เสียงแจ้งเตือนข้อความบนสมาร์ทโฟนในมือของธันวาไม่ได้ดังขึ้น แต่มันสั่นรัวจนปลายนิ้วที่กำเครื่องไว้แน่นเริ่มชาหนึบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองหน้าจออีกต่อไปแล้ว หากแต่กำลังจ้องเขม็งไปยังร่างของกวินทร์ที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ
"คุณว่าอะไรนะ... ตำรวจโทรมาเหรอ" เสียงของธันวาทุ้มต่ำ ลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างยากเย็น ความเย็นชาที่เป็นเกราะกำบังมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที เมื่อข่าวเรื่องเอกสารประมูลโครงการใหญ่หายไปมันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันหมายถึงชื่อเสียงของบริษัทตระกูลที่ผู้เป็นอาสั่งสมมาทั้งชีวิต และที่สำคัญที่สุด... มันคือโปรเจกต์ที่เขากับกวินทร์เพิ่งร่วมหัวจมท้ายอดหลับอดนอนออกแบบด้วยกันมาตลอดสามเดือนเต็ม
กวินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะฉายแววดื้อรั้นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับไหววับด้วยความตื่นตระหนก มือบางที่ถือแฟ้มเอกสารอยู่สั่นระริกจนกระดาษด้านในส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ
"จริงครับ... อาธรบอกว่าไฟล์รหัสผ่านเข้าระบบเซิร์ฟเวอร์หลักถูกแฮก และกุญแจสำรองในตู้เซฟที่บ้านพักถูกขโมยไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ประเด็นคือ... พรุ่งนี้เช้าเราต้องส่งมอบซองประมูลรอบสุดท้ายแล้วนะธันวา ถ้าไม่มีเอกสารยืนยันสิทธิ์ตัวจริง บริษัทเราจะถูกตัดสิทธิ์ทันที และคู่แข่งอย่างกลุ่มทุนของคุณภควัตก็จะชนะอย่างไร้ข้อกังขา"
ห้องทำงานสีเทาเข้มสไตล์มินิมอลที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยบรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกาแฟอาราบิก้าคั่วเข้มที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเย็นชืดลงไปนานแล้ว ธันวาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวคนตรงหน้าอย่างไร้เสียง สัญชาตญาณดิบของนักล่าและความเป็นผู้นำพุ่งพล่านขึ้นมากลบความตกใจทั้งหมด เขายื่นมือหนาออกไปคว้าข้อแขนเรียวของกวินทร์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้ผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดง แต่กวินทร์กลับไม่ร้องทักหรือสะบัดหนี
"มองหน้าผม กวินทร์" ธันวาเอ่ยเสียงกร้าว แววตาคมกริบจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหว "คุณคิดว่าใครเป็นคนทำ"
กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่มักจะมาพร้อมกับการปะทะคารมในยามปกติ บัดนี้กลับกลายเป็นพื้นที่พักพิงทางใจเดียวที่ทั้งคู่เหลืออยู่ อินทีเรียหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา
"ผมไม่รู้... แต่คนที่รู้รหัสผ่านตู้เซฟบ้านคุณอา มีแค่คุณ... ผม... และผู้ช่วยส่วนตัวของคุณอีกคนไม่ใช่หรือไง" กวินทร์ตอบกลับเสียงเครือ แต่แววตาเริ่มมีความแข็งกร้าวฉายชัดขึ้นมาตามนิสัยเดิมที่ไม่ยอมจำนนต่อสถานการณ์ง่ายๆ "อย่ามามองผมด้วยสายตาแบบนั้นนะธันวา ถึงผมจะเคยปากเสียใส่คุณบ่อยๆ แต่ผมไม่มีวันเอาความเหนื่อยยากของเราไปแลกกับเศษเงินสกปรกหรอก!"
"ผมรู้..." ธันวาตัดบทขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเสี้ยววินาที แต่ยังคงความเด็ดเดี่ยวไว้อย่างเหนียวแน่น ปลายนิ้วโป้งหนาเผลอไล้เบาๆ บนข้อแขนของกวินทร์โดยไม่รู้ตัว "ผมไม่ได้สงสัยคุณ... ถ้าผมสงสัยคุณ ป่านนี้ผมคงไม่มายืนคุยกับคุณแบบนี้หรอก"
คำพูดห้วนๆ สไตล์คนปากแข็งแต่วิเคราะห์เฉียบคม ทำให้กวินทร์ชะงักไป ความอุ่นวาบแล่นริ้วขึ้นมากลางอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของวิกฤต ตรงหน้าเขาคือสถาปนิกหนุ่มผู้แสนหยิ่งยโสและเย็นชาคนเดิม แต่ในยามที่โลกกำลังถล่มลงมา ธันวากลับเลือกที่จะเชื่อใจเขาเป็นคนแรก
"แล้วเราจะเอายังไงต่อดีล่ะคุณสถาปนิกจอมเผด็จการ" กวินทร์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมา แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น "เวลาเหลืออีกไม่ถึงสิบสองชั่วโมงก่อนกรรมการจะปิดรับซองประมูล ถ้าไม่มีเอกสารตัวนั้น เราแพ้แน่ๆ"
"แพ้เหรอ? คำว่าแพ้ไม่อยู่ในพจนานุกรมของผม" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาสีเข้มทอประกายดุดันดั่งพยัคฆ์ซุ่ม "ในเมื่อเอกสารจริงถูกขโมยไป... เราก็แค่สร้างหลักฐานชิ้นใหม่ที่ดีกว่าเดิมขึ้นมาสิ"
"คุณหมายความว่ายังไง? เอกสารประมูลนะธันวา ไม่ใช่แบบร่างโมเดล 3D ที่จะแก้กี่รอบก็ได้!" กวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับความคิดบ้าบิ่นของคนตรงหน้า
"ฟังผมให้ดีนะกวินทร์..." ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกวินทร์ต้องเอนตัวหลบโดยอัตโนมัติ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางหนังสือเสียงดังปึง ธันวาใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบชั้นวางไว้ กักร่างของอินทีเรียหนุ่มให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยเข้าจมูกจนกวินทร์รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหู "ข้อมูลทั้งหมด โครงสร้างต้นทุน รายละเอียดวัสดุ และทีเด็ดงานออกแบบที่เราดิวกันมาก3 เดือน หัวใจของมันไม่ได้อยู่บนกระดาษแผ่นนั้น... แต่มันอยู่ในหัวของเราสองคนต่างหาก"
กวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบสัมผัสได้ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บริเวณปลายจมูก ความตึงเครียดจากเรื่องงานเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"แต่... แต่การจะทำเรื่องขออนุมัติฉุกเฉินจากคณะกรรมการกลางในคืนนี้ มันต้องใช้ลายเซ็นรับรองจากประธานกรรมการบริษัทแม่ ซึ่งก็คือคุณอาของคุณ และท่าน... ท่านยังนอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเพราะความดันกำเริบจากข่าวนี้ไม่ใช่เหรอ" กวินทร์พยายามดึงสติตัวเองกลับมาโฟกัสกับปัญหาตรงหน้า แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเพราะใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบ
"เพราะฉะนั้น เราถึงต้องรีบไปหาท่านที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ไง" ธันวาผละตัวออกช้าๆ อย่างเสียดาย พร้อมกับคว้ากุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ "แล้วหลังจากนั้น... เราค่อยไปคิดบัญชีกับคนที่มันกล้ามาลูบคมก๊วนสถาปนิกของเราในคืนนี้ทีเดียว"
กวินทร์มองรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของธันวาแล้วก็ได้แต่หมั่นไส้ในความซึนและเผด็จการของอีกฝ่าย แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจดวงน้อยกลับรู้สึกอุ่นวาบและพองโตอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าบทสรุปของศึกประมูลครั้งนี้จะจบลงอย่างไร แต่เขารู้แน่ชัดแล้วว่า... การต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ชายคนนี้ คือเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตอินทีเรียดีไซเนอร์อย่างเขา
ทั้งสองคนก้าวออกจากห้องทำงานด้วยก้าวที่มั่นคงและเร่งรีบ มุ่งหน้าสู่เป้าหมายใหม่ที่สำคัญกว่าเรื่องงาน... นั่นคือการปกป้องหยาดเหงื่อแรงกายและหัวใจที่พวกเขาถักทอร่วมกันมา
รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานฝ่าสายฝนยามค่ำคืนออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่า ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของอาคารสำนักงาน มีเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนมองตามท้ายรถคันนั้นพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น และในมือถือสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าที่เพิ่งกดส่งข้อความสั้นๆ ปลายทางหาใครบางคน...
*(ข้อความบนหน้าจอ: "พวกมันกำลังไปโรงพยาบาล แผนขั้นที่สองเริ่มได้เลย")*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ก๊วนสถาปนิกของเรามาโดยตลอดนะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 19
เป้าหมายใหม่กลางงานใหญ่
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!