เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงแหลมยาวอยู่บนโต๊ะทำงานรกๆ ในไซต์งานก่อสร้าง ไม่ได้น่ารำคาญเท่ากับเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของคนที่นั่งกุมขมับอยู่บนลังไม้
"รับสิ... ปล่อยให้มันดังอยู่ได้"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดดังขึ้นเหนือหัว กวินทร์เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงโปรดิวเซอร์งานสถาปัตย์ที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ ธันวาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกและกางเกงสแลคเข้ารูปกำลังขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นเรียบตึงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่แววตาที่มองลงมากลับฉายประกายความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้อย่างเต็มที่
"เรื่องของผมครับ คุณธันวา... หน้าที่ผมคือเคลียร์แบบแปลนตรงนี้ให้เสร็จก่อนเที่ยง ไม่ใช่มานั่งรับสายใครที่ไหน" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยเพราะพิษไข้จากการตากฝนตรวจหน้างานเมื่อวาน ร่างเพรียวพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเพื่อหยิบม้วนกระดาษแปลน แต่ข้อเท้าที่พลิกบวมเป่งจากการสะดุดโครงเหล็กเมื่อครู่ก็ส่งผลให้เขาเซถลาเกือบหน้าคว่ำ
หมับ!
ท่อนแขนแข็งแรงพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว แรงเหวี่ยงทำให้กวินทร์เซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายเต็มแรง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนและบุคลิกสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของธันวาโชยเข้าจมูก
"ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง!" ธันวาเอ็ดเสียงเข้ม สองมือรวบประคองร่างที่สั่นเทาของคนตัวเล็กกว่าไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย "เท้าเจ็บจนเดินไม่ไหว ยืนยังจะไม่ได้อยู่แล้ว ยังจะมาทำเก่งอวดดีอะไรตอนนี้อีก"
"ปล่อยครับ ผมเดินเองได้... อื้อ!"
กวินทร์นิหน้าด้วยความเจ็บเมื่อเผลอน้ำหนักลงไปที่ข้อเท้าซ้าย ธันวาไม่พูดพร่ำทำเพลง ชายหนุ่มตัดสินใจช้อนตัวอินทีเรียร์ปากเก่งขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าสาวทันที ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของคนในไซต์งานที่หันมามองเป็นตาเดียว
"นี่! ทำบ้าอะไรเนี่ย! ปล่อยผมลงนะ คนมองเต็มไปหมด!" กวินทร์ทุบไหล่กว้างป้าบใหญ่ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความอายและโกรธผสมปนเปกัน "ผมไม่ใช่เด็กทารกนะ!"
"ถ้าไม่อยากให้คนมองมากกว่านี้ ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ" ธันวากลกดเสียงต่ำ ดุด้วยสายตาคมกริบที่แฝงความจริงจังจนกวินทร์เผลอชะงัก "เท้าบวมขนาดนี้ยังจะฝืนทำเท่ เดี๋ยวผมพาไปห้องพยาบาลชั่วคราว ถ้าดื้ออีกผมจะจูบปิดปากตรงนี้แหละ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย"
คำขู่หน้าตายแต่จริงจังทำเอากวินทร์เม้มปากแน่นสนิท ไม่กล้าต่อความยาวสาวความยืดอีกต่อไป แม้ใจจะอยากเถียงกลับแค่ไหน แต่สัมผัสอบอุ่นจากอ้อมแขนที่โอบอุ้มเขาอย่างระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนแผล กลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห
ธันวาอุ้มร่างโปร่งเดินเลี่ยงผู้คนมายังห้องพักคนงานติดแอร์เย็นฉ่ำที่ถูกเคลียร์ให้เป็นห้องพยาบาลเฉพาะกิจ เขาค่อยๆ วางกวินทร์ลงบนเตียงสนามอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าตุ๊กตาแก้วราคาแพงจะแตกสลาย มือหนาหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาเปิดออกอย่างไร้ความลังเล
บรรยากาศในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกของคนทั้งคู่ ธันวานั่งลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ประคองข้อเท้าข้างที่บวมช้ำของกวินทร์ขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด นิ้วเรียวยาวสัมผัสเบาๆ ที่ผิวเนื้อเนียนรอบรอยฟกช้ำ
"เจ็บไหม" น้ำเสียงที่เอ่ยถามอ่อนลงกว่าเดิมหลายเท่า จนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ
"นิดหน่อยครับ..." กวินทร์ตอบเสียงเบา หลบสายตาคมที่มองมาอย่างมีความหมาย เขาไม่ชินเลยสักครั้งที่เห็นมุมอ่อนโยนแบบนี้จากสถาปนิกจอมหยิ่งผู้แสนเย็นชา ปกติมีแต่จะคอยจิกกัดและเถียงกันจนบ้านแตก
ธันวาหยิบเจลเย็นประคบลงบนข้อเท้าบวมอย่างเบามือที่สุด ท่วงท่าและน้ำหนักในการดูแลช่างนุ่มนวลสวนทางกับบุคลิกภายนอกโดยสิ้นเชิง สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับการรักษาแผลราวกับมันคือชิ้นงานสถาปัตยกรรมที่ประณีตที่สุดในโลก
"คราวหลัง... ถ้าไม่ไหวก็บอก อย่าฝืน" ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง "ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดที่จะใช้งานคนป่วยจนตายคาไซต์งานหรอกนะ กวินทร์"
"คุณก็ไม่ได้ใจดี... แต่ทำไมชอบทำตัวแปลกๆ" กวินทร์พึมพำลอดไรฟัน มองกลุ่มผมสีดำสนิทของคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาพันผ้าให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจ "ทำไมต้องมาดูแลผมด้วย ปล่อยให้ลูกน้องทำก็ได้นี่"
ธันวาชะงักมือที่กำลังผูกปมผ้าก๊อซ เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกริบสบเข้ากับดวงตากลมโตของอินทีเรียร์หนุ่มในระยะประชิด ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินรดกัน
"เพราะคนอื่น... ไม่ใช่คุณ"
คำตอบสั้นๆ ห้วนๆ แต่กลับทรงพลังจนกวินทร์รู้สึกเหมือนอุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว ปากที่เคยไวและจัดจ้านกลับปิดสนิท พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับความตรงไปตรงมาที่นานๆ ทีจะหลุดออกมาจากปากคนซึน
ธันวายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มของกวินทร์แล้วขยี้เบาๆ อย่างมันเขี้ยว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชวนให้ใจสั่น
"นั่งพักตรงนี้ให้เรียบร้อย เดี๋ยวผมสั่งข้าวมาให้... ห้ามดื้อหนีไปไหนเด็ดขาด ไม่งั้นผมเอาคุณแน่"
พูดจบ ธันวาก็หมุนตัวเดินหันหลังเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเตรียมจะสั่งอาหารเที่ยง ทว่า...
กริ๊งงงงง!
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของธันวาแผدเสียงดังขึ้นตัดความเงียบ สถาปนิกหนุ่มหยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาที่กำลังอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและเย็นชาลงในเสี้ยววินาที
ธันวากดรับสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย กรอกเสียงลงไปสั้นๆ "ครับแม่..."
กวินทร์เงยหน้าขึ้นมองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของอีกฝ่าย ความเงียบงันที่แผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้างทำให้เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่สู้ดีนัก
"อะไรนะ... คุณย่า... อาการทรุดหนักลงอีกแล้วเหรอครับ?!"
เสียงทุ้มของธันวาหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจจนเสียงสั่นเครือ ร่างสูงนิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน มือที่ถือโทรศัพท์ร่วงหล่นลงข้างลำตัวโดยไม่รู้ตัว
"ทางโรงพยาบาลบอกให้คุณรีบไปดูใจด่วนที่สุดครับ!" ประโยคสุดท้ายจากปลายสายดังลอดออกมาเบาๆ แต่กวินทร์กลับได้ยินมันชัดเจนทุกถ้อยคำ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นของคนทั้งคู่ในตอนนี้นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 16
ความใส่ใจในแบบฉบับคนเย็นชา
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!