เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 24

อุปสรรคชิ้นใหญ่

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เสียงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือที่รัวติดต่อกันราวกับใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วงดังระรัวขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดในมุมอับสายตาของห้องจัดแสดงงาน ดารินยืนนิ่งค้างอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ปนเปไปกับความเจ็บปวดที่ฉายชัดขึ้นมาวับหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มแบบผู้ดีที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีจะถูกยกขึ้นมากลบเกลื่อนความรู้สึกทั้งหมดอย่างรวดเร็ว "อุ๊ย... ขอโทษนะคะ ดูเหมือนว่าดิฉันจะเข้ามาผิดจังหวะหรือเปล่าคะ?" น้ำเสียงหวานใสที่เจือความเยาะหยันเล็กน้อยหลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีพีชของดาริน เธอกวาดสายตามองกวินทร์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ชิดผนังห้อง โดยมีร่างสูงของธันวาขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าราวกับต้องการปกป้อง แต่ในสายตาคนนอก มันกลับกลายเป็นภาพของความลับลมคมในที่ถูกเปิดโปงคาหนังคาเขา ธันวาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นที่หลงเหลือจากสัมผัสเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยไอเย็นเยียบแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบหันกลับไปมองคู่หมั้นสาวด้วยแววตาที่เรียบนิ่งจนน่ากลัว "เธอไม่ได้เข้ามาผิดจังหวะหดหู่หรอกดาริน..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ทุกคนในรัศมีสิบเมตรเงียบกริบ "แต่เธอมาช้าไปต่างหาก... ช้าไปจนทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดกันไปใหญ่โตแล้ว" กวินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย และหงุดหงิดกับสถานการณ์ตรงหน้า แม้เขาจะไม่ใช่คนแคร์สายตาใคร แต่วิธีการมองของคนรอบข้างที่เริ่มซุบซิบกระหน่ำกระเหรี่ยงกันเข้ามา มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสักนิด มือเรียวเล็กเอื้อมไปผลักแผงอกกว้างของธันวาเบาๆ เพื่อให้เว้นระยะห่าง ก่อนจะก้าวสวนออกไปอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าการคุยเรื่องงานมันทำให้คุณดารินเข้าใจเป็นอื่นไปได้ขนาดนี้ วันหลังพวกเราคงต้องไปกางเต็นท์คุยกันกลางสนามหลวงแทนแล้วล่ะครับ จะได้มีพยานบุคคลสักสองร้อยคน" กวินทร์ปะทะคารมสวนกลับทันควัน ใบหน้าเชิّدขึ้นอย่างถือดี แม้ข้างในจะเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มกับสถานการณ์ที่กำลังบานปลาย ดารินหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบกวาดมองกวินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามที่ซ่อนไว้ไม่มิด "ปากเก่งสมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ คุณกวินทร์... อินทีเรียร์ดีไซเนอร์คนเก่ง ที่ดูเหมือนจะเก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องการรักษาขอบเขตระหว่างเจเนอรัลคอนแทร็กเตอร์กับเจ้าของโปรเจกต์" "คุณดาริน!" ธันวาตวาดกร้าว เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงไปอีกหลายองศา "อย่าล้ำเส้น" "ดารินไม่ได้ล้ำเส้นนะคะธันวา! แต่คนที่กำลังทำให้โปรเจกต์มูลค่าหลายร้อยล้านพังไม่เป็นท่าต่างหากล่ะที่ล้ำเส้น!" คราวนี้เสียงของดารินตึงเครียดขึ้นบ้าง ความอดทนที่สะสมมานานถูกกระชากจนขาดผึ่ง เธอหยิบแท็บเล็ตในมือขึ้นมาเปิดหน้าจอให้ทุกคนเห็นภาพถ่ายในมุมมองที่หมิ่นเหม่ ช็อตที่ธันวาโน้มตัวเข้าใกล้กวินทร์ในมุมมืดถูกแชร์ลงในกลุ่มไลน์ภายในของบริษัทและกลุ่มสื่อมวลชนสายอสังหาริมทรัพย์เรียบร้อยแล้ว "ดูนี่สคะ! ภาพนี้กำลังว่อนไปทั่วโลกออนไลน์แล้วค่ะ! ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ฉาวระหว่างสถาปนิกหัวกะทิกับอินทีเรียร์ตัวจี๊ดกำลังทำให้หุ้นของบริษัทสั่นคลอน!" ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นรอบบริเวณนั้นทันที เสียงซุบซิบดังระงมยิ่งกว่าผึ้งแตกรัง กวินทร์มองภาพบนหน้าจอแท็บเล็ตนั้นแล้วใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความโกรธจัดที่มีคนจงใจ "สอดส่อง" และ "จัดฉาก" ถ่ายภาพในมุมที่จงใจสร้างความเสียหายขนาดนี้ "ใครเป็นคนถ่ายภาพนี้?" กวินทร์ถามเสียงเย็นเยียบ ดวงตาคมกวาดมองหน้าทุกคนในบริเวณนั้น "เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่ากับว่า... พวกคุณจะแก้ข่าวยังไงต่างหาก" เสียงทุ้มทรงอำนาจของ 'ท่านประธานกรณฑ์' พ่อของธันวาและประธานใหญ่แห่งกลุ่มบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ดังแทรกขึ้นมาจากกลุ่มฝูงชนที่แหวกทางให้ สีหน้าของชายวัยกลางคนเคร่งเครียดและดุดันจนไม่มีใครกล้าสบตา "ธันวา แกตามฉันมาที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ ส่วนคุณกวินทร์... เชิญรออยู่ตรงนี้ก่อนครับ" บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของประธานใหญ่เย็นเยียบราวกับห้องแช่แข็ง ธันวายืนกอดอกนิ่ง สีหน้าไร้ความเกรงกลัวใดๆ ผิดกับความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวของท่านกรณฑ์ "แกทำอะไรลงไปรู้ตัวไหมธันวา?" กรณฑ์โยกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระแทกเสียงดัง "โปรเจกต์ 'The sanctuary' กำลังจะเปิดประมูลพาร์ทเนอร์ใหญ่ในอีกสามวันข้างหน้า แต่ตอนนี้ดันมีข่าวฉาวเรื่องชู้สาวของหัวหน้าทีมสถาปนิกกับอินทีเรียร์หลุดออกมา คนพวกนั้นกำลังมองว่าบริษัทเราขาดรรธนธรรมองค์กร และโปรเจกต์นี้อาจจะล่มเพราะเรื่องไร้สาระของพวกแกสองคน!" "มันไม่ใช่เรื่องชู้สาวครับพ่อ" ธันวาตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทแต่มั่นคง "มันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด และมีคนจงใจปล่อยข่าวเพื่อดิสเครดิตทีมงานของเรา" "ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่ความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้ว!" กรณฑ์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น "พ่อให้เวลาแกสี่สิบแปดชั่วโมงในการกู้ชื่อเสียงของโปรเจกต์นี้กลับคืนมา หาตัวคนที่ปล่อยข่าวให้ได้ และที่สำคัญ... ทำให้บอร์ดบริหารเห็นว่าพวกแกทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่อย่างนั้น... ฉันจะปลดพวกแกออกจากโปรเจกต์นี้ทั้งคู่ แล้วเอาทีมอื่นมาแทน!" ประโยคนั้นทำให้ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันที การปลดเขาออกจากโปรเจกต์นี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับการที่หยาดเหงื่อและความตั้งใจของกวินทร์จะสูญเปล่าไปต่อหน้าต่อตา เมื่อธันวาเดินกลับออกมาจากห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาก็พบกวินทร์ยืนรออยู่ริมระเบียงทางเดิน แสงไฟยามค่ำคืนของเมืองหลวงสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่ดูมุ่งมั่นแต่แฝงความเหนื่อยล้าของร่างบาง "พ่อแกสั่งเฉือดฉันทิ้งแล้วใช่ไหมล่ะ?" กวินทร์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเครียด "ยินดีด้วยนะ คุณสถาปนิกเจ้าระเบียบ พ้นเคราะห์กรรมที่จะต้องมาทำงานร่วมกับคนปากจัดอย่างฉันสักที" ธันวาไม่ตอบอะไร เขาเดินเข้ามาประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็วจนกวินทร์ต้องผถอยหลังไปชนกับราวระเบียงกระจก กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมผสานกับความเครียดรอบตัวทำให้กวินทร์ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหงุดหงิด "ถอยไปนะ ธันวา... ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นลิ้นกับนาย—" "ใครบอกว่าฉันจะยอมให้พ่อปลดเธอ?" ธันวาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังจนกวินทร์ชะงัก ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะยืนยันคำพูดทุกคำ "โปรเจกต์นี้ฉันสร้างมันขึ้นมากับมือ และฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายมัน... โดยเฉพาะตัวเธอ" กวินทร์ใจเต้นตึ้กกับประโยคท้าย ทว่าก่อนที่เขาจะได้เถียงอะไรกลับไป เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็แผדเสียงดังขึ้นพร้อมกันทั้งคู่ กวินทร์หยิบขึ้นมาเปิดดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด ข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งของเพจข่าววงการอสังหาฯ และดีไซน์ถูกปล่อยออกมาสดๆ ร้อนๆ พร้อมกับเอกสารลับที่ระบุว่า *'แบบแปลนโครงสร้างหลักของโปรเจกต์ The Sanctuary ถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสี่ยงต่อการพังทลาย'* ธันวาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง ข้อความจากทีมวิศวกรส่งตรงเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก—*สเปกวัสดุก่อสร้างหลักถูกสับเปลี่ยนเป็นของเกรดต่ำ และชื่อผู้สั่งการในระบบ... คือกวินทร์* ธันวาเงยหน้าขึ้นมองกวินทร์ช้าๆ ท่ามกลางความมืดของระเบียงที่หนทึบขึ้นในพริบตา "กวินทร์..." ธันวาเอ่ยชื่อนั้นเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ "บอกฉันที... ว่านี่ไม่ใช่ฝีมือเธอ" กวินทร์มองหน้าสถาปนิกหนุ่ม ความตกใจฉายชัดในดวงตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหยันที่มุมปากเมื่อรู้ตัวว่า... พวกเขาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับแค่ข่าวฉาวธรรมดาเสียแล้ว แต่นี่คือเกมการเมืองสกปรกที่จงใจฆ่าพวกเขาให้ตายทั้งกลม! โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ก๊วนสถาปนิกของเรามาจนถึงตอนนี้ เจอกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%