"คุณย่า... อาการทรุดหนักลงอีกแล้วเหรอครับ?"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาที่หลุดลอดออกมาจากปลายสายเมื่อคืน ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของกวินทร์ แม้ว่าในตอนนี้ สองเท้าของพวกเขาจะยืนอยู่ท่ามกลางเสียงคำรามของเครื่องจักรกลหนักและฝุ่นควันคลุ้งกระจายของไซต์งานคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองแล้วก็ตาม
ความเงียบงันระหว่างสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบกับอินทีเรียดีไซเนอร์ฝีปากกล้าไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความไร้เยื่อใย แต่มันคือความอึมครึมที่เกิดจากความเปราะบางในจิตใจของธันวา ซึ่งต่อให้เขาจะพยายามซ่อนมันไว้ใต้มาادผู้ชายเย็นชาไร้ความรู้สึกสักแค่ไหน กวินทร์ที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ก็ยังสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาคู่นั้นได้อย่างชัดเจน
"ถ้าไม่ไหว ก็กลับไปหาคุณย่าก่อนเถอะครับ งานทางนี้ผมเคลียร์เองได้" กวินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงไม่ได้ประชดประชันเหมือนทุกที หากแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามดึงระดับให้เป็นปกติที่สุด
ธันวาหันขวับมามอง ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกนิรภัยสีขาววาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "คุณคิดว่างานระดับสเกลนี้มันเล่นขายของหรือไง ถึงบอกว่าเคลียร์เองได้... อีกอย่าง หน้าตาผมมันดูเหมือนคนหมดสภาพขนาดนั้นเลยรึไงครับคุณอินทีเรีย"
"ปากดีไม่เปลี่ยน..." กวินทร์พึมพำเบาๆ กลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา "ผมก็แค่หวังดีกลัวว่าสถาปนิกเทวดาแถวนี้จะล้มพับคาสายงานจนโปรเจกต์พังพินาศต่างหากเล่า ใครจะไปใจดำใจคอระเหิดระเหินทิ้งงานได้เหมือนคุณล่ะ"
"กวินทร์!"
ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้ต่อว่าอะไรไปมากกว่านั้น เสียงตะโกนโกลาหลพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายจากโซนโครงสร้างหลักชั้นยี่สิบเอ็ดก็ดังแทรกขึ้นมากลบทุกบทสนทนา ร่างของโฟร์แมนคุมงานวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาพวกเขาด้วยเนื้อตัวที่เปื้อนฝุ่นปูนและหยาดเหงื่อ
"คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับคุณ! คานปูนพรีคาสท์ที่เพิ่งยกขึ้นมาติดตั้งเมื่อกี้... เกิดรอยร้าวเฉียงยาวเกือบสองเมตรตรงจุดเชื่อมต่อหลักครับ! แถมโครงสร้างเหล็กรับน้ำหนักฝั่งทิศเหนือเริ่มแอ่นตัวลงมาแล้วด้วย!"
หัวใจของธันวากระตุกวูบ สติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายจากเรื่องคุณย่าถูกดึงกลับมาสู่ความจริงตรงหน้าในเสี้ยววินาที ร่างสูงโปร่งพุ่งทะยานไปยังลิฟต์ชั่วคราวโดยไม่รอฟังคำอธิบายเพิ่มเติม กวินทร์กัดฟันกรอด ขยับหมวกนิรภัยให้กระชับแล้ววิ่งตามหลังไปติดๆ
เมื่อมาถึงชั้นยี่สิบเอ็ด ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบสะดุด รอยร้าวขนาดใหญ่บนคานคอนกรีตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันคือวิกฤตความปลอดภัยระดับวิกฤตที่อาจทำให้โครงสร้างทั้งโซนพังถล่มลงมาได้หากคำนวณการรับแรงผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว
"เวรเอ้ย..." ธันวาพึมพำสบถออกมาเบาๆ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม สมองของสถาปนิกหนุ่มกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า "ทีมวิศวกรโครงสร้างบอกว่ายังไงบ้าง ทำไมปล่อยให้เกิดการแอ่นตัวแบบนี้"
"พวกเขากำลังเช็คแบบจำลองการรับน้ำหนักอยู่ครับ แต่ปัญหาคือแรงลมข้างบนนี้มันแรงเกินคาด แถมน้ำหนักของวัสดุกรุผนังที่กองอยู่โซน B มันกดทับจุดเดียวกันเกินพิกัด!" โฟร์แมนละล่ำละลักตอบด้วยความตื่นตระหนก
"ถ้ามัวแต่รอแบบจำลองของพวกวิศวกร มีหวังตึกนี้ได้พับฐานก่อนสร้างเสร็จแน่"
เสียงหวานแต่เด็ดขาดดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน กวินทร์ก้าวเท้าเข้าไปยืนเคียงข้างธันวา ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและสติสัมปชัญญะที่เฉียบคม
ธันวาหันไปมองคนข้างกายด้วยความประหลาดใจ "คุณจะทำอะไรกวินทร์ มันอันตรายเกินไป"
"ผมรู้ว่าอันตราย แต่ผมก็รู้ด้วยว่าการออกแบบภายในที่ผมกำลังทำอยู่ มันอิงกับโครงสร้างรับน้ำหนักพวกนี้โดยตรง!" กวินทร์หันมาสบตา ปลายจ้วงพู่กันในหัวของเขาเริ่มวาดแผนผังในหัวอย่างรวดเร็ว "ฟังผมนะธันวา ถ้าเราย้ายจุดกระจายน้ำหนักของวัสดุกรุผนังทั้งหมดไปยังแกนเสาหลักฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ทันที แล้วใช้คานเหล็กชั่วคราวค้ำยันรับแรงเฉือนตรงนี้ไว้... เราจะซื้อเวลาลดแรงกดได้สี่สิบเปอร์เซ็นต์!"
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของอินทีเรียดีไซเนอร์จอมพยศคนนี้ ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน กวินทร์ไม่ได้เป็นแค่คู่กัดที่เอาแต่เถียงเขาในห้องประชุม แต่เป็น "พาร์ทเนอร์" ที่พร้อมจะแบกรับความเสี่ยงและแก้ปัญหาเคียงบ่าเคียงไหล่ได้อย่างน่าทึ่ง
"คุณมั่นใจแค่ไหน..." ธันวาถามเสียงพร่า ทว่าแฝงความเชื่อใจไว้อย่างเต็มเปี่ยม
"ร้อยเปอร์เซ็นต์... ถ้าคุณกล้าพอที่จะสั่งการตามที่ผมบอก!" กวินทร์ตอบกลับทันควัน รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ตกลงตามนี้!" ธันวาหันไปออกคำสั่งเสียงดังฟังชัดด้วยบารมีของสถาปนิกหลัก "ทุกคนฟังทางนี้! ย้ายกองวัสดุทั้งหมดไปโซนตะวันออกเฉียงใต้เดี๋ยวนี้! ทีมช่างเหล็ก เตรียมคาน H-Beam มาค้ำยันจุดร้าวตามที่ผมกำหนด... เริ่ม!"
บรรยากาศบนชั้นยี่สิบเอ็ดเต็มไปด้วยความอลหม่านและความกดดัน เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นละอองตลบอบอวลจนแทบมองไม่เห็นทาง แต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มและร่างโปร่งของอินทีเรียดีไซเนอร์กลับเคลื่อนไหวประสานกันได้อย่างไร้รอยต่อ ธันวาคอยควบคุมทิศทางการรับน้ำหนักโครงสร้างหลัก ขณะที่กวินทร์คอยวิ่งเช็คหน้างานและคำนวณพื้นที่จัดวางวัสดุไม่ให้เกิดแรงบิดซ้ำซ้อน
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเต็มที่ราวกับยาวนานเหมือนหลายปี ในที่สุด เสียงสัญญาณเตือนการแอ่นตัวก็เงียบลง รอยร้าวบนคานหยุดขยายตัว และโครงสร้างเหล็กเริ่มนิ่งสนิทภายใต้การค้ำยันเฉพาะหน้า
เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นจากปากของทุกคนในทีม โฟร์แมนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความหมดแรง เช่นเดียวกับคนงานคนอื่นๆ ที่ต่างพากันปาดเหงื่อ
กวินทร์ยืนหอบหายใจรดต้นคอ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นหลังบาง เส้นผมที่เคยเซ็ตไว้อย่างดีหลุดรุ่ยลงมาปรกหน้าผาก ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความภาคภูมิใจในชัยชนะเฉพาะหน้าที่เพิ่งร่วมมือกันคว้ามาได้
ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด มือหนายื่นออกไปปัดเศษฝุ่นปูนที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียนของคนตรงหน้าอย่างลืมตัว สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้กวินทร์ชะงักเงยหน้าขึ้นสบตา
ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ไออุ่นจากร่างกายและกลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นไป สร้างบรรยากาศแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจของทั้งสองคนเต้นผิดจังหวะ
"เก่งมาก... ยัยตัวแสบ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำ แววตาที่มองมาไม่อาจซ่อนความรู้สึกคลั่งรักที่เอ่อล้นทะลักออกมาได้อีกต่อไป
กวินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ผม... ผมก็แคไม่อยากให้งานของผมพังหรอกนะ"
ธันวายกยิ้มมุมปาก ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สติของกวินทร์เริ่มกระเจิง สมองตื้อตันจนแทบคิดคำพูดประชดประชันไม่ออก มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาจับเอวบางไว้หลวมๆ โดยไม่มีท่าทีจะปล่อย
"ปากแข็งชะมัด... ทั้งๆ ที่เมื่อกี้เกือบจะร้องไห้ตอนวิ่งมาหาผมแล้วแท้ๆ"
"ใครร้องไห้กันหะ! คุณต่างหากล่ะที่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม— อื้อ!"
คำพูดท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อธันวาฉวยโอกาสก้มลงปิดริมฝีปากที่เอาแต่เถียงนั้นด้วยความรวดเร็ว สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมากลางไซต์งานที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและเสียงคนงาน ทำเอาโลกทั้งใบของกวินทร์หยุดหมุนไปชั่วขณะ
ก่อนที่สติที่หลุดลอยไปจะถูกดึงกลับมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากทางบันไดหนีไฟ
"คุณธันวาครับ! มีสายด่วนโทรเข้ามาจากโรงพยาบาล... เรื่องคุณย่าครับ!"
ธันวาผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก ดวงตาคมกริบฉายแววตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น เขากุมมือของกวินทร์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ร่างของเลขาหนุ่มวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าซีดเผือด
"ว่ายังไงนะ..." ธันวาถามเสียงสั่น
"คุณย่า... อาการทรุดหนักลงอีกแล้วครับ ทางโรงพยาบาลบอกให้คุณรีบไปดูใจด่วนที่สุดครับ!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมลุ้นและเดินทางฝ่าวิกฤตไปกับธันวากับกวินทร์ในตอนนี้ด้วยนะครับ!
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 15
ความซวยที่มาพร้อมโอกาส
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!