความกลัว แต่มันสั่นเพราะความโกรธที่พุ่งพล่านอยู่ในอก คมมีดที่จ่อลำคอผมอยู่ไม่ได้มีตัวตนในโลกของภาพสัมผัส แต่มันมีอยู่จริงในโลกของความรู้สึก เย็นเยียบจนน่าขนลุก ราวกับมีวิญญาณร้ายกำลังใช้ความตายมาขู่ขวัญผม “รินทร์! คุณเป็นอะไรไป!” ศรุตถอยกรูดไปด้านหลัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก สายตาของเขาจ้องมองผ่านไหล่ผมไปที่ความว่างเปล่า “ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น! ที่นี่มีแค่เราสองคน!” ผมหดคอหนีสัมผัสที่จางหายไปในพริบตา เหงื่อกาฬซึมออกมาตามไรผม ความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวของเหยื่อรายที่ห้ากดทับจนหูอื้ออึง ผมหยิบแว่นขยายขึ้นมาตรวจสอบพื้นไม้และอากาศรอบตัวอีกครั้ง แม้จะไร้ร่องรอยของบุคคลที่สาม แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความรู้สึกถึง “ลมหายใจของฆาตกร” เข้ามาทักทายผมในจังหวะที่เหนือธรรมชาติเช่นนี้ “ศรุต... ดูนาฬิกานั่น” ผมชี้ไปยังนาฬิกาลูกตุ้มทองเหลืองโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเที่ยงตรงเป๊ะ ทว่าเสียงติ๊กต็อกของมันกลับทิ้งจังหวะแปลกๆ ราวกับมันกำลังขัดแย้งกับตัวเอง ศรุตขยับเข้ามาใกล้ด้วยความระมัดระวัง เขาเป็นตำรวจเก่า เขาเชื่อในสิ่งที่มองเห็นและวัดค่าได้ แต่ผมเชื่อใน “จังหวะ” ของคดี “นาฬิกาเรือนนี้ตายไปตั้งแต่ตอนที่ตำรวจชุดแรกมาถึงไม่ใช่หรือครับ?” ศรุตเอ่ยถามพลางหยิบถุงมือขึ้นมาสวม “ตอนที่พบศพเมื่อสองวันก่อน พวกเขาระบุเวลาตายจากความเย็นของศพและกลไกที่หยุดเดินที่เวลา 02.14 น. แล้วทำไมตอนนี้เข็มถึงเดินได้ล่ะครับ?” ผมเดินเข้าไปหามัน ความสงสัยในใจเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง “เพราะมันไม่ได้หยุดโดยธรรมชาติ แต่มันถูก ‘ตั้งค่า’ ไว้ครับศรุต ฆาตกรไม่ได้ต้องการแค่ฆ่า แต่มันต้องการเล่นเกมกับกาลเวลา” ผมใช้ไขควงขนาดเล็กที่พกติดตัวค่อยๆ คลายฝาครอบกระจกหน้าปัดนาฬิกาออก ความเฉลียวฉลาดของหน้ากากเงินไม่ใช่แค่การลงมือฆ่า แต่คือการจัดฉากที่ทำลายหลักฐานลอจิกพื้นฐาน ผมพบเส้นเอ็นไนลอนใสเส้นเล็กๆ ขดตัวซ่อนอยู่หลังฟันเฟืองจักรกล มันคือกลไกหน่วงเวลาที่ถูกเชื่อมต่อกับแรงดึงจากน้ำหนักของตุ้มเหวี่ยง “ดูนี่สิ” ผมชี้ให้เขาดู “นี่คือจดหมายเหตุของความตายที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้หยุดเพราะกลไกขัดข้อง แต่มันถูกรั้งไว้ด้วยเส้นเอ็นที่ผูกติดกับกลอนประตูห้อง เมื่อประตูถูกเปิดออกแรงดึงจะเปลี่ยนไป ทำให้เข็มนาฬิกาเคลื่อนที่ หรือหยุดลงตามจังหวะที่ฆาตกรต้องการ... พวกเขาสร้างหลักฐานเท็จเรื่องเวลาตายเพื่อให้ใครบางคนมีข้อแก้ตัวที่สมบูรณ์แบบ” ศรุตเบิกตากว้าง “นั่นหมายความว่า... ฆาตกรไม่ได้แค่ฆ่า แต่กำลังสร้าง ‘เหตุการณ์สมมติ’ เพื่อโยนความผิดให้คนที่อยู่ในช่วงเวลาที่เราคิดว่าเขาทำไม่ได้อย่างนั้นหรือครับ?” “ใช่ครับ” ผมตอบพลางหยิบเส้นเอ็นนั้นขึ้นมาตรวจสอบด้วยแว่นขยาย “และคนที่น่าสงสัยที่สุดไม่ใช่คนที่เรากำลังไล่ตามอยู่ แต่เป็นคนที่ถือกุญแจห้องนี้ในวันที่นาฬิกาถูกปรับจูน” เราสองคนยืนนิ่งอยู่ในความสลัวของห้อง แสงไฟสลัวจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเป็นทางยาวกระทบกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายในอากาศ ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันเป็นความเงียบที่เตือนว่าเรากำลังถูกจ้องมองจากมุมใดมุมหนึ่งของห้องนี้ “รินทร์... ฟังผมนะ” ศรุตลดเสียงลงต่ำจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “ถ้าคนร้ายใช้กลไกนี้เพื่อสร้างข้อแก้ตัว แล้วทำไมเขาต้องทิ้งร่องรอยไว้ให้คุณเห็น? เขาต้องการให้เราพบ หรือเขาต้องการล่อเราเข้าสู่กับดักกันแน่?” ผมยังไม่ทันได้ตอบคำถามนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูที่ถูกล็อกตายสนิท ฝีเท้านั้นไม่ได้เดินผ่านทางเดิน แต่มันดูเหมือนดังมาจาก “ใต้พื้นไม้” ที่เราเหยียบอยู่ ผมรีบคว้าปืนพกออกมาจากซองข้างเอว ศรุตเองก็เตรียมพร้อมในท่าทางของอดีตมือปราบ เราสบตากันด้วยความเข้าใจที่ไม่ต้องมีคำบรรยาย “มีคนอยู่ใต้พื้น” ผมพึมพำ ก่อนที่ผมจะทันได้ก้าวเท้าไปที่กลางห้อง แสงไฟในห้องก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง ในวินาทีนั้นเอง เสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่เคยหยุดนิ่งไปแล้ว กลับเริ่มตีระฆังบอกเวลา ทั้งที่มันไม่มีพลังงานเหลืออยู่เลย *เหม่ง... เหม่ง... เหม่ง...* เสียงระฆังดังขึ้นสามครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงกังวานของโลหะ มันคือเสียงกระดูกกระทบกัน! ผมรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แตะลงบนลำคออีกครั้ง แต่มันไม่ใช่คมมีด... มันคือมือของใครบางคนที่โผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลังผม “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง... นักสืบ” เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังอยู่ข้างใบหูของผม เป็นเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช “คุณหาความจริงจากนาฬิกาได้... แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าคนตายไม่มีวันบอกเวลาที่แท้จริงได้หรอก” ผมหมุนตัวกลับหลังพร้อมไกปืนที่ถูกเหนี่ยวลงไปทันที! แสงแฟลชจากปากกระบอกปืนสว่างวาบไปทั่วห้อง เผยให้เห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า... มันคือใบหน้าของ “ศรุต” ที่กำลังยืนฉีกยิ้มให้ผมอย่างเย็นเยียบ ทั้งที่ “ศรุต” อีกคนยังคงยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ ผมในเงามืด มีศรุตสองคนในห้องปิดตายนี้... และหนึ่งในนั้นกำลังค่อยๆ ลอกแผ่นหนังที่ใบหน้าออก เผยให้เห็นหน้ากากเงินที่สะท้อนแสงไฟวิบวับ! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมไขคดีปริศนาไปกับนักสืบแว่นขยายนะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%