เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นในพื้นที่แคบๆ ของลิฟต์โดยสารที่ถูกปิดตาย กล่องสี่เหลี่ยมโลหะเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบนสุดของไซต์งานก่อสร้างอย่างเชื่องช้า ราวกับจงใจกลั่นแกล้งคนทั้งคู่ให้ติดอยู่กับบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ถอยไปหน่อยได้ไหมครับ คุณธันวา คุณกำลังจะเบียดผมจนร่างจะหลอมรวมติดกับผนังลิฟต์อยู่แล้วนะ"
กวินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังโครมครามในอก ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวสูงกว่าที่ยืนค้ำหัวอยู่ชิดเกินความจำเป็น พื้นที่ระหว่างพวกเขาสองคนเหลือน้อยเสียจนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รำไร
ธันวาไม่ได้ถอยร่นตามคำบัญชา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังเชิดหน้าเถียงด้วยความถือดี แววตาของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบไหววับชั่วขณะ คล้ายมีกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อนๆ วิ่งพล่านอยู่กลางอากาศระหว่างคนทั้งคู่
"ลิฟต์มันแคบ... หรือคุณต่างหากที่หาเรื่องขยับเข้ามาใกล้ผมเองกันแน่ กวินทร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบกลับมาด้วยความเยือกเย็นตามสไตล์ ปากแข็งเป็นเอกลักษณ์ แต่ทว่าดวงตาคมปลาบกลับกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นอย่างเผลอไผล
"ผมเนี่ยนะหาเรื่อง?" กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยดื้อรั้นเป็นประกาย "พูดออกมาได้หน้าตาเฉย ทั้งที่คุณเป็นคนก้าวตามผมเข้ามาในนี้ก่อน แถมยังจงใจกดให้ลิฟต์มันค้างที่ชั้นนี้เพื่อ..."
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นขัดจังหวะ ประตูลิฟต์เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นโถงทางเดินปูนเปลือยของชั้นเพนต์เฮาส์ที่กำลังรีโนเวท ธันวาไม่ปล่อยให้คนปากเก่งได้พูดจบประโยค มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวบางของอินทีเรียหนุ่มเอาไว้ทันทีก่อนที่กวินทร์จะทันได้ก้าวเท้าออกไป
แรงกระชากเบาๆ ดึงให้ร่างของกวินทร์เซถลาชนเข้ากับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนและกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการทำงาน ปลุกเร้าประสาทสัมผัสของคนทั้งคู่ให้ตื่นตัวขึ้นในเสี้ยววินาที
"ปล่อยนะ! จะมาดึงผมทำไมเนี่ย" กวินทร์สะบัดข้อมือออกทันทีเมื่อตั้งหลักได้ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความกรุ่นโกรธปนความเขินอายที่ถูกจู่โจมด้วยระยะประชิดเมื่อครู่ "ถ้าคุณยังมีนิสัยชอบฉุดกระชากลากถูแบบนี้ ผมคงต้องขออนุญาตปรึกษาฝ่ายกฎหมายเรื่องการคุกคามในพื้นที่ทำงานแล้วล่ะครับ"
"ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นสภาพหัวยุ่งๆ กับหน้าแดงๆ ของคุณตอนนี้ ก็หุบปากแล้วเดินตามมาเงียบๆ เถอะครับ" ธันวาเอ่ยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะยังคงราบเรียบ แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดในความสลัวของแสงไฟหน้างาน
สถาปนิกหนุ่มก้าวเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่เผลอหลุดออกมา ท่าทีเย่อหยิ่งและเย็นชาที่เคยมีมาตลอด กำลังถูกทำลายลงทีละน้อยด้วยความสดใสและดื้อรั้นของอินทีเรียหนุ่มคนนี้ กำแพงความสมบูรณ์แบบที่เขาเพียรสร้างขึ้นมาทั้งชีวิต กลับสั่นคลอนอย่างรุนแรงทุกครั้งที่ได้กลิ่นอายและความกวนประสาทของอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ
กวินทร์ยืนกัดริมฝีปากมองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินนำลิ่วไป ทอดถอนหายใจออกมาด้วยความหมั่นไส้ระคนสับสน "ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ทั้งปากแข็ง ทั้งเผด็จการ แถมยัง... อันตรายต่อหัวใจเป็นบ้าเลย"
เขาสบถพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามไปยังโซนห้องนั่งเล่นหลัก ที่ซึ่งแสงแดดช่วงบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่กระทบเข้ากับโครงสร้างเหล็กและงานตกแต่งภายในที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แบบแปลนและวัสดุตัวอย่างถูกวางกองไว้บนโต๊ะทำงานชั่วคราว บรรยากาศการทำงานที่ควรจะเคร่งเครียด กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้คนทั้งคู่ต้องหันมามองหน้ากันอยู่เรื่อยๆ
"ตรงนี้... ระยะห่างระหว่างชั้นวางบิลท์อินกับโซฟา มันแคบเกินไปสำหรับการใช้งานจริงนะคุณธันวา" กวินทร์หยิบตลับเมตรขึ้นมาวัดระยะแล้วหันไปท้วงติงด้วยสีหน้าจริงจัง ลืมความหงุดหงิดเมื่อครู่ไปเสียสนิทเมื่อเข้าสู่โหมดงานดีไซน์
ธันวาเดินเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในระยะประชิดอีกครั้ง มือหนาเอื้อมผ่านไหล่บางลงมาจับปลายตลับเมตรอีกด้านไว้ด้วยกัน สัมผัสจากปลายนิ้วที่เฉียดผ่านกันทำเอาลมหายใจของกวินทร์สะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อแผ่นหลังของเขาแนบชิดอยู่กับแผงอกอุ่นจัดของคนตัวโต
"แคบตรงไหนครับ... ผมว่ากำลังพอดีสำหรับการโอบกอดพื้นที่ใช้สอยให้มันอบอุ่นและกระชับขึ้นนะ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความกรุ้มกริ่มที่กวินทร์ไม่เคยได้ยินมาก่อนในรอบหลายเดือนที่ร่วมงานกัน ดวงตาคมเข้มของธันวาที่ก้มลงมองผ่านไหล่ของเขาเต็มไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม
กวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานได้อย่างเฉียบคมตอนนี้กลับว่างเปล่าขาวโพลน เขาค่อยๆ หันกลับไปเพื่อจะต่อว่าคนฉวยโอกาส แต่ทว่า... ปลายจมูกของพวกเขากลับเฉียดกันไปเพียงนิดเดียว
ระยะห่างที่หายไปทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันอย่างชัดเจน ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่งในความเงียบงันของพื้นที่ส่วนตัวที่ถูกสร้างขึ้นโดยความบังเอิญ
ธันวาชะงักค้าง แววตาไหววับด้วยแรงปรารถนาที่พยายามสะกดกลั้นมานาน มือที่ถือตลับเมตรอยู่กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปากที่เคยแข็งกระด้างอ้าออกเล็กน้อยคล้ายอยากจะเอื้อนเอ่ยคำบางคำที่ค้างคาอยู่ในใจ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเปราะบางที่สุดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อก็ดังขึ้นทำลายความเงียบมาจากทางบันไดหนีไฟ
"คุณธันวาครับ! แอดมินแจ้งว่ามีลูกค้ารายใหญ่ขอเข้ามาดูไซต์งานด่วนตอนนี้เลยครับ!"
กวินทร์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบผลักอกแกร่งออกห่างอย่างแรงจนเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขณะที่ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจอย่างที่สุด ดวงตาคมกริบตวัดมองไปยังต้นเสียงก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้าที่กำลังยืนหอบหายใจไม่เป็นจังหวะ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 6 แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 6
กับดักความใกล้ชิด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!