ฝุ่นปูนขาวฟุ้งกระจายจนกลิ่นอายดินและซีเมนต์อบอวลไปทั่วโครงสร้างเหล็กเปลือยเปล่าของอาคารพาณิชย์สูงสามชั้น ไซต์งานก่อสร้างกลางแดดจัดย่านชานเมืองแห่งนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกโรแมนติกเหมือนในภาพร่างสามมิติแม้แต่น้อย มันคือสนามรบขนาดย่อมที่อบอ้าวและเต็มไปด้วยเสียงเครื่องเจาะกระแทกคอนกรีตหนวกหู
"ถ้าคุณยังดึงดันจะเจาะผนังรับแรงเพื่อฝังท่อไฟดีไซน์เก๋ไก๋บ้าบอของคุณตรงนี้ล่ะก็... เตรียมตัวหาผู้รับเหมาใหม่มารับศพพวกเราทั้งคู่ได้เลยครับคุณกวินทร์"
ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้กระดานอัดชั่วคราว น้ำเสียงของเขาราบเรียบ เย็นชา และแฝงความหงุดหงิดไว้อย่างไม่คิดจะปิดบัง สันกรามคมชัดขึ้นรูปเมื่อเขาขบกรามแน่นด้วยความอึดอัดจากสภาพอากาศและจากคนตรงหน้า
กวินทร์สะบัดหน้าขวับ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความกรุ่นโกรธ เขาผละจากการใช้ตลับเมตรวัดระยะผนัง เดินดุ่มๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานเฉพาะกิจจนแทบจะยืนซ้อนทับพื้นที่ส่วนตัวของสถาปนิกหนุ่ม
"แล้วถ้าคุณสมองทึบ ยึดติดแต่กฎเกณฑ์โบราณๆ จนมองไม่เห็นว่าพื้นที่มันอึดอัดแค่ไหน ผมก็คงต้องบอกว่า... คุณลาออกจากโปรเจกต์นี้แล้วไปนั่งเขียนแบบตึกแถวบ้านๆ คนเดียวเถอะครับ!" กวินทร์โต้กลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้กัน ดวงตาทั้งสองคู่จ้องกันเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ระยะห่างระหว่างกันไม่ถึงคืบ ทำให้ไอความร้อนจากความเดือดดาลแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ
นี่คือวันที่สี่ของการถูกบังคับให้ "ตัวติดกัน" สามเดือนเต็มตามคำสั่งเฉียบขาดของท่านประธานบริษัท และตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีนี้ ไม่มีนาทีไหนเลยที่พวกเขาสองคนจะไม่ปะทะคารมกัน
ธันวาค่อยๆ วางดินสอลงบนโต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนอวดดีที่ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ตรงหน้า ความสูงที่เหลื่อมล้ำกันเล็กน้อยทำให้ธันวาต้องมองต่ำลงมาเล็กน้อย แต่แววตาคู่นั้นกลับทรงพลังจนกวินทร์ต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ แม้จะปากเก่งแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาที่สถาปนิกหนุ่มเงียบและมองมาด้วยสายตาจริงจังแบบนี้ มันสร้างแรงกดดันประหลาดที่ทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะทุกที
"คุณกำลังเอาอารมณ์ส่วนตัวมาเหนือกว่าความปลอดภัยของโครงสร้างนะ" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ถอยห่างออกจากการปะทะทางสายตาชั่วขณะด้วยการคว้าหมวกนิรภัยสีเหลืองขึ้นมาถือไว้ "เหล็กเส้นแกนหลักตรงเสานั้นรับน้ำหนักโครงสร้างทั้งหมด ถ้าคุณฝังท่อไฟขนาดใหญ่ตามใจชอบ แรงเฉือนตรงจุดนั้นจะเกินพิกัดวิศวกรรม"
"ผมไม่ได้เอาอารมณ์! ผมแค่มองภาพรวมในฐานะอินทีเรียที่ต้องทำให้คนใช้งานจริงรู้สึกหายใจออก!" กวินทร์เถียงเสียงแข็ง นิ้วเรียวชี้ไปที่ผนังปูนเปลือย "ถ้าคุณออกแบบช่องแสงให้มันกว้างกว่านี้แต่แรก ผมก็ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาปลายเหตุด้วยการเดินไฟแบบลอยตัวหรอกครับ!"
"คุณต่างหากที่ไม่ยอมเข้าใจหลักการทำงานร่วมกัน!" ธันวาหมดความอดทน เขาÛลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้กวินทร์ต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติจากแรงกดดันที่พุ่งเข้าใส่ "สถาปัตยกรรมไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาขีดเขียนตามใจชอบเพื่อความสวยงามชั่วคราวแล้วตึกถล่มลงมาทับคนตาย!"
"เออ! งั้นก็เชิญคุณทำงานกับตึกตายๆ ของคุณคนเดียวไปเลย!" กวินทร์ตวาดลั่นด้วยความเหลืออด หมุนตัวสะบัดหน้าเดินหนีมุ่งตรงไปยังบันไดเพื่อขึ้นไปชั้นสองทันที
ธันวาจ้องตามแผ่นหลังบางที่เดินกระแทกส้นเท้าขึ้นไปอย่างหัวเสีย เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ระบายลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางปาก ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน แต่ในขณะเดียวกัน ความกังวลลึกๆ ก็กัดกินหัวใจ เขากลัว... กลัวว่าคนดื้อรั้นคนนั้นจะพลาดพลั้งทำอะไรอันตรายในไซต์งานดิบๆ แบบนี้
"ให้ตายเถอะ..." สถาปนิกหนุ่มสบถเบๆ ก่อนจะสาวเท้าก้าวยาวๆ ตามขึ้นไปทันที
ชั้นสองของอาคารโล่งกว้าง ลมธรรมชาติพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ยังไม่ได้ใส่กระจกทำให้ฝุ่นละอองปลิวว่อน กวินทร์เดินดุ่มๆ ไปหยุดยืนอยู่ตรงขอบระเบียงที่ยังไม่มีราวกั้นชั่วคราว มือเรียวพยายามจะแกะม้วนกระดาษไขแบบแปลนอินทีเรียของตัวเองออกดูท่ามกลางลมแรงที่พัดกระโชก
"ระวัง!"
เสียงทุ้มต่ำตะโกนลั่นพร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้ามาคว้าเอวบางไว้ได้ทันก่อนที่กวินทร์จะก้าวถอยหลังพลาดตกช่องบันไดที่ยังไม่ได้เทปูน แรงกระชากนั้นทำให้ร่างทั้งสองร่างล้มกลิ้งไปบนพื้นปูนหยาบๆ ด้วยกัน
ฝุ่นปูนฟุ้งกระจายกลบเกลื่อนบริเวณนั้น ธันวารีบพลิตัวขึ้นมาคร่อมทับเพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของคนใต้ร่างกระแทกกับพื้นคอนกรีต แขนแกร่งข้างหนึ่งยันพื้นไว้แน่น ส่วนอีกข้างโอบเอวบางเอาไว้แนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระชั้นรดรินใส่กันในระยะประชิดชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกัน
กวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครรลองมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและกระแสไฟฟ้าประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวสัมผัส
ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มของธันวาที่มองลงมาด้วยแววตาซับซ้อน มันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างเคย แต่เป็นความกังวลระคนความโกรธที่ยังค้างคา และลึก
ลงไปในนั้น... มีประกายความห่วงใยที่ร้อนแรงเสียจนกวินทร์ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา
"คุณ... บ้าหรือเปล่า" กวินทร์กระซิบเสียงสั่น พยายามจะดันไหล่กว้างออก แต่ธันวาไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน
"ถ้าคุณตกลงไป... โปรเจกต์นี้คงจบเห่จริงๆ" ธันวากล่าวเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของคนใต้ร่าง สายตาของสถาปนิกหนุ่มเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่สั่นระริกนั้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างที่สะกดกลั้นมานานเริ่มพังทลายลงทีละน้อย
กวินทร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงลึกของนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้สติปัญญาที่เคยเฉียบคมล่องหนหายไปหมดสิ้น มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิร์ตของอีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้ข้อกังขา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากผู้รับเหมาด้านล่างก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศ
"คุณธันวาครับ! มีเรื่องด่วน... ทางสำนักงานใหญ่ส่งแฟกซ์ด่วนที่สุดเรื่องการปรับลดงบประมาณโครงสร้างมาครับ!"
ธันวาสะดุ้งเล็กน้อย เขาผละสายตาจากริมฝีปากบางอย่างเสียดาย ก่อนจะรีบยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือหนาออกไปตรงหน้าคนตัวเล็กที่ยังคงนอนหน้าแดงก่ำอยู่บนพื้น
กวินทร์เม้มปากแน่น หลบสายตา Avoidant ซ่อนความวูบโหวงในอกด้วยการปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเองลวกๆ แล้วลุกขึ้นยืนเองโดยไม่ยอมจับมือที่ยื่นมานั้น
"งบประมาณอะไรนะ" กวินทร์ถามเสียงหอบ พยายามปรับน้ำให้เป็นปกติเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง
ธันวาหรี่ตามองคนดื้อรั้นที่ยังคงทำฟอร์มเชิดใส่ เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อเคลียร์สถานการณ์ที่ค้างคาเมื่อครู่ แต่ทว่า... พรึบ! แสงไฟนีออนชั่วคราวทั่วทั้งไซต์งานดับวูบลงพร้อมกับเสียงกริ่งเตือนภัยระบบไฟฟ้าสำรองที่ดังลั่นสนั่นตึก
ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่ชั้นสองทันที มีเพียงแสงสลัวจากด้านนอกที่ส่องลอดเข้ามา ทำให้เห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวขึ้นบันไดมาหยุดยืนอยู่ที่ปากทางเข้า พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ และน้ำเสียงเยียบเย็นที่เอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"ว้าว... ดูเหมือนว่าพวกคุณสองคนจะทำงานเข้าขากกันได้ดีกว่าที่ผมคิดไว้นะครับเนี่ย..."
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์สุดปั่นป่วนของพ่อหนุ่มสถาปนิกปากแข็งกับอินทีเรียร์สุดแซ่บคนนี้นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 4
รอยร้าวในโครงสร้าง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!