เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 23

บาดแผลที่เปิดออก

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้แผลที่แขนคุณฉีกไปมากกว่านี้" เสียงทุ้มต่ำของศรุตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและคราบเลือดจางๆ รินทร์ รัตนโชติ นั่งพิงเก้าอี้หนังตัวเดิม ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนเห็นเส้นเลือดฝาดจางๆ บนขมับ แขนขวาที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวสะอาดตาบัดนี้เริ่มมีหยดเลือดซึมออกมาเป็นวงกว้าง เขาเพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาหมาดๆ จากตึกร้างฝั่งตรงข้ามที่เขาเพิ่งก้าวเข้าไปเพียงลำพัง "ฉันประเมินมันต่ำไป ศรุต" รินทร์เอ่ยเสียงแหบพร่า สายตาของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่บอร์ดสืบสวนที่มีรูปถ่ายศพรายใหม่ติดอยู่ "มันไม่ได้แค่ฆ่า แต่มันกำลัง 'ล้อเลียน' ตรรกะของฉัน" ศรุตวางกล่องปฐมพยาบาลลงบนโต๊ะก่อนจะถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่ารินทร์กำลังกัดกินตัวเองอยู่ภายใน "เราคุยกันแล้วว่านี่คือกับดัก คนที่นายประกาศว่าเขายังมีชีวิตอยู่เมื่อเช้า คือคนเดียวกับที่นอนกลายเป็นศพไร้รอยขีดข่วนในห้องปิดตายห้องนั้น... รินทร์ นายกำลังถูกมันชี้นำ" "ชี้นำงั้นหรือ?" รินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือซ้ายกำหมัดแน่นจนสั่นเทา "มันไม่ใช่การชี้นำ แต่มันคือการ 'สารภาพ' ของฆาตกร มันอยากให้ฉันเห็นว่าสิ่งที่ฉันเชื่อมั่นมาตลอด—หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์—ไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า มันทิ้งร่องรอยไว้เพียงความเงียบ... ศรุต นายเข้าใจไหม ความเงียบที่ตะโกนใส่หน้าเราว่าเราโง่เขลาเพียงใด" "พักก่อนเถอะครับ" ศรุตขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือหนักๆ ลงบนไหล่ของเพื่อนร่วมงาน "บาดแผลที่แขนของนายไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่มันเกิดจาก 'ความประมาท' ที่นายพุ่งเข้าหาเงาในเงามืดนั่น ถ้าวันนี้ฉันไปช้ากว่านี้อีกนิด สิ่งที่นายจะได้เห็นไม่ใช่แค่ศพบนบอร์ด แต่นายจะกลายเป็นหนึ่งในรูปถ่ายพวกนั้นเสียเอง" รินทร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ตึกร้างฝั่งตรงข้ามดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่กำลังจ้องมองเขากลับด้วยดวงตาที่มืดมิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เขาจำได้ดีถึงวินาทีที่คมมีดเย็นเฉียบกรีดผ่านผิวหนัง มันไม่ได้หวังจะเอาชีวิตในทันที แต่มันต้องการ 'ทำเครื่องหมาย' เหมือนที่มันทำกับเหยื่อรายอื่นๆ "ศรุต..." รินทร์พูดขึ้นในความเงียบ "ในตอนที่มันกรีดแขนฉัน... ฉันไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า มันไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนมนุษย์ มันเหมือน... ลมพัดผ่านไปเพียงแวบเดียว แล้วกลิ่นนั่น กลิ่นดอกซ่อนกลิ่นที่จางหายไปพร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบที่หลังคอ" ศรุตชะงักมือที่กำลังจัดอุปกรณ์ทำแผล สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด "ดอกซ่อนกลิ่น? นายแน่ใจนะ?" "ทำไม?" รินทร์หันขวับมามอง "มันมีความหมายอะไร?" "คดีเมื่อสิบปีก่อน..." ศรุตเสียงแผ่วลง "คดีที่ทำให้นายสูญเสียคนรักไป ในรายงานชั้นความลับระบุว่าในห้องปิดตายที่พบศพของเธอ... มีกลิ่นดอกซ่อนกลิ่นอบอวลไปทั่วห้อง แต่ในตอนนั้นเราลงความเห็นว่ามันเป็นกลิ่นของน้ำหอมที่ตกค้าง" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง รินทร์รู้สึกเหมือนอุณหภูมิในห้องลดต่ำลงอย่างกะทันหัน ทุกอย่างที่เขาเคยพยายามปะติดปะต่อดูเหมือนจะหลอมละลายกลายเป็นความว่างเปล่าที่อันตรายกว่าเดิม สิ่งที่เขาคิดว่าเป็น 'คดีใหม่' อาจเป็นเพียง 'บทส่งท้าย' ของสิ่งที่เขายังสะสางไม่จบ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูจังหวะหนักแน่นสามครั้งดังขึ้น ทั้งรินทร์และศรุตหันไปมองพร้อมกัน โดยสัญชาตญาณ ศรุตเอื้อมมือไปหยิบปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักอย่างรวดเร็ว "ใคร?" ศรุตตะโกนถาม ไม่มีเสียงตอบกลับจากอีกฝั่ง มีเพียงซองจดหมายสีขาวสะอาดที่สอดเข้ามาใต้ประตู มันค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาอย่างเชื่องช้าบนพื้นไม้ปาร์เก้ รินทร์ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มือซ้ายที่สั่นเทากดแผลที่แขนไว้ เขาเดินเข้าไปใกล้จดหมายฉบับนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมา กระดาษนั้นเรียบกริบไร้ที่ติ และเมื่อเขาเปิดออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างในไม่ใช่คำขู่หรือคำเตือน แต่มันคือ... รูปถ่ายใบหนึ่ง รูปถ่ายใบนั้นเป็นภาพของรินทร์เอง ขณะที่เขากำลังยืนอยู่หน้าตึกร้างในเช้าวันนี้ โดยมีใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังเขาในเงามืด... คนคนนั้นสวมหน้ากากเงินที่สะท้อนแสงไฟจนพร่าเลือน และที่น่าตกใจที่สุด คือในมือของฆาตกรในภาพนั้น... ถือนาฬิกาพกสีเงินเรือนเก่าที่รินทร์มั่นใจว่าเขาทำหายไปในคืนวันที่คนรักของเขาจากไป รินทร์ปล่อยรูปถ่ายร่วงลงบนพื้น มือของเขาชาดิกจนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แขนอีกต่อไป "รินทร์... นั่นมันอะไร?" ศรุตร้องถามพลางก้าวเข้ามา แต่ก่อนที่รินทร์จะทันได้ตอบ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาตัดสินใจรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เสียงปลายสายเป็นเสียงสังเคราะห์ที่ฟังดูเย็นชาและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด "ยังไม่จบหรอกนะ รินทร์... แผลที่แขนของนาย คือของขวัญชิ้นแรก แต่ความจริงที่กำลังจะเปิดเผยหลังจากนี้... มันจะทำให้ชีวิตที่เหลือของนายกลายเป็นห้องปิดตายที่ไม่มีวันได้ออกไปตลอดกาล" เสียงสัญญาณตัดไป ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในห้องทำงาน เมื่อรินทร์หันกลับไปมองที่บอร์ดสืบสวนอีกครั้ง รูปถ่ายศพทุกใบที่เคยแปะอยู่บนนั้นกลับถูกสลับที่... และเมื่อเขามองใกล้ๆ เขาก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ เพราะใบหน้าของเหยื่อทุกศพในรูปถ่าย บัดนี้กลับกลายเป็น 'ใบหน้าของเขาเอง' ทุกภาพ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมไขคดีปริศนาไปกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%