เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง•ตอนที่ 8

ความลับใต้แบบร่าง

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เสียงหวานแหลมของเลขาหน้าห้องดังแทรกเข้ามาพร้อมกับประตูที่กำลังถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน! "คุณธันวาคะ คือว่า... อ๊ะ!" ร่างบางของเลขาหน้าห้องสะดุดกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า กวินทร์ที่เกือบจะโน้มตัวลงไปประชิดร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มรีบดีดตัวผละถอยหลังด้วยความเร็วแสง สองมือปัดป่ายเสื้อผ้าของตัวเองอย่างไร้ทิศทางเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ขณะที่ธันวา... เจ้าของใบหน้าเรียบนิ่งราดน้ำแข็ง กลับยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจนอุณหภูมิห้องทำงานลดฮวบลงหลายองศา "มีธุระอะไร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบสนิท แต่แฝงแรงกดดันจนเลขาหน้าห้องต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เอ่อ... ทางโครงการเดอะ เมโทรโพลิส ส่งแบบแปลนโซนล็อบบี้รอบสุดท้ายมาให้ตรวจแก้ด่วนค่ะ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบอกว่าต้องการให้คุณธันวาเซ็นอนุมัติภายในเที่ยงนี้ค่ะ" ธันวาปรายตามองแฟ้มเอกสารในมือเลขาเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับสั้นๆ "วางไว้ตรงนั้น แล้วออกไปได้แล้ว" "ค่ะ... ค่ะ!" เลขารีบวางเอกสารลงบนโต๊ะทำงานอย่างลนลาน ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องแล้วปิดประตูกลับสนิทเหมือนกลัวว่าเสือร้ายในห้องจะตะปบเอา ความเงียบงันกลับมาปกคลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมนี้อีกครั้ง กวินทร์ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ นึกโล่งอกที่รอดพ้นจากสถานการณ์ชวนเข้าใจผิดเมื่อครู่ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะเมื่อหันกลับไปสบเข้ากับดวงตาสีเข้มของธันวาที่มองมานิ่งๆ "เลิกทำตัวเป็นเด็กซุ่มซ่ามสักทีได้ไหมครับ คุณอินทีเรีย" ธันวาเปิดฉากด้วยประโยคยียวนตามสไตล์ แต่แววตาคู่คมกลับไหววูบไปชั่วขณะ "ใครซุ่มซ่ามไม่ทราบครับคุณสถาปนิกจอมหยิ่ง ถ้าคุณไม่โน้มหน้าเข้ามาหาผมก่อน เหตุการณ์มันจะเกือบเลยเถิดไหมล่ะ" กวินทร์สวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ใบหูทั้งสองข้างจะขึ้นสีแดงจัดจนปิดไม่มิดก็ตาม "ผมแค่จะหยิบปากกาที่หล่นอยู่ใต้โต๊ะ... คุณต่างหากที่คิดไปไกลเอง" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มบางเบาอย่างเหนือกว่า กวินทร์เม้มปากแน่น หมั่นไส้รอยยิ้มกวนประสาทนั้นเต็มประดา เขาเบนสายตาหนีร่างสูงแล้วกวาดมองไปรอบห้องทำงานสไตล์มินิมอลที่เน้นโทนสีเทา ดำ และงานไม้สีเข้ม ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับกองกระดาษร่างแบบจำนวนมากที่วางกองอยู่บนโต๊ะทำงานอีกตัว ซึ่งถูกคลุมทับด้วยผ้าดิบสีขาวครีม แต่มีมุมหนึ่งของกระดาษแผ่นหนึ่งโผล่พ้นชายผ้าออกมาเล็กน้อย มันคือเส้นสายลายเส้นสถาปัตยกรรมที่คุ้นตา... แต่กลับมีความบิดเบี้ยวและร่องรอยการขูดขีดด้วยดินสออย่างรุนแรง ชนิดที่คนเจ้าระเบียบอย่างธันวาไม่มีทางปล่อยให้งานแบบนี้หลุดรอดออกมาเด็ดขาด กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งพล่านจนเผลอก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะตัวนั้น "อย่าแตะต้องมันนะ" เสียงทุ้มเข้มตวาดห้ามขึ้นทันควัน พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้ด้วยความเร็ว ชายหนุ่มคว้าข้อมือบางเอาไว้แน่น สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาส่งผ่าน5มายังผิวเนื้อ ทำให้กวินทร์สะดุ้งเล็กน้อย "ทำไมล่ะครับ? แค่กระดาษสเกตช์เก่าๆ ทำไมคุณต้องทำหน้าตาเคร่งเครียดขนาดนั้นด้วย" กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา รั้งข้อมือกลับแต่วางเฉยปล่อยให้มือใหญ่วางทาบอยู่เช่นนั้น สายตาคู่งามมองทะลุผ่านไหล่กว้างไปยังกองกระดาษใต้ผ้าดิบ ธันวานิ่งเงียบ ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาที่เคยราบเรียบกลับฉายแววเจ็บปวดและร่องรอยความทรงจำบางอย่างที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ก้นบึ้งของหัวใจ ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองยืดเยื้อจนน่าอึดอัด ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย็นชา มีเพียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างหนักหน่วงเท่านั้นที่บ่งบอกถึงพายุอารมณ์ภายใน "คุณเคยบอกว่า... งานออกแบบที่ดีต้องมีความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ" กวินทร์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว "แต่กระดาษแผ่นที่โผล่ออกมานั่น... เส้นสายมันฟ้องว่าคุณกำลังโกรธ โกรธใครบางคน หรือโกรธตัวเองกันแน่ครับ ธันวา" ชื่อท้ายประโยคถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ไร้ซึ่งความกวนประสาท มีเพียงความห่วงใยเจือความสงสัยที่ส่งผ่านไปตรงๆ ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของอินทีเรียหนุ่มผู้นมัสการความดิบเธิร์นของชีวิต เขาค่อยๆ คลายมือออกจากข้อมือบางช้าๆ ราวกับแรงฮึดทั้งหมดถูกสูบออกไปจากร่าง "คุณไม่เข้าใจหรอก... กวินทร์" ธันวาหลุบตาลงต่ำ น้ำเสียงแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "มันไม่ใช่แค่รอยขีดเขียน... แต่มันคือโครงสร้างชีวิตที่พังทลายลงในวันที่ผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแก้ไขอะไรเลย" กวินทร์นิ่งค้าง หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินประโยคที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้น เขารู้สึกได้ทันทีว่าภายใต้เกราะหนาและความหยิ่งผยองที่ธันวาใช้ห่อหุ้มตัวเองเอาไว้ แท้จริงแล้วมีอดีตอันแสนเจ็บปวดซ่อนอยู่ มือเรียวยื่นออกไปโดยไม่ทันคิด ตั้งใจจะแตะลงบนท่อนแขนแกร่งเพื่อปลอบประโลม แต่ทว่า... *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้องทำงาน "คุณธันวาครับ แบบแปลนโครงการใหม่ล่าสุดที่ผู้บริหารระดับสูงเรียกประชุมด่วน... เอ๊ะ ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย" กวินทร์สะดุ้งสุดตัว รีบชักมือกลับแล้วถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง ขณะที่ธันวาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สถาปนิกหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับคืนมา กวาดสายตามองเอกสารในมือของผู้มาใหม่ แล้วหันกลับมาสบตากับกวินทร์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกายด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ครับ คุณอินทีเรีย" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบเบาๆ เพียงให้ได้ยินกันสองคน ก่อนจะหันไปหาผู้มาใหม่เพื่อเริ่มการประชุม * * * ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความซึนของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%