“จะมองอีกนานไหมครับ ถ้าไม่รีบกลับไปจัดการงานข้างใน ผมจะถือว่าคุณอยากให้ผมทำเรื่องเมื่อกี้ต่อให้จบ”
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันหลังห้องจัดเลี้ยง แววตาคมกริบของเขายังคงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของกวินทร์ ราวกับจะค้นหาความนัยบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งขืน กวินทร์เม้มปากแน่น หัวใจในอกเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก เขารู้ดีว่าถ้าเถียงตอนนี้ก็มีแต่จะเสียเปรียบ แต่ให้ยอมรับออกไปตรงๆ ว่าใจสั่น... ไม่มีทางเสียหรอก
“คุณธันวาครับ ผมว่าคุณควรจะเอาเวลาไปรักษาอาการหลงตัวเองดีกว่านะครับ” กวินทร์แค่นยิ้ม พยายามคุมน้ำเสียงให้เรียบนิ่งที่สุด “งานวันนี้มันคืองานจบโปรเจกต์ ไม่ใช่งานเปิดตัวความประหลาดของสถาปนิกจอมหยิ่งอย่างคุณ”
ธันวาไม่โต้ตอบ เขาเพียงแต่ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนแผ่นหลังของกวินทร์สัมผัสได้ถึงกำแพงเย็นเยียบด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้จันทน์หอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าเริ่มทำให้กวินทร์หายใจติดขัด
“ผมไม่ได้หลงตัวเอง” ธันวากระซิบชิดใบหู “ผมแค่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และที่สำคัญ... ผมรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังสั่น”
“ไอ้...!”
กวินทร์ชะงักคำด่าไว้ที่ริมฝีปาก เมื่อเห็นว่าธันวาไม่ได้กำลังล้อเล่น สายตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความกวนประสาทอย่างที่เคยมี แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงจังที่น่าเกรงขามจนน่าใจหาย
งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของโครงการยักษ์ใหญ่กำลังดำเนินไปอย่างครึกครื้นด้านนอก เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ และเสียงหัวเราะของผู้คนสลับกับเสียงแก้วไวน์กระทบกัน แต่นั่นกลับดูไกลออกไปเหมือนอยู่คนละโลก ในซอกหลืบหลังห้องแห่งนี้ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่เป็นเครื่องยืนยันว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือความจริง
“ทำไมต้องทำท่าทางเหมือนเกลียดผมขนาดนั้นครับ” ธันวาถามพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของกวินทร์เบาๆ “เกลียดจนต้องคอยจับผิด เกลียดจนต้องคอยปะทะ... หรือจริงๆ แล้วมันคือวิธีที่คุณใช้ปกปิดความรู้สึกตัวเองกันแน่?”
กวินทร์ปัดมือนั้นออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ “คุณมันก็แค่คนที่ชอบควบคุมทุกอย่าง แม้กระทั่งความรู้สึกคนอื่น คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เป็นพระเจ้าที่จะมาตัดสินความรู้สึกของผมเหรอ?”
“ผมไม่ได้เป็นพระเจ้า” ธันวาเปลี่ยนสีหน้าเป็นความนุ่มนวลอย่างกะทันหัน จนกวินทร์ปรับตัวตามไม่ทัน “ผมเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมลดกำแพงลง เพราะอยากให้คุณเห็นว่าภายใต้ความเย็นชาพวกนี้... มันมีที่ว่างไว้ให้คุณคนเดียวเท่านั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คำพูดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของธันวากำลังกัดกินความถือดีในใจของกวินทร์ทีละน้อย กวินทร์รู้สึกเหมือนน้ำแข็งที่พยายามประคองไว้กำลังละลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี เขามองคนตรงหน้าที่ครั้งหนึ่งเขาเคยตราหน้าว่าน่าหมั่นไส้ที่สุด แต่ตอนนี้กลับเป็นคนที่เขาไม่อยากให้เดินจากไปไหน
“มันสายไปแล้วครับ” กวินทร์พึมพำ “คำสารภาพของคุณ... มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะ”
“งั้นให้ผมพิสูจน์ไหมครับว่ามันจะดีขึ้นยังไง”
ธันวาก้าวเท้าเข้ามาจนชิด กวินทร์ไม่มีทางหนีอีกต่อไป มือแกร่งเชยคางอีกฝ่ายขึ้นอย่างถือวิสาสะ สายตาของสถาปนิกหนุ่มฉายแวววอนขอที่กวินทร์ไม่เคยได้เห็นมาก่อน มันไม่ใช่การบังคับ แต่มันคือการร้องขอด้วยหัวใจ กวินทร์รู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด ยิ่งเห็นความจริงจังในดวงตาคู่นั้น ความเกลียดชังที่เคยสร้างขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันก็พังทลายลง
“แค่คืนนี้... ได้ไหมครับกวินทร์” ธันวากระซิบแผ่วเบา “แค่เลิกเป็นสถาปนิก เลิกเป็นอินทีเรีย เลิกเป็นคู่กัด... เหลือแค่คุณกับผม”
กวินทร์สูดหายใจเข้าลึก มือที่กำชายเสื้อตัวเองไว้แน่นค่อยๆ คลายออก ความประหม่าที่เคยกดทับถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานาน เขาตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนหน้าผากเกือบจะชนกัน
“ถ้าคุณคิดจะเล่นตลกกับความรู้สึกผม...” กวินทร์เสียงสั่น “ผมสาบานว่าผมจะทำให้คุณเสียใจที่เกิดมาเป็นสถาปนิกเลยล่ะ”
ธันวาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบปีที่เขาแสดงอาการเช่นนี้ มันเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและเปี่ยมสุข “งั้นผมคงต้องเตรียมตัวรับมือให้ดีแล้วล่ะครับ เพราะผมคงไม่ยอมปล่อยให้คุณไปทำร้ายผมได้ง่ายๆ...”
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ความหวานล้ำ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงประตูห้องเก็บของที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
“ธันวา! พวกผู้บริหารเขารอชนแก้วอยู่นะเว้ย... เฮ้ย! พวกนายสองคนทำอะไรกัน!”
กวินทร์ผละออกทันทีราวกับถูกไฟช็อต ใบหน้าแดงก่ำหันไปมองต้นเสียงที่ยืนค้างอยู่ตรงกรอบประตู ในขณะที่ธันวาถอนหายใจยาวพลางปรับสีหน้ากลับสู่โหมดเย็นชาโดยฉับพลัน ก่อนจะเหลือบไปเห็นใบหน้าซีดเผือดของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่—นั่นคือ 'ดาริน' คู่หมั้นที่ทางบ้านของธันวาหมายตาไว้ และเธอไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ยังมีสายตาของคนในงานอีกนับสิบชีวิตที่มองตรงมายังมุมมืดแห่งนี้ด้วยความตกตะลึง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะครับ หวังว่าทุกคนจะมีความสุขไปกับเรื่องราวของทั้งคู่ครับ!
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 23
คำสารภาพในคืนงานเลิก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!