เอกสารสัญญาร่างสุดท้ายถูกพับทบลงบนโต๊ะทำงานไม้สักสีเข้ม เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องประชุมสตูดิโอ ธันวานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีนิ่งขรึม แว่นตากรอบโลหะถูกดันขึ้นเล็กน้อยตามความเคยชินขณะที่ดวงตาสีเข้มคมกริบกำลังจดจ้องร่างเพรียวบางของอินทีเรียดีไซเนอร์รุ่นน้องที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"คุณจะเซ็นตรงนี้ หรือจะรอให้ผมฟ้องเรื่องที่คุณแอบแก้แบบแปลนห้องครัวชั้นสามโดยไม่บอกผมก่อนดีล่ะครับ คุณกวินทร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ตามสไตล์สถาปนิกเจ้าระเบียบหลุดออกมาจากริมฝีปากของธันวา แม้ภายนอกจะดูเหมือนการขู่บังคับ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
กวินทร์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนเจ้าเล่ห์ทันที มือเรียวคว้าปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างขัดใจ
"ผมไม่ได้เรียกว่าแก้แบบครับคุณธันวา ผมเรียกว่า 'ปรับปรุงให้มันใช้งานได้จริง' ต่างหาก ใครจะไปหัวโบราณทำตามแปลนแข็งทื่อที่คุณวาดไว้ล่ะครับ คนอยู่จริงเขาเดินชนเคาน์เตอร์ตายพอดี" กวินทร์ลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากของอินทีเรียหนุ่มจอมพยศท้าทายอำนาจมืดของสถาปนิกหนุ่มได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด
ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง ยอมรับกับตัวเองในใจว่าความดื้อรั้นของอีกฝ่ายนี่แหละ คือสิ่งที่เข้ามาพังทลายความสมบูรณ์แบบที่น่าเบื่อหน่ายในชีวิตของเขาลงอย่างราบคาบ จากสถาปนิกที่เคยเกลียดความผิดพลาดและการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้เขากลับยอมให้กวินทร์เข้ามาพลิกคว่ำพลิกหงายตารางชีวิตของเขาได้ทุกวันอย่างเต็มใจ
"ตามใจคุณเถอะครับ... จะแก้ จะรื้อ หรือจะทำอะไรกับตึกนั้นก็ตามสบาย ผมยกให้คุณตัดสินใจขั้นเด็ดขาดในส่วนอินทีเรียแล้วนี่ครับ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาที่มองตรงมากลับสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดธรรมดา
กวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ปากกาในมือหยุดหมุน ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคู่คมของอีกฝ่าย ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ชั่วขณะ ไม่มีคำพูดประชดประชัน ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาท มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในใจของอินทีเรียหนุ่ม
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้น ธันวาไม่เคยปล่อยให้ใครก้าวก่ายงานของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผู้ชายคนนี้คือสถาปนิกผู้ยึดมั่นในหลักการและตีกรอบทุกอย่างไว้ด้วยความสมบูรณ์แบบ แต่กับกวินทร์... ธันวากลับยอมถอยทีละก้าว ยอมเปิดพื้นที่ส่วนตัว ยอมให้เข้ามาแตะต้องงาน และที่สำคัญที่สุด... ยอมมอบ 'ความเชื่อใจ' ให้ในทุกๆ ด้านของชีวิต
ไม่ใช่แค่เรื่องงานออกแบบ แต่รวมถึงเรื่องส่วนตัว กวินทร์รู้รหัสผ่านห้องพักของธันวา รู้ว่าเวลาไหนที่สถาปนิกหนุ่มจะเครียดจนลืมกินข้าว และรู้ว่ามุมไหนในบ้านที่ธันวาใช้เป็นเซฟโซนหลบภัยจากความวุ่นวายภายนอก ความไว้วางใจระดับนี้ เป็นสิ่งที่ธันวาไม่เคยหยิบยื่นให้ใครมาก่อนในชีวิต
"ทำไมอยู่ๆ ถึงยอมให้ผมตัดสินใจเบ็ดเสร็จล่ะครับ" กวินทร์เอ่ยถามเสียงเบาลง ความมั่นใจที่เคยมีล้นเหลือเมื่อครู่เจือจางลงด้วยความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาจู่โจมหัวใจ
"เพราะผมเชื่อใจคุณ" ธันวาตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด น้ำเสียงทุ้มนั้นจริงจังและหนักแน่นจนกวินทร์ต้องหลบสายตา
"คุณ... พูดอะไรเนี่ย อยู่ดีๆ ก็มาหยอด..." กวินทร์เสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความร้อนผ่าวลามเลียไปทั่วพวงแก้มจนต้องยกมือขึ้นมาพัดให้ตัวเอง
ธันวาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคนปากแข็งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมเจือจางสะอาดๆ ประจำตัวของสถาปนิกหนุ่มลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ทำให้กวินทร์ยิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง
"ผมไม่ได้หยอดครับ ผมพูดความจริง" ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนกวินทร์ต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนี "ตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม คุณอาจจะทำให้ผมปวดหัวและเสียระบบไปหมด... แต่คุณก็ทำให้ผมรู้ว่า ชีวิตที่มีรอยยิ้มและความยุ่งเหยิงนิดๆหน่อยๆ มันน่าอยู่กว่าการอยู่คนเดียวในกรอบสี่เหลี่ยมที่สมบูรณ์แบบตั้งเยอะ"
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานาน ไร้ซึ่งมาดนิ่งสนิทและกำแพงความเย็นชา มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนออกมาผ่านแววตา จนกวินทร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายกลายเป็นน้ำ
"คุณธันวา... นี่คุณ... บ้าไปแล้วแน่ๆ" กวินทร์พึมพำเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้เบาๆ แต่ธันวากลับถือโอกาสคว้าข้อมือนั้นไว้แล้วดึงเข้าหาตัว จนฝ่ามือบางแนบลงกับแผงอกแกร่งสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน
"ใช่ครับ ผมบ้า... บ้าเพราะคุณคนเดียวนั่นแหละ" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนเกิดบรรยากาศสีชมพูฟุ้งกระจายไปทั่วห้องประชุม
กวินทร์หลับตาลงพริบตาหนึ่ง เตรียมใจรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น หัวใจกรีดร้องบอกให้ยอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเอง แต่ในจังหวะที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะแตะกันนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนโโหร้องของเพื่อนร่วมงานและทีมงานอินทีเรียที่ยกโขยงกันเข้ามาพรวดพราด
"เฮ้ยคุณธันวา! แบบแปลนห้องน้ำชั้นสี่ท่อประปามันตีกัน—อุ๊ย!"
เสียงของลูกน้องหนุ่มสะดุดกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจน ธันวาชะงักค้างในท่าทางที่กำลังโอบกอดกวินทร์ไว้แนบชิด ส่วนกวินทร์ก็รีบผลักอกสถาปนิกหนุ่มออกอย่างแรงด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายบึ้งตึงสนิท ดวงตาสีเข้มตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแช่แข็งทุกคนในห้องให้กลายเป็นจุล
"ถ้าพวกคุณยังไม่อยากตกงาน... ไสหัวออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้ครับ!"
ธันวากัดฟันกรวดด้วยความหัวเสีย ขณะที่กวินทร์ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเขินอายไว้ รีบคว้าเอกสารบนโต๊ะมาปิดหน้าตัวเองทันที แต่ทว่า... ก่อนที่ความอลหม่านจะจบลง ลูกน้องคนเดิมกลับหน้าซีดเผือดแล้วละล่ำละลักพูดประโยคที่ทำให้ทั้งห้องหยุดหายใจ
"มะ... ไม่ได้ครับคุณธันวา! คือ... คือมีคนสำคัญมารอพบคุณข้างล่าง... และเขาบอกกว่าเขาคือ 'คู่หมั้น' ที่คุณเพิ่งปฏิเสธไปเมื่อปีที่แล้ว!"
ธันวาชะงักกึก สีหน้าที่บึ้งตึงแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตึงเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที
---
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และอินไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนมาโดยตลอดนะครับ)
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 26
ความเชื่อใจคือรากฐาน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!