สืบสายพยาบาลย้อนอดีต ทวงคืนเกียรติยศในเรือนร่างแพทย์หญิง•ตอนที่ 3

การปรากฏตัวของสามีผู้เย็นชา

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
เศษกระดาษปึกนั้นในมือของเฉินฮุ่ยฮุ่ยไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงชัยชนะ แต่มันกลับส่งกลิ่นอายของความโง่เขลาที่ถูกปรุงแต่งขึ้นด้วยความริษยาอย่างชัดเจน ซูหลานไม่ได้พุ่งตัวเข้าไปแย่งชิงหรือแสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่หญิงสาวตระกูลเฉินวาดฝันไว้ ดวงตาคู่คมกริบของศัลยแพทย์มือหนึ่งในร่างภรรยาแพทย์ทหาร เพียงแค่หรี่ลงเล็กน้อย คล้ายกำลังมองดูสุนัขตัวหนึ่งคาบกระดูกชิ้นโตที่เจ้านายจงใจโยนทิ้งลงในกองโคลน เอกสารแผ่นนั้นคือบันทึกการสั่งซื้อเวชภัณฑ์และการวิจัยสมุนไพรทหารที่เธอกำลังจะนำส่งให้ศูนย์วิจัยในสัปดาห์หน้า หากเป็นเจ้าของร่างเดิมคงทรุดตัวลงคุกเข่าอ้อนวอนด้วยความหวาดกลัว แต่นี่คือ "รินลดา" ผู้ผ่านความเป็นความตายบนเตียงผ่าตัดสนามรบมานับร้อยเคส ความกดดันระดับนี้เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านใบไม้แห้งเท่านั้น "เจ้ากำลังถือหลักฐานความผิดพลาดทางอาญาของตัวเองไว้อย่างแน่นหนาเลยสินะ ฮุ่ยฮุ่ย" เสียงนุ่มทุศก์แต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของอีกฝ่าย เฉินฮุ่ยฮุ่ยสะดุ้งโหย่ง รอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ประดับอยู่บนใบหน้าแข็งค้างทันที นางถอยหลังไปกึ่งก้าวเมื่อเห็นว่าซูหลานไม่ได้วิ่งเข้ามาแย่งกระดาษ แต่กลับเดินเข้าหาด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังก้าวเหยียบย่ำเหยื่อ "สะ...สะหลาน เธอพูดบ้าอะไร! นี่มันหลักฐานความประพฤติสำส่อนและลับลอบติดต่อกับคนนอกของเธอต่างหาก ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกหัวหน้าเขตทหาร รับรองว่าสามีทหารผู้สูงส่งของเธอจะต้องหย่าขาดกับเธอภายในสามวันแน่!" "หย่าอย่างนั้นหรือ..." ซูหลานแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเฉินฮุ่ยฮุ่ยกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ "เธอแน่ใจหรือว่าเอกสารในมือเธอคือบันทึกฉบับจริง ไม่ใช่สำเนาที่ฉันจงใจวางทิ้งไว้ให้คนตาบอดบางคนหยิบฉวยไปเพื่อใช้เป็นตั๋วเดินทางไปคุกแรงงานหลวง?" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เฉินฮุ่ยฮุ่ยหน้าซีดเผือด รีบก้มลงมองกระดาษในมือสลับกับใบหน้าไร้ความหวาดกลัวของซูหลาน ทว่า ยังไม่ทันที่หญิงสาวจอมตลบตะบองจะได้เอื้อนเอยคำใดแก้ตัว เงาร่างสูงใหญ่ราวกับภูผาของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากความมืดมิดของมุมตึกฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบเชียบ ลมหายใจรอบบริเวณนั้นคล้ายจะหยุดชะงักลงในทันที กลิ่นอายความกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นอายดิบเถื่อนของคราบเขม่าดินปืน เหงื่อไคลจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง และอำนาจมืดที่สั่งสมมาจากการเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยรบพิเศษแถวหน้า ผู้ชายคนนี้ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรแม้แต่คำเดียว รัศมีรอบกายก็เพียงพอที่จะทำให้คนใจเสาะคุกเข่าลงร้องขอชีวิตได้แล้ว ลู่จวินเฉิง นายทหารหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งผู้พันแห่งกองพลรบพิเศษ กลับมาจากการปฏิบัติภารกิจลับเร็วกว่ากำหนดถึงสามวัน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับถูกแกะสลักขึ้นจากหินหยกสีดำ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความนิ่งสงบ เย็นชา และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด เขาสวมเสื้อเชิร์ตสีเขียวทหารพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อทรงพลังที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลัง สองมือหนาล้วงไว้ในกระเป๋ากางเกงขณะก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหยุดยืนเคียงข้างร่างเพรียวบางของภรรยาอย่างปกป้อง "เมื่อครู่นี้... ใครบอกว่าจะทำให้ฉันหย่ากับภรรยาของฉันนะ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในยามวิกาลดังขึ้น มันไม่ได้ตะคอก แต่มันกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนเฉินฮุ่ยฮุ่ยเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นดินทันที สมองของนางขาวโพลน ลืมสิ้นทุกคำพูดที่เตรียมมา ขาเรียวสั่นเทาจนแทบพยุงร่างตัวเองไม่ไหวเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของลู่จวินเฉิง—ดวงตาที่มองมาที่นางราวกับกำลังมองดูแมลงสาบตัวหนึ่งที่รอวันถูกบดขยี้ เฉินฮุ่ยฮุ่ยละล่ำละลักละลาน "ทะ...ท่านผู้พันลู่ คือว่าฉัน... ฉันแค่..." "เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อฉัน" ลู่จวินเฉิงตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน เขายังไม่ละสายตาจากหญิงสาวผู้บังอาจมารังควานภรรยา แม้ลึกๆ แล้ว ในใจของเขาเองกำลังเต็มไปด้วยความสับสนงุนงงไม่แพ้กัน ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ตบแต่งกันตามคำสั่งของผู้ใหญ่ ลู่จวินเฉิงจำภาพภรรยาคนนี้ได้เพียงว่าเป็นผู้หญิงอ่อนแอ ขี้ขลาด หวาดกลัวแม้กระทั่งเงาของตัวเอง และมักจะร้องไห้ฟูมฟายทุกครั้งที่เขาต้องเดินทางกลับฐานทัพ ทว่า ภาพที่เขาแอบยืนสังเกตการณ์อยู่หลังเสาตึกเมื่อครู่กลับทำลายความทรงจำเก่าๆ จนไม่เหลือชิ้นดี ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเวลานี้... ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ท่าทีเยือกเย็นดั่งสายน้ำนิ่งแต่ลึกซึ้ง การพูดจาเชือดเฉือนที่ทำให้ญาติผู้พี่จอมเจ้าเล่ห์ไปไม่เป็น และที่สำคัญที่สุดคือ รัศมีแห่งความฉลาดเฉลียวที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเธอราวกับอัญมณีที่ถูกเจียระไนใหม่ นี่คือภรรยาของเขาจริงหรือ? หรือว่าเขาจำคนผิดไปเสียแล้ว? ซูหลานเหลือบสายตาขึ้นมองสามีในนามที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวราวกับเทพสงครามขี่ม้าขาวมาช่วยในยามวิกฤต มุมปากของเธอแย้มรอยยิ้มบางเบาอย่างนึกขันในความบังเอิญที่ประจวบเหมาะเหลือเกิน แต่นี่ไม่ใช่เวลามาทักทายสามีผู้เยือกเย็น เธอมีบัญชีที่ต้องสะกดรอยเช็คบิลกับคนตรงหน้าเสียก่อน มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อทหารของลู่จวินเฉิงอย่างเป็นธรรมชาติ สัมผัสเบาๆ นั้นทำให้กล้ามเนื้อหนาของนายทหารหนุ่มเกร็งกระตุกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่ได้ปัดมือเธอออก กลับปล่อยให้เธอยึดจับไว้ตามใจชอบ "คุณคะ ดูเหมือนว่าญาติผู้พี่ของฉันคนนี้ จะมีความสามารถพิเศษในการสะสม 'หลักฐานอาชญากรรม' ของคนอื่นเอาไว้ในครอบครองเสียด้วยสิคะ" ซูหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานละมุน แต่แฝงไว้ด้วยความร้ายกาจที่ทำให้เฉินฮุ่ยฮุ่ยอยากจะแทรกแผ่นดินหนี "ในเมื่อเธออุตส่าห์หวังดีเตรียมหลักฐานชิ้นโบว์แดงมาให้เราถึงที่... คุณว่าเราควรจะนำตัวเธอไปส่งให้ทางสถานีตำรวจเขตทหาร เพื่อสอบสวนข้อหาลักทรัพย์และปลอมแปลงเอกสารราชการดีไหมคะ?" ลู่จวินเฉิงก้มลงมองใบหน้างามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นสมุนไพรและดอกไม้ป่าลอยเข้าจมูกของเขา แทนที่จะตอบคำถามของภรรยา นายทหารหนุ่มกลับใช้สายตาคมกริบสำรวจเรือนร่างและการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของเธออย่างละเอียด ตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายนิ้วเท้า ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่เปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งและคำถามที่ทำให้หัวใจของซูหลานกระตุกวูบ "เรื่องของคนอื่นเอาไว้เคลียร์ทีหลัง... แต่ตอนนี้ เธอกล้าดียังไงถึงทำตัวราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเช่นนี้... ซูหลาน?" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางย้อนอดีตไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบสายพยาบาลย้อนอดีต ทวงคืนเกียรติยศในเรือนร่างแพทย์หญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%