สืบสายพยาบาลย้อนอดีต ทวงคืนเกียรติยศในเรือนร่างแพทย์หญิง•ตอนที่ 2

มีดผ่าตัดในมือพยาบาลอนาถา

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นฉุนของยาต้มสมุนไพรจีนโบราณลอยคละคลุ้งไปทั่วสถานีอนามัยประจำคอมมูนชนบทอันห่างไกล เสียงร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดของชายวัยกลางคนดังระงมประสาทจนผู้คนที่มุงดูอยู่ด้านนอกต่างพากันส่งเสียงเอะอะโวยวายด้วยความตื่นตระหนก “หลบไป! อย่ามุงตรงนี้ อาการของหัวหน้าคนงานเฉินแย่ลงมากแล้ว ชีพจรแทบไม่ คลำไม่พบ หายใจรวยรินแบบนี้… เตรียมใจไว้เถอะครับ” เสียงของแพทย์ประจำสถานีอนามัยหนุ่มใหญ่ผู้สวมเสื้อกาวน์สีขาวเปื้อนคราบฝุ่นตะโกนขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ มือที่ถือเข็มฉีดยาสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ในยุคสมัยที่เครื่องมือแพทย์ยังขาดแคลนและองค์ความรู้จำกัด การเผชิญหน้ากับภาวะไส้ติ่งอักเสบแตกจนเกิดอาการติดเชื้อในกระแสเลือดเฉียบพลันเช่นนี้ ย่อมไม่ต่างอะไรกับการพิพากษาประหารชีวิตผู้ป่วยโดยปริยาย ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงร้องไห้ระงมของญาติผู้ป่วย ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านกลับก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและหนักแน่น ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว สมองของแพทย์หญิงรินลดา หรือเฉินซูหลานในภพนี้ ทำงานประมวลผลด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าคอมพิวเตอร์เมน프레임 “ถอยหน่อยครับ/ค่ะ… ไม่ใช่สิ ถอยไปก่อนค่ะ! ถ้าไม่อยากให้เขาตายคามือคุณหมอฝึกหัดอย่างท่าน” ซูหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทรงพลัง และเด็ดเดี่ยวจนทุกคนในห้องตรวจถึงกับชะงักงัน แพทย์ประจำสถานีอนามัยหันขวับมามองหญิงสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเสียหน้า “เฉินซูหลาน! เธอเป็นใครถึงกล้ามาสั่งฉัน? เธอก็แค่พยาบาลฝึกหัดที่ถูกส่งมาดัดนิสัยในชนบท ไม่มีความรู้เรื่องการผ่าตัดใหญ่โตอะไรทั้งนั้น ถอยไปซะ! ถ้าคนไข้ตาย เธอต้องรับผิดชอบคนเดียว!” ซูหลานไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองคำขู่โง่เง่าเหล่านั้น นิ้วเรียวยาวดึงผ้าขาวบางที่คลุมอยู่บนถาดเครื่องมือออกอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดกวาดมองเครื่องมือที่มีจำกัดอย่างน่าเวทนา มีเพียงกรรไกรผ่าตัดขึ้นสนิมเล็กน้อย เข็มเย็บแผล และสำลีชุบแอลกอฮอล์เจือจาง “ความรับผิดชอบเหรอครับ? ถ้าปล่อยให้คุณหมอเอาเข็มเบอร์ใหญ่โตนี่แทงสุ่มสี่สุ่มห้าลงไปบนช่องท้องที่กำลังอักเสบอย่างรุนแรง เขาคงตายก่อนที่คุณจะเดินพ้นประตูห้องนี้เสียอีก” ซูหลานสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น รอยยิ้มมุมปากเย้ยหยันปรากฏขึ้นเล็กน้อย “หากปล่อยไว้ ชายคนนี้จะช็อกจากการติดเชื้อภายในสิบนาที… หลีกทางครับ ผมจะลงมือเอง” คำว่า *“ผมจะลงมือเอง”* เปล่งออกมาด้วยความมั่นใจที่เปี่ยมล้นจนน่าประหลาด บรรยากาศรอบตัวของหญิงสาวเปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ จากพยาบาลอนาถาที่ใครๆ ก็ดูแคลน บัดนี้เธอกลับรัศมีเปล่งประกายราวกับศาสตราจารย์แพทย์มือหนึ่งผู้กุมความเป็นความตายไว้ในกำมือ ซูหลานไม่รอให้ใครอนุมัติอีกต่อไป เธอก้าวเข้าไปประชิดเตียงผู้ป่วย ถลกเสื้อของผู้ป่วยขึ้นเผยให้เห็นหน้าท้องที่เกร็งแข็งเป็นกระดาน อาการ 'Muscle guarding' ชัดเจนเช่นนี้บ่งบอกถึงเยื่อบุช่องท้องอักเสบเฉียบพลันอย่างไม่ต้องสงสัย มือเรียวสะอาดหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดรอบสะดือด้วยความรวดเร็วและแม่นยำตามหลักการปลอดเชื้ออย่างเคร่งครัด ท่าทางคล่องแคล่วรากับจับต้องอุปกรณ์เหล่านี้มานับหมื่นครั้งทำให้แพทย์ประจำสถานีอนามัยถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่หน้าหน้าต่างต่างพากันส่งเสียงซุบซิบ “นั่นมันนังหนูตระกูลเฉินไม่ใช่รึ? ได้ยินว่าสอบตกหมอจนต้องมาเป็นแค่พยาบาลฝึกหัดนี่นา ทำไมท่าทางถึงได้น่ากลัวขนาดนั้นเล่า?” “นางบ้าไปแล้วแน่ๆ จะผ่าตัดคนกลางสถานีอนามัยซอมซ่อเนี่ยนะ? บ้าสิ้นดี!” ซูหลานหูทวนลม เธอตัดขาดจากเสียงรอบข้างทั้งหมด สมาธิทั้งหมดถูกดึงมารวมไว้ที่ปลายประสาทและสายตา มือซ้ายกดลงบนจุดแม็คเบอร์นีย์ (McBurney's point) เพื่อประเมินจุดเจ็บสูงสุด ผู้ป่วยส่งเสียงครางฮือด้วยความเจ็บปวดจนตัวงอ *“อดทนหน่อยนะครับ/ค่ะ… ผมจะช่วยคุณเอง”* ซูหลานพึมพำในใจ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความทรงจำของร่างเดิมและทักษะของศัลยแพทย์ทหารหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เธอลดความกลัวและข้อจำกัดทิ้งไปจนหมดสิ้น มือเรียวหยิบมีดผ่าตัดขนาดเล็กที่ผ่านการลนไฟฆ่าเชื้ออย่างลวกๆ ขึ้นมา ปลายมีดคมกริบจ่อลงที่ผิวหนังหน้าท้องของผู้ป่วยอย่างมั่นคง ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย แพทย์ประจำสถานีอนามัยหน้าถอดสี ร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว “หยุดนะ! เธอจะฆ่าคนหรือไง? ถ้าเขาตาย แกติดคุกหัวโตแน่!” ซูหลานเหลือบสายตาคมกริบมองแพทย์หนุ่มเพียงแวบเดียว ดวงตานั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก จนอีกฝ่ายสะท้านเฮือกถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว “ถ้าผมไม่ผ่าตอนนี้ พรุ่งนี้เช้าคุณจะได้จัดงานศพให้เขา… แต่อย่าลืมว่าคนที่วินิจฉัยโรคผิดพลาดแต่แรกคือใครกันแน่?” คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้แพทย์หนุ่มหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ฉับพลัน! ปลายมีดกรีดลงบนผิวหนังชั้นนอกอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล เลือดสีแดงสดซึมออกมาตามรอยกรีด แต่ด้วยเทคนิคการห้ามเลือดและการลงน้ำหนักที่แม่นยำระดับปรมาจารย์ ทำให้เส้นเลือดฝอยไม่ได้รับความเสียหายหนัก ซูหลานใช้คีมหนีบถ่างแผลออกอย่างรวดเร็วเพื่อมองหาจุดต้นตอของการอักเสบ ท่ามกลางหยาดเหงื่อที่เริ่มไหลรินลงมาตามกรอบหน้าสวยคม กลิ่นเลือดจางๆ ปะปนกับกลิ่นอับของห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เวลาเดินผ่านไปราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์สำหรับคนรอบข้าง แต่สำหรับซูหลานแล้ว ทุกวินาทีคือการแข่งขันกับความตาย นิ้วมือที่สวมถุงมือยางอนามัยควานหาตำแหน่งของไส้ติ่งที่เน่าเปื่อยอย่างแม่นยำ “เจอแล้ว…” เธอพึมพำเบาๆ ทันทีที่เธอดึงส่วนที่เน่าเปื่อยออกมาและทำการผูกตัดอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งล้างช่องท้องด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อที่แอบหยิบออกมาจากมิติพิเศษในจิตสำนึกอย่างแนบเนียน อาการเกร็งของหน้าท้องผู้ป่วยก็เริ่มคลายตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาสม่ำเสมอขึ้น ชีพจรที่เคยเต้นอ่อนแรงเริ่มกลับมามั่นคงทีละน้อย ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วห้องตรวจชั่วขณะ ก่อนที่เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของชาวบ้านด้านนอกจะดังขึ้นตามมาด้วยเสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ทุกคนต่างมองภาพเด็กสาวที่ยืนถือเครื่องมือเปื้อนเลือดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปราวกับมองเห็นปีศาจหรือเทพเซียนกลับชาติมาเกิด แพทย์ประจำสถานีอนามัยทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความหมดแรง สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ซูหลานถอดถุงมือยางออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอหันไปสั่งการผู้ช่วยพยาบาลที่ยืนแข็งทื่ออยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “เย็บแผลชั้นตื้นตามอาการ ให้ยาปฏิชีวนะตามนี้… อีกสามวันเขาจะฟื้นตัวเป็นปกติ” พูดจบ เธอก็เก็บอุปกรณ์และเตรียมจะหมุนตัวเดินออกจากห้องเพื่อกลับไปพักผ่อน ทว่า เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูห้องตรวจ สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่คุ้นเคยอย่างยิ่งยวด ร่างนั้นยืนพิงผนังกำแพงด้านนอกอย่างเงียบเชียบ ไหล่กว้างและแผ่นหลังที่คุ้นตาทำให้หัวใจของซูหลานกระตุกวูบ ลู่จวินเฉิง… สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและทรงอิทธิพลแห่งเขตทหาร ยืนกอดอกมองเธออยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองมาที่เธอด้วยประกายแสงที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย เขากลับมาแล้ว… และเขาก็เห็นทุกสิ่งที่เธอทำลงไปทั้งหมด ซูหลานยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด ลู่จวินเฉิงก็ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้เบาๆ ก่อนจะยกขึ้นมาสำรวจรอยเปื้อนคราบเลือดบนหลังมือของภรรยาด้วยแววตาที่ไหววูบชั่วขณะ ความห่วงใยและความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ท่าทางเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวอุ่นขึ้นถนัดตา “มือสวยๆ แบบนี้… ไม่ควรเอามาเปื้อนเลือดของคนไร้ค่าพวกนี้หลับหรอกนะ ภรรยาของผม” ลู่จวินเฉิงกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลและสปอยล์ภรรยาจนคนรอบข้างต้องเบิกตากว้างด้วยความอิจฉา ทว่า ในวินาทีที่ซูหลานกำลังจะดึงมือกลับ สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนที่แอบซ่อนอยู่หลังมุมเสาตึก—เฉินฮุ่ยฮุ่ย ลูกพี่ลูกน้องจอมตลบตะบอง กำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาริษยาและอำมหิตจนบิดเบี้ยว พร้อมกับแผ่นกระดาษในมือที่ซ่อนไว้ด้านหลัง ซึ่งซูหลานจำได้ทันทีว่าเป็น 'เอกสารลับ' ที่ถูกขโมยไปจากห้องทำงานของเธอก่อนหน้านี้! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางย้อนอดีตไปพร้อมกับซูหลานและผู้พันลู่จวินเฉิงนะครับ/ครับผม!
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบสายพยาบาลย้อนอดีต ทวงคืนเกียรติยศในเรือนร่างแพทย์หญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%