เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าคำรามสนั่นจนโครงสร้างเหล็กของอาคารพาณิชย์สูงสี่ชั้นสะเทือนสะท้าน มันไม่ใช่แค่เสียงของธรรมชาติ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยชั้นดีว่า คืนนี้... พวกเขา "ซวย" ของจริงแล้วครับ
น้ำฝนที่กระหน่ำเทลงมาราวกับฟ้าถล่ม ทำให้ถนนสายหลักกลายเป็นแม่กลองขนาดย่อม การเดินทางออกไปจากไซต์งานกลางดึกในสภาพอากาศแบบนี้เป็นเรื่องบ้าสิ้นดี และไอ้ความบ้านี่เองที่ทำให้ธันวาต้องติดแหง็กอยู่กับ "คู่ปรับตัวฉกาจ" ในพื้นที่แคบๆ ที่มีเพียงกลิ่นอับของปูนซีเมนต์ ฝุ่นยิปซัม และกลิ่นฝนที่ตีตลบอบอวล
"มองหน้าผมแบบนี้ อยากหาเรื่องเพิ่มเรซูเม่อีกสักคดีเหรอครับคุณสถาปนิก"
กวินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบจากมุมห้องที่แบตเตอรี่ใกล้หมด ร่างบางกอดอกพิงผนังปูนเปลือย เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกชื้นบางส่วนลู่แนบไปกับแผ่นหลังเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าชวนมองอย่างไม่ตั้งใจ แต่แววตาที่มองมานั้นไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด มีแต่ความท้าทายที่พร้อมจะวางมวยได้ทุกเมื่อ
ธันวาขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความไหววูบในดวงตา เขาเกลียดความไร้ระเบียบ และเกลียดที่สุดคือการต้องมาติดอยู่ในพื้นที่จำกัดกับคนที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะได้ทุกครั้งที่อ้าปากเถียง
"ผมไม่ได้อยากหาเรื่องคุณกวินทร์หรอกครับ แต่ถ้าคุณช่วยหุบปากแล้วนั่งเงียบๆ เป็นรูปปั้นประดับไซต์งานสักสิบนาที ออกซิเจนในห้องนี้คงมีประโยชน์กับสมองคุณมากขึ้น" ธันวาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าแฝงความเยียบเย็นที่ตั้งใจสร้างกำแพงกั้น
"ปากดีแบบนี้ ระวังจะไม่มีแรงเถียงผมตอนที่ความจริงมันกระแทกหน้านะครับ" กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวร่างสูงที่สูงกว่าตนเองเกือบหนึ่งช่วงตัว "จำไม่ได้เหรอครับว่าใครเป็นคนเสนอให้เร่งงานส่วนอินทีเรียให้เสร็จก่อนโครงสร้างจะเรียบร้อย จนตอนนี้เราต้องมาติดแหง็กเพราะตรวจหน้างานรอบดึกเนี่ย"
"ก็เพราะคุณดื้อดึงอยากจะเปลี่ยนสเปกวัสดุหน้างานไม่ใช่เหรอครับ!" ธันวาหมดความอดทน ก้าวสวนเข้าไปประชิดจนแผ่นหลังของกวินทร์แทบจะติดกับเสาปูน กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยเข้าจมูกจนสถาปนิกหนุ่มต้องเป็นฝ่ายชะงัก "ถ้าคุณยอมทำตามแบบแปลนที่ผมอนุมัติแต่แรก เราคงนอนซุกผ้าห่มอยู่ในห้องแอร์อุ่นๆ ไปนานแล้ว"
"อ๋อเหรอครับ..." กวินทร์แหงนหน้าขึ้นสบตา ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางบรรยากาศที่อุณหภูมิลดต่ำลงเรื่อยๆ "แปลนสมบูรณ์แบบไร้หัวใจแบบนั้นน่ะเหรอครับที่คุณภูมิใจนักหนา? สำหรับผมนะธันวา สถาปัตยกรรมที่ไม่มีชีวิตชีวา มันก็เป็นแค่กล่องปูนตายซากนั่นแหละ"
คำพูดนั้นไม่ได้คมแค่เนื้อหา แต่สายตาที่พินิจพิเคราะห์ริมฝีปากของเขาต่างหากที่ทำให้ธันวารู้สึกเหมือนถูกกระชากสติหลุดลอยไปชั่วขณะ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่ซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นจังหวะรัวเร็ว ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเพราะความหนาว) ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดที่เรียวปากอิ่มที่ยังคงขยับเถียงไม่หยุด
เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียการควบคุม...
"ถ้าคิดว่ากล่องปูนของผมมันไร้ชีวิตชีวา..." เสียงของธันวาทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว มันแหบพร่าและเจือความดุดันที่เปลี่ยนโทนบรรยากาศในห้องให้ร้อนระอุขึ้นมาทันตา "งั้นลองบอกผมหน่อยสิครับว่า... แบบไหนถึงเรียعว่ามีชีวิตชีวาในความหมายของคุณ"
กวินทร์ชะงักไป ดวงตากลมโตไหววับเป็นประกายเมื่อรับรู้ได้ถึงระยะห่างที่หายไปจนหมดสิ้น มือเรียวที่เคยพับอกเปลี่ยนมาดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้เบาๆ แต่แรงนั้นช่างน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงกดดันที่ธันวาโถมเข้าใส่
"ถ...ถอยไปเลยนะธันวา คุณเริ่มล้ำเส้นผมแล้วนะ"
"ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยครับคุณกวินทร์" ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม "หรือว่าคุณกำลังกลัว... กลัวว่าสิ่งที่ผมทำมันจะทำให้คุณลืมวิธีเถียงผมไปเลย"
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาก็กดน้ำหนักมือข้างหนึ่งลงกับเสาปูนบล็อกทางหนีทีไล่ทั้งหมดของอินทีเรียหนุ่ม ดวงตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งนาน ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงฝนที่กระหน่ำซัด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก หัวใจของคนทั้งคู่เต้นระรัวแข่งกับเสียงฟ้าผ่าด้านนอก ความเกลียดชังและการปะทะฝีปากเมื่อครู่ถูกหลอมรวมกลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะปฏิเสธ
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนกวินทร์ต้องหลับตาปี๋ด้วยความประหม่า ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปาก ปลายนิ้วเรียวของสถาปนิกหนุ่มยกขึ้นแตะเบาๆ ที่คางคู่นั้น เพื่อบังคับให้เงยหน้ารับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น...
*ครืนนน... แกร๊ก!*
เสียงโลหะหนักหน่วงของประตูม้วนชั้นล่างถูกงัดเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่ดังสะท้อนก้องขึ้นมาตามบันไดปูน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ทำให้สติของทั้งสองคนกระเจิงในพริบตา
"คุณธันวาครับ! คุณกวินทร์! อยู่ข้างบนหรือเปล่าครับ ทีมวิศวกรโครงสร้างมาช่วยแล้วครับ!"
กวินทร์ลืมตาโพลง ผลักอกธันวาเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว สติที่หลุดลอยกลับเข้าร่างพร้อมกับความร้อนที่พุ่งขึ้นริ้วบนใบหน้า ขณะที่ธันวากัดฟันกรอดด้วยความเสียดาย ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะก็ตาม
ทว่า... ในจังหวะที่ธันวาหันไปมองทางบันไดเพื่อเตรียมจะเอ่ยปากตอบทีมงาน เสียงฝีเท้าที่ก้าวขึ้นมานั้นกลับหยุดชะงักลงที่ชานพักชั้นสาม
เงาร่างของใครบางคนภายใต้แสงไฟฉุกเฉินก้าวพ้นขอบบันไดขึ้นมา และบุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้น... ไม่ใช่ทีมวิศวกรอย่างที่ใครคาดคิด
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนชัดเจน ขณะที่กวินทร์ถึงกับค้างเติ่ง ลืมหายใจไปชั่วขณะ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมฟินไปกับโมเมนต์ระทึกใจนี้นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 5
จังหวะนรกของคนไม่ลงรอย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!