เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนคุมงาน

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้าคุณภาคภูมิเลือกแบบที่ผมปรับแก้ โครงสร้างทั้งหมดนี้ก็จะไม่ต้องรื้อทิ้งให้เสียเวลาครับคุณกวินทร์" เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนเย่อหยิ่งดังแทรกขึ้นทันทีที่ร่างท้วมของเจ้าของบ้านเศรษฐีร้อยล้านเดินคล้อยหลังพ้นเขตประตูรั้วชั่วคราวไป ธันวาไม่ได้หันมามองคู่สนทนาด้วยซ้ำ เขากำลังใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนแปลนกระดาษพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้กระดานอัดเสียงดัง *ก๊อก ๆ* เป็นจังหวะเพื่อเน้นย้ำความถูกต้องตามหลักวิศวกรรมที่เขาเคี่ยวเข็ญมานานนับเดือน กวินทร์ย스ิ้มมุมปาก ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตากันแดดทรงวินเทจกวาดมองร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแล็คเข้ารูปด้วยสายตาราวกับกำลังประเมินราคาเฟอร์นิเจอร์มือสอง "เสียเวลาเหรอครับคุณสถาปนิกเจ้าระเบียบ?" กวินทร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ตั้งใจลากเสียงยาว "แต่ผมกลับมองว่า การที่คุณพยายามยัดเยียดกรอบสี่เหลี่ยมทึบตันน่าเบื่อพวกนี้ให้บ้านริมทะเล มันเสียทั้งเวลา เสียทั้งรสนิยม และที่สำคัญ... เสียชาติเกิดของคนออกแบบอินทีเรียอย่างผมครับ" ธันวาหยุดมือที่กำลังถือปากกาเคมีสีแดง ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนโต๊ะทำงานพร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววคุกรุ่นจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด "รสนิยมของคุณมันกำลังจะทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักพังทลายลงมาทับคนงานตายก่อนที่บ้านหลังนี้จะสร้างเสร็จต่างหากครับ" ธันวาตอกกลับเสียงเย็นเยียบ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายทีละก้าวอย่างกดดัน "จำกฎเหล็กข้อแรกของไซต์งานผมไม่ได้หรือไง? 'ห้ามปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักเพื่อความสวยงามที่ไร้สาระเด็ดขาด' คุณหูทวนลมหรือว่าสมองมีปัญหาด้านการประมวลผลกันแน่ครับ?" จังหวะที่ธันวาขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนปั้นลอยเข้าจมูก กวินทร์ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย เขาŴเงยหน้าสู้สายตา รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้การปะทะกันครั้งนี้เหมือนสนามรบขนาดย่อมที่ไม่มีใครยอมลดละให้กัน "ผมไม่ได้เรียกว่าความไร้สาระครับคุณธันวา... ผมเรียกว่า 'ศิลปะที่หายใจได้'" กวินทร์เอียงคอเล็กน้อย จงใจลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นกระซิบกระซาบใกล้ใบหูของอีกฝ่าย "ผนังทึบ ๆ กั้นห้องแบบโบราณคร่ำครึที่คุณออกแบบน่ะ มันเหมาะเอาไปสร้างคุกมากกว่าบ้านพักตากอากาศริมทะเล ผมเสนอให้ทุบออกแล้วทำเป็นกระจกใสบานเลื่อน Full-height สูงชนฝ้า เพื่อให้ลมทะเลพัดผ่านเข้ามาโอบกอดคนอยู่... เข้าใจคำว่าธรรมชาติบำบัดไหมครับ หรือว่าชีวิตคุณรู้จักแต่สูตรคำนวณคานคอนกรีต?" ธันวากรามกระตุกแน่น สันจมูกโด่งรั้นพ่นลมหายใจออกมาด้วยความฉุนเฉียว เขาเกลียดคนอวดดี และเกลียดที่สุดคืออินทีเรียร์ที่ชอบทำตัวเหนือกว่าวิศวกรรมโครงสร้าง แต่น่าแปลก... ยิ่งอีกฝ่ายเชิดหน้าเถียงฉอด ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกายดื้อรั้นแบบนั้น หัวใจข้างซ้ายของเขากลับกระหน่ำเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห "ถ้าคุณอยากได้กระจกบานยักษ์รับลมทะเลนัก ทำไมไม่ไปกางเต็นท์นอนริมหาดเลยล่ะครับ จะได้ไม่ต้องมาเถียงเรื่องโครงสร้างกับผมให้เปลืองน้ำลาย" ธันวาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างอกของทั้งคู่แทบไม่เหลือพื้นที่ กวินทร์ชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อถูกสายตาดุดันคู่นั้นตรึงไว้ ดวงตาคมกริบที่มักจะมองแปลนงานด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับพราวระยับด้วยเพลิงอารมณ์ที่ร้อนแรงจนน่ากลัว แต่ก็น่าค้นหาในเวลาเดียวกัน กลิ่นอายความเป็นชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมและจริงจังทำให้กวินทร์เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ปากก็บอกว่าเกลียดความน่าเบื่อ แต่พอเจอคนดื้อด้านระดับพรีเมียมแบบนี้เข้าจริง ๆ หัวใจเจ้ากรรมดันสั่นระรัวเสียอย่างนั้น "ปากร้ายแบบนี้ ระวังจะตกหลุมรักคน 'ไร้สาระ' อย่างผมเข้าสักวันนะครับคุณธันวา" กวินทร์รวบรวมความกล้า เอ่ยกระซิบยั่วเย้าสวนกลับไปโดยไม่ยอมแพ้ ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นกว่าเดิม "ฝันไปเถอะครับ คนอย่างธันวาไม่มีทาง..." *แกร๊ก...* เสียงเปิดประตูเหล็กดัดหน้าไซต์งานดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาด ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว รีบดีดตัวถอยห่างออกจากกันทันทีราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ธันวาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งเช่นเดิม ส่วนกวินทร์ก็รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วหันไปมองผู้มาใหม่ ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีขาวสะอาดตา ปักลายลูกไม้ประณีต ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ธันวาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ "พี่ธันวาคะ... แพรพลอยแวะเอา22กาแฟกับแซนด์วิชมาฝากค่ะ เห็นว่าทำงานตั้งแต่เช้าคงยังไม่ได้ทานอะไรแน่เลย" เสียงหวานหยดของ "แพรพลอย" ลูกสาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และเป็นคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่หมาย The Match ไว้ให้ธันวา ดังขึ้นทำลายความเงียบทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที ธันวาขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอก ไม่ใช่เพราะรำคาญผู้หญิงตรงหน้า แต่เป็นเพราะหางตาของเขาเหลือบไปเห็นกวินทร์กำลังยืนกอดอก ยิ้มมุมปากด้วยแววตารู้ทันและสมเพชเวทนาส่งมาให้อย่างชัดเจน "ขอบคุณครับคุณแพรพลอย แต่ครั้งหลังไม่ต้องลำบากหรอกครับ ผมมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ" ธันวาตอบเสียงเรียบ หลีกเลี่ยงการสบตา แต่แพรพลอยกลับไม่สนใจท่าทีเย็นชา เธอเดินตรงเข้ามาคล้องแขนแกร่งของธันวาหน้าตาเฉย พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของธันวาต้องสะดุดกึก และทำให้กวินทร์ที่กำลังจะหันหลังเดินหนี... ต้องหยุดชะงักเท้าทันที "อ๋อ... คุณพ่อบอกว่าอยากจะเปลี่ยนอินทีเรียร์ใหม่พอดีค่ะ แพรพลอยเลยแนะนำให้รู้จักกับ 'คนสำคัญ' ที่คุณพ่อเพิ่งทาบทามมาเมื่อกี้เองค่ะพี่ธันวา..." แพรพลอยหันไปยิ้มกว้างให้กวินทร์ที่ยืนนิ่งค้างอยู่ริมเสาปูน "นี่คุณกวินทร์ใช่มั้ยคะ? ต่อไปเราคงต้องทำงานร่วมกันยาว ๆ เลยนะคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะคุณอินทีเรียร์คนเก่ง" ธันวานิ่งอึ้ง สมองประมวลผลคำพูดนั้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองกวินทร์ที่ยืนกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานหยดที่ดูเจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต ส่งกลับมาให้เขา "ยินดีที่ได้ร่วมงานอย่างเป็นทางการนะครับ... คุณสถาปนิกผู้เคร่งครัด" กวินทร์เอ่ยกลั้วหัวเราะเบา ๆ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความกวนและคลั่งรักของพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%