เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 27

ความลับของธันวา

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เศษกระดาษร่างแบบแปลนบ้านที่ขยำจนยับยู่ยี่ถูกปาลงตะกร้าด้วยแรงอารมณ์ที่มากเกินกว่าความจำเป็น กวินทร์ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานของธันวา สายตาคมกริบมองร่างสูงที่ยังคงก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ราวกับรอบตัวไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าเส้นสายในโปรแกรม CAD "คุณจะเงียบใส่ผมอีกนานไหม ธันวา" น้ำเสียงของอินทีเรียดีไซเนอร์หนุ่มไม่ได้ราบเรียบอย่างที่เจ้าตัวพยายามควบคุม มันเจือความหงุดหงิดระคนไม่เข้าใจชัดเจน ตั้งแต่กลับมาจากไซต์งานโปรเจกต์บ้านพักตากอากาศริมเขาที่ปากช่อง บรรยากาศระหว่างเขากับสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบก็ดิ่งลงเหวลึกจนแทบหายใจไม่ออก ธันวาปิดปากเงียบสนิท ไม่ยอมพูดจาถางถางเหมือนทุกครั้งแถมยังหลบหน้า หลบตา และขังตัวเองอยู่แต่ในห้องทำงานส่วนตัวจนถึงดึกดื่น ธันวาชะงักมือที่กำลังคลิกเมาส์ เขายังคงไม่เงยหน้าขึ้นมอง แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มไหวสะท้อนเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มันเป็นเสียงถอนหายใจที่หนักอึ้ง เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่กวินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายเดือนที่รู้จักกัน "กลับห้องไปซะกวินทร์ ดึกมากแล้ว" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และเว้นระยะห่างอย่างจงใจ "ถ้าผมกลับ คุณก็จะนั่งจมอยู่กับกองงานพวกนี้จนเช้าโดยไม่กินอะไรอีกเหมือนเมื่อวานใช่ไหม?" กวินทร์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือเรียวคว้าจับขอบจอคอมพิวเตอร์แล้วดันมันพับลงเบาๆ บังคับให้คนดื้อรั้นต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตากันตรงๆ "เราเป็นพาร์ทเนอร์กันนะธันวา มีปัญหาอะไรทำไมไม่พูดออกมาตรงๆ หรือการที่ผมเสนอความเห็นแย้งคุณในที่ประชุมมันทำให้คุณทนร่วมงานกับผมไม่ได้ขนาดนั้นเลยรึไง" ดวงตาคมปลาบของธันวาเงยขึ้นสบตา เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นความจริงจังและความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวยนั้น ทว่า... รอยยิ้มหยันที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่มกลับถูกยกขึ้นมาเป็นเกราะกำบังตามความเคยชิน "คุณคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ กวินทร์" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเยдяชาบาดลึก "คุณเป็นแค่อินทีเรียที่เข้ามาแก้แบบตามใจตัวเอง ไม่ได้รู้ตื้น sâu หนา บาง อะไรเกี่ยวกับชีวิตผมเลยสักนิด อย่าสำคัญตัวผิดว่าเราสนิทกันขนาดนั้นเลยครับ" เพล้ง! ประโยคเชือดเฉือนนั้นเปรียบเสมือนแก้วที่หล่นกระทบพื้นแตกกระจาย กวินทร์นิ่งค้างไปชั่ววินาที ความรู้สึกเจ็บแปลบวิ่งพล่านไปทั่วอก ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "เออ! ผมมันก็แค่คนนอก!" กวินทร์กระแทกเสียงใส่หน้า กัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นนูน "งั้นก็เชิญคุณนั่งทำงานคนเดียวในโลกที่สมบูรณ์แบบแต่ว้าเหว่ของคุณไปคนเดียวเถอะครับ คุณมันก็แค่คนปากแข็งที่กลัวความจริงจนไม่กล้าเปิดใจให้ใครสักคน!" พูดจบกวินทร์ก็สะบัดหน้าหันหลังเตรียมก้าวเดินหนีออกจากห้องด้วยความช้ำใจ แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นจัดที่ข้อมือซ้ายก็ถูกรั้งไว้ด้วยแรงกระชากที่ไม่เบานัก ร่างทั้งร่างถูกดึงกลับด้วยความเร็ว จนแผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่งของอีกฝ่ายอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนผ่าวจากตัวของธันวาโอบล้อมรอบตัวเขาไว้ในเสี้ยววินาที "ปล่อยนะ!" กวินทร์ดิ้นขัดขืน พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงบีบนั้นกลับแน่นหนาราวกับคีมเหล็ก "อย่าเพิ่งไป..." เสียงกระซิบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของธันวานั้นแผ่วเบาจนแทบกระซิบ แต่มันสั่นเทา... สั่นเทาจนกวินทร์ต้องหยุดชะงัก เขารemember ความรู้สึกหยิ่งทะนงและความเย็นชาทุกลุคของธันวาได้เป็นอย่างดี แต่เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ลึกเกินกว่าจะจินตนาการ กวินทร์ค่อยๆ หันกลับมามองช้าๆ ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของสถาปนิกหนุ่มในยามนี้ ดวงตาคมกลาสที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความมั่นใจ กลับแดงก่ำ ไร้ซึ่งการป้องกันตัวใดๆ ธันวากำลังหลบตาเขา หลบเลี่ยงแม้กระทั่งเงาของตัวเอง "ธันวา... คุณเป็นอะไร" น้ำเสียงของกวินทร์อ่อนลงโดยอัตโนมัติ ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงเหล็กนั้น ธันวาหลับตาลงแน่น ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน มืออีกข้างที่ไม่ได้จับข้อมือกวินทร์ยกขึ้นเสยผมตัวเองอย่างลวกๆ ลมหายใจสะดุดติดขัดราวกับคนกำลังจะจมน้ำ "พรุ่งนี้..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า "เป็นวันครบรอบสามปี... วันที่พี่ชายผมตาย" ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน กวินทร์ช็อกไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำพูดนั้นซ้ำไปซ้ำมา ข้อมูลในประวัติส่วนตัวที่ทางบริษัทรีวิวคร่าวๆ ไม่เคยมีเรื่องนี้ระบุไว้เลย "พี่ชาย..." กวินทร์ทวนคำแผ่วเบา "เขาก็เป็นสถาปนิกเหมือนกัน" ธันวาค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย "เป็นคนที่เก่งที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด และเป็นความคาดหวังเดียวของครอบครัวเรา... แต่เพราะความคาดหวังบ้าๆ นั่นแหละ ที่ฆ่าเขา" น้ำเสียงของธันวาเริ่มสั่นเครือ ความทรงจำที่พยายามฝังกลบมาตลอดสามปีถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเผชิญหน้า "พ่อกับแม่เราเป็นพวก Perfectionist ตัวยg แบบบ้านทุกหลังของพี่ต้องไม่มีที่ติ ชีวิตทุกย่างก้าวต้องถูกขีดเส้นเอาไว้... จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่ชายผมทนไม่ไหว เขาขับรถพุ่งชนเสาไฟฟ้าตายคาที่ในคืนก่อนวันส่งแบบประกวดครั้งสำคัญ เพราะเขาไม่อยากทำตามความฝันที่คนอื่นยัดเยียดให้แล้ว" หยดน้ำใสที่ร่วงหล่นลงมาจากดวงตาคมคายของธันวา ทำให้หัวใจของกวินทร์กระตุกวูบ มันรุนแรงยิ่งกว่าการถูกตบเข้าที่ใบหน้าเสียอีก คนอย่างธันวาเนี่ยนะ... ร้องไห้? "แล้วคุณ..." กวินทร์เอื้อมมือออกไปอย่างลืมตัว นิ้วเรียวสัมผัสเบาๆ ที่หลังมือหนาที่กำลังสั่นเทา "คุณเลยแบกรับทุกอย่างแทนเขา... คุณสร้างกำแพงความสมบูรณ์แบบนี้ขึ้นมา เพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้ เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าข้างในคุณมันพังแค่ไหน... ใช่ไหมธันวา?" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับอินทีเรียหนุ่ม แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพของกวินทร์ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง ไม่มีคำดูถูก ไม่มีคำสั่งสอน มีเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากปลายนิ้วที่กุมมือเขาไว้ "ผมกลัวกวินทร์..." เสียงกระซิบของธันวาแหบพร่าจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ร่างสูงขยับเข้าประชิดตัวเขามากขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง "ผมกลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผม... ตัวตนที่เต็มไปด้วยปมด้อยและพร้อมจะพังทลายได้ตลอดเวลา... คุณก็จะเดินหนีหายไปเหมือนกับทุกๆ คน" กวินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ ความรู้สึกอึดอัดระคนซาบซึ้งตีรวนอยู่ในอกจนจุกแน่น เขาไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งและเจ้าระเบียบของสถาปนิกหนุ่ม จะซ่อนแผลเป็นที่เหวอะหวะขนาดนี้ไว้ "ผมไม่ใช่ทุกคนนะ ธันวา" กวินทร์สูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดเงยหน้าขึ้นสบตาคมคายคู่นั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง "แล้วผมก็ไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบบ้าบออะไรนั่นจากคุณด้วย... ผมชอบคุณในแบบที่คุณเป็นนี่แหละไอ้สถาปนิกปากแข็ง" ธันวาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึงกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในเสี้ยววินาที ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกัน ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและใบหน้ากำลังโน้มเข้าหากันเพื่อลดระยะห่างนั้นเอง— *กริ๊ก! แอ๊ดดดด—* เสียงปลดล็อกประตูหน้าห้องทำงานดังขึ้น ตามมาด้วยแสงไฟสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอמהดังขึ้นอย่างไร้มารยาท "อ้าว ธันวา! ยังไม่นอนอีกเหรอน้องรัก พอดีพี่แวะเอาเอกสาร—" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และอินไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%