เสียงฝ่ามือกระแทกเข้ากับล็อกเกอร์โลหะดังสนั่นจนเศษฝุ่นร่วงกราว มันไม่ใช่เสียงของการซ้อมกีฬาปกติ แต่มันคือเสียงคำรามจากแรงอัดอั้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย่อหยิ่งของกวิน กัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
ธันวา คู่ปรับตัวฉกาจหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นแฟชั่นกวาดมองร่างของรินรดาที่ถูกบังอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากวินด้วยรอยยิ้มเยาะ
"หวงก้างเหรอวะ กวิน? หรือกลัวว่าผู้หญิงเขาจะรู้ว่ากัปตันทีมคนเก่ง ที่แท้ก็เป็นแค่เด็กมีปัญหาที่พึ่งพาใครไม่ได้นอกจากอีโก้พังๆ ของตัวเอง" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน กวนประสาทจนเส้นเลือดข้างขมับของกวินเต้นตุบ
"หุบปากซะ ธันวา... ถ้าไม่อยากให้ฟันหลุดออกจากปากก่อนจะได้ลงแข่งแมตช์หน้า" กวินเค้นเสียงลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ
รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลัง เม้มริมฝีปากแน่น สมองอันปราดเปรียวของเธอกำลังประมวลผลสถานการณ์ด้วยหลักสถิติและความน่าจะเป็น แต่ทว่า... หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงแผ่นหลังกว้างที่เกร็งเครียดของคนตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ที่ปกป้องเธอไว้ไม่ได้แข็งแกร่งดั่งหินผาอย่างไร้ความรู้สึก แต่มันกำลังสั่นเทราวิ่งด้วยความโกรธและ... ความเปราะบางบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้มิดชิด
"พอได้แล้วทั้งคู่!" รินรดาตัดสินใจก้าวออกมาเผชิญหน้า เธอเอื้อมมือไปแตะท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของกวินโดยไม่รู้ตัว สัมผัสอุ่นร้อนจากผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้าทำให้กวินสะดุ้งเล็กน้อย ร่างสูงชะงักกึก ความเกรี้ยวกราดในดวงตาสองข้างวาวโรจน์ค่อยๆ อ่อนแสงลงเมื่อหันมามองเจ้าของมือเล็กที่กล้าแตะต้องตัวเขาในยามพายุอารมณ์โหมกระหน่ำ
"กลับกันเถอะ กวิน... อย่าไปเสียเวลากับคนไม่มีค่าเลย" น้ำเสียงของรินรดานุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด มันไม่ใช่คำสั่งในฐานะผู้จัดการทีมจอมเนี้ยบ แต่เป็นน้ำเสียงที่เจือด้วยความห่วงใยอันเจือจาง
ธันวาแค่นหัวเราะ "โอ้โห มีผู้จัดการทีมคอยคุมแจแบบนี้ ถึงว่าล่ะฟอร์มการเล่นถึงตกต่ำลงเรื่อยๆ ระวังตัวไว้เถอะรินรดา ผู้ชายคนนี้ไม่เคยแคร์ใครนอกจากตัวเองหรอก" พูดจบ ธันวาก็กระตุกยิ้มมุมปากแล้วเดินจากไป ทิ้งให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวที่เงียบงันกลับมาอึดอัดยิ่งกว่าเดิม
กวินสะบัดหน้าหนี ถอนหายใจเฮือกใหญ่เพื่อดึงสติ พลางยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อจนยุ่งเหยิง ความเงียบโรยตัวลงมาครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาอวดดีหรือดื้อรั้นอย่างเคย แต่เป็นความอ่อนล้าที่ปิดไม่มิด
"เธอ... คิดแบบนั้นด้วยเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย "คิดเรื่องอะไร?"
"เรื่องที่ฉัน... ไม่แคร์ใคร และเป็นตัวปัญหา" กวินแค่นยิ้มหยันตัวเอง เป็นรอยยิ้มที่เจ็บปวดที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นจากผู้ชายคนนี้ "ทุกคนก็พูดแบบนี้... พ่อบอกว่าฉันดื้อด้าน ธันวาบอกว่าฉันเห็นแก่ตัว แล้วเธอล่ะ... ในฐานะคนที่ต้องมานั่งคำนวณสถิติห่วยๆ ของฉัน เธอก็คงคิดว่าฉันเป็นภาระสินะ?"
คำพูดนั้นสะกิดเข้ากับปมในใจของรินรดาอย่างจัง คำว่า 'ภาระ' และ 'ความคาดหวัง' ที่เธอพยายามหนีมาตลอด ถูกสะท้อนผ่านแววตาสั่นไหวของกวิน ร่างบางนิ่งงันไปชั่วขณะ ความรู้สึกเย็นชาและมีเหตุผลที่เธอใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที
เธอมองลึกลงไปในดวงตาคู่คมที่มักจะมองคนอื่นด้วยความท้าทาย แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าว
"ฉันไม่เคยคิดว่านายเป็นภาระ... กวิน" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่นพอที่จะก้องกังวานในความเงียบ เธอก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ "คนที่เอาแต่แบกโลกไว้คนเดียว... แล้วทำเป็นเก่งไม่ยอมบอกใครต่างหาก ที่โง่ที่สุด"
กวินเบิกตากว้างเล็กน้อย เขาไม่ได้คาดคิดว่ายัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ จะกล้าพูดจาแทงใจดำเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนปนดุดันแบบนี้
"เธอ..." กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจที่เคยด้านชาจากการถูกกดดันเรื่องความคาดหวังของพ่อ กลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งด้วยเหตุผลอื่น
รินรดายกมือขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่รอยฟกช้ำบริเวณมุมปากของกวิน ซึ่งได้มาจากการปะทะกันอย่างดุเดือดบนสนามซ้อมเมื่อช่วงบ่าย แรงสัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้กวินสะارتเฮือก ร่างสูงนิ่งค้างไปทันทีราวกับถูกมนต์สะกด
"เจ็บไหม?" เธอถามเสียงเบา สายตาสำรวจบาดแผลด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
กวินไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่ก้มมองใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยวนอยู่ปลายจมูก กลบกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอายความเครียดในสนามไปจนหมดสิ้น ในวินาทีนี้ กำแพงทิฐิทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นพังทลายลงราบคาบ เหลือเพียงความรู้สึกโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับจากครอบครัว
"ถ้าเธอยังทำหน้าเป็นห่วงฉันแบบนี้... ฉันอาจจะเลิกเล่นบาส แล้วมานั่งให้เธอดุทั้งวันจริงๆ ก็ได้นะ รินรดา" กวินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน
รินรดารู้สึกเหมือนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอรีบชักมือกลับทันทีราวกับโดนของร้อน พร้อมกับถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง "พูดจาเหลวไหล! แผลแค่นี้ถ้าไม่รีบทาายา เดี๋ยวก็ติดเชื้อหรอก นายมันเป็นกัปตันทีมประสาอะไรถึงปล่อยให้ตัวเองเจ็บตัวกลับมาได้ทุกวัน"
"ก็เพราะมัวแต่ห่วงคนอื่น... จนลืมระวังตัวมั้ง" กวินตอบหน้าตาย สายตาพราวระยับจดจ้องมองร่องรอยความเขินอายที่ระเรื่อบนพวงแก้มเนียนของหญิงสาวอย่างนึกสนุก
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหวานละมุนที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตราย ทั้งสองคนยืนสบตากันโดยไม่มีใครยอมหลบ ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวๆ ในห้องแต่งตัวที่เงียบสงบ
ทว่า... ก่อนที่บทสนทนาหวานปนกวนประสาทจะได้ดำเนินต่อไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของโค้ชและเพื่อนร่วมทีมที่กำลังเดินใกล้เข้ามาทางประตูห้องแต่งตัว ก็ทำลายความเงียบนั้นลง
"เฮ้ย กวิน ยังอยู่ในนี้รึเปล่า? โค้ชเรียกประชุมด่วนเรื่อง..."
เสียงของเพื่อนร่วมทีมดังขึ้นพร้อมกับที่บานประตูห้องแต่งตัวถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างกะทันหัน!
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาติดตามและเติมกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ•ตอนที่ 5
กลยุทธ์หัวใจ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!