"ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งเป็นตูดแมวแบบนั้น แผนงานที่เราจะเสนอผู้บริหารพรุ่งนี้ มีหวังโดนพับใส่ตะกร้าแล้วส่งกลับไปแผนกจัดซื้อแน่ครับ คุณธันวา"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของกวินทร์ดังขึ้น ท่าاصยท่ามกลางกองกระดาษแปลนสถาปัตยกรรมและกระดาษไขร่างแบบที่ระเกะระกะเต็มโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องประชุมชั้นสิบสี่ของสำนักงานสถาปนิกที่เวลานี้เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงบนใบหน้าคมคายของทั้งคู่
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เขากดล็อกหน้าจอดัง *คลิก* ก่อนจะพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่บ่งบอกถึงความเครียดสะสมตลอดสามวันที่ผ่านมา
"ผมไม่ได้ทำหน้าบึ้ง ผมแคกำลังใช้ความคิด... ซึ่งมันคงยากที่จะคาดหวังให้คนอย่างคุณเข้าใจกระบวนการคิดเชิงโครงสร้าง ที่ไม่ใช่แค่เอาสีสันฉูดฉาดมาแปะผนังให้มันดูสวยไปวันๆ นะครับ คุณอินทีเรีย" ธันวาตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่รักษาระยะห่าง ความหอมจางๆ ของโคโลญจน์กลิ่นไม้จันทน์ลอยแตะจมูกของธันวา จนคนเจ้าระเบียบเผลอชะงักไปชั่วขณะ
"โครงสร้างของคุณมันแข็งกระด้างไร้ชีวิตชีวา ถ้าไม่ได้งานออกแบบภายในของผมเข้าไปช่วยเบรกความดิบเถื่อน ป่านนี้ตึกโปรเจกต์ 'The Horizon' คงกลายเป็นแท่งคอนกรีตบล็อกทึบๆ ที่ไม่มีใครอยากแม้แต่จะชายตามองแล้วครับ... ยอมรับความจริงเถอะน่า ว่าลำพังคุณคนเดียวในตอนนี้ ไปต่อไม่ไหวหรอก"
คำพูดนั้นจี้ใจดำธันวาเข้าอย่างจัง ไม่ใช่เพราะเขาอีโก้จัดจนยอมรับความจริงไม่ได้ แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่กวินทร์พูดคือความจริงครึ่งหนึ่ง อุปสรรคภายนอกที่กำลังเล่นงานพวกเขาในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องดีไซน์ แต่เป็นกลุ่มทุนกลุ่มใหม่ที่พยายามแทรกแซงและบีบให้บริษัทปรับลดสเปกวัสดุก่อสร้างลงครึ่งต่อครึ่ง เพื่อลดต้นทุน ซึ่งมันจะทำลายจิตวิญญาณของงานสถาปัตยกรรมที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้นมากับมือ
ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมลดทิฐิลงในเสี้ยววินาทีนั้น เขามองหน้ากวินทร์ นัยน์ตาคู่นคมืดลงด้วยความจริงจังที่หาได้ยาก
"โอเค... ผมยอมรับก็ได้ว่าโปรเจกต์นี้ ถ้าขาดคุณ เราคงพังตั้งแต่รอบพรีเซนต์แรกแล้ว" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ยอมจำนนด้วยเหตุผล "แล้วคุณมีแผนอะไร หรือแค่จะมาเดินวนเวียนกวนประสาทผมเล่นเฉยๆ"
กวินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนโอ๊ยเหมือนทุกที แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และความมั่นใจแบบที่ทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
"แผนของผมง่ายมากครับ... ในเมื่อพวกมันเล่นนอกเกม บีบเราด้วยตัวเลขงบประมาณและอำนาจของผู้ถือหุ้น เราก็ต้องดึงเกมนี้กลับมาสู่สนามที่เราถนัดที่สุด นั่นคือ 'เรื่องราวของพื้นที่' ที่พวกมันไม่มีวันซื้อได้ด้วยเงิน"
กวินทร์ดึงเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม ชี้ปลายนิ้วเรียวลงบนแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่กางอยู่ตรงกลาง "พรุ่งนี้ตอนประชุมกับบอร์ดบริหาร เราจะไม่แก้ตัวเรื่องงบประมาณ แต่เราจะเปิดฉากด้วยการตอกหน้าพวกมันด้วยวิชันที่เหนือกว่า ทำให้เห็นว่าถ้าลดสเปก ตึกนี้จะกลายเป็นแค่ขยะคอนกรีตไร้ค่า และคนที่ต้องรับผิดชอบคือพวกมันเอง"
ธันวามองตามนิ้วเรียวนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากวินทร์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ใกล้กันเพียงคืบทำให้เขาได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ และเห็นประกายความมุ่งมั่นในดวงตาคู่สวยนั้นชัดเจน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วจนน่าตกใจ ปากที่เคยแข็งกลับเอ่ยคำพูดออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว
"คุณนี่... ร้ายกาจกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ"
"เพิ่งรู้เหรอครับ?" กวินทร์ยิ้มรับด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาคู่คมพราวระยับ "ทีนี้... ในฐานะที่เราต้องกลายเป็น 'คู่หู' จำburยเพื่อสู้กับพวกตระกูลทุนหนานั่น คุณต้องสัญญาว่าเวลาผมส่งซิกอะไรในที่ประชุม คุณจะไม่ขัดขาผมเหมือนทุกที"
"ถ้าแผนของคุณมันเข้าท่า ผมก็ไม่มีเหตุผลต้องขัด... แต่ถ้ามันพัง คุณต้องเป็นคนรับหน้ากับท่านประธานเองนะ"
"Deal ครับ" กวินทร์ยื่นมือขวาออกมาเบื้องหน้า ฝ่ามือเรียวแบออกรอการตسازรับ
ธันวานิ่งมองมือนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือหนาของตนเองเข้าไปกุมไว้ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านความรู้สึกประหลาดเข้ามาในอก ความรู้สึกที่เปลี่ยนจากความเป็นศัตรูคู่กัด กลายเป็นความเชื่อใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในความมืดมิดของค่ำคืนนี้
ทว่า... ในจังหวะที่มือยังคงกุมกันอยู่ และสายตาของทั้งคู่กำลังสื่อความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งสองคนสะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ขณะที่กวินทร์หันไปมองประตูด้วยความระแวง
ประตูกระจกห้องประชุมค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เอกสารในแฟ้มสีดำสนิทถูกโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าพวกเขา เสียงทุ้มแหบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความสวีทนะครับ... แต่ดูเหมือนแผน 'กู้ภัยโปรเจกต์' ของพวกคุณ จะมีคนอื่นเขาชิงตัดหน้าอนุมัติไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อน"
ธันวาหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนอย่างชัดเจน!
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ*
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 10
เปลี่ยนโหมดคู่กัดเป็นคู่หู
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!