เสียงรองเท้าผ้าใบเบอร์เดิมกระแทกลงบนพื้นสนามปาร์เกต์ยางสังเคราะห์ดังสนั่น กลิ่นหยาดเหงื่อและยางสนคละคลุ้งอยู่ในโรงยิมปิดยามค่ำคืนที่เหลือเพียงแสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงมา ลูกบาสเกตบอลหนังแท้สีส้มสะท้อนกับหยดเหงื่อที่เกาะพราวบนกรอบหน้าคมคายของกวิน กัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขากระชากบอลหลบตัวประกบด้วยสเต็ปครอสโอเวอร์ที่รวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน ก่อนจะทะยานขึ้นดังค์ลูกนั้นลงห่วงด้วยความรุนแรงจนโครงเหล็กสั่นสะเทือน
แต่เสียงนกหวีดกรีดแหลมก็ดังขึ้นขัดจังหวะทันที
"ศูนย์จุดเจ็ดวินาที... คุณเสียเวลาไปเปล่าๆ กับท่าทางไร้สาระพวกนั้นอีกแล้วนะกวิน"
รินรดาเดินกอดแฟ้มข้อมูลสถิติสีดำสนิทเข้ามากลางสนาม ใบหน้าเรียบเนียนสวมแว่นตาทรงเหลี่ยมที่ช่วยขับให้ดวงตากลมโตคู่สวยดูเย็นชาและจริงจัง เธอยืนขวางทางเดินของเขาไว้ด้วยท่าทางมั่นคง ราวกับกำแพงคอนกรีตที่ต่อให้พายุเฮอร์ริเคนก็พังทลายไม่ได้
กวินหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อไหลย้อยลงตามแนวสันกรามชัดเจน เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่เปียกชื้นอย่างลวกๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาดุดันมองร่างบางตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงบ่าย
"คุณว่าไงนะรินรดา? ท่าเมื่อกี้คือไฮไลต์ที่ทำให้ทีมได้แต้มนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความถือดี ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว จนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของเขาพอดี แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"มันคือความเสี่ยงร้อยละเจ็ดสิบสามจุดสี่เปอร์เซ็นต์" เธอกดเสียงต่ำ เปิดแฟ้มในมือแล้วใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกราฟแท่งสถิติที่พิมพ์ไว้อย่างเป็นระเบียบ "ถ้าคุณส่งบอลให้ธันวาที่มุมขวา อัตราความสำเร็จในการทำแต้มจะพุ่งสูงถึงเก้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ แต่คุณเลือกที่จะโชว์เดี่ยวเพราะอีโก้บ้าๆ ของคุณเอง... กวิน ทีมเราไม่ได้เล่นเพื่อความเท่ในสนาม แต่เราเล่นเพื่อชัยชนะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงปะทะกันจนเกิดประกายไฟ กวินหยุดยืนประชิดตัวเธอจนรินรดาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความเป็นชายและความร้อนรุ่มจากสนามแข่งแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด แต่เขากลับเลือกที่จะโน้มใบลงมาใกล้ จนสันจมูกโด่งเกือบจะชนกับกรอบแว่นของเธอ
"คุณมองโลกเป็นตัวเลขไปหมดเสียทุกเรื่องรินรดา... บาสเกตบอลมันไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์ที่คำนวณออกมาแล้วจบ" กวินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเย่อหยิ่ง "มันคือสัญชาตญาณ คือความเร่าร้อน และหัวใจที่เต้นรัวตอนที่ลูกบอลอยู่ในมือ... คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก เพราะหัวใจของคุณมันถูกแช่แข็งอยู่ในห้องสถิติโง่ๆ นั่นตั้งแต่เกิด"
คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงกลางใจ รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความเย็นชา ปมในใจเรื่องที่เธอเป็นเพียงส่วนเกินในครอบครัวแพทย์และนักวิชาการที่ประสบความสำเร็จถูกสะกิดขึ้นมาอย่างแม่นยำ แต่วินาทีต่อมา เธอกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบของเธอ
"ใช่... ฉันมันแค่คนไร้หัวใจที่มองทุกอย่างเป็นตัวเลข" รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสนุกสนานแต่ดื้อรั้นของเขา "แต่วันนี้ ตัวเลขพวกนั้นแหละที่จะพิสูจน์ว่า อีโก้เฮงซวยของคุณกำลังจะทำลายทีมให้พังพินาศ... คุณแบกความคาดหวังของพ่อที่เป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติไว้จนหลังแอ่นใช่ไหมล่ะ? ถึงได้พยายามทำตัวเป็นฮีโร่ทุกครั้งที่มีคนดูอยู่บนอัฒจันทร์แบบนี้"
กวินชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปมเรื่องพ่อที่เขาเก็บไว้ลึกที่สุด ถูกเธอยกขึ้นมาพูดหน้าตาเฉย ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว
"คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดเรื่องนี้..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบและอันตราย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนน่ากลัว
"ทำไมล่ะ? เพราะมันคือความจริงงั้นเหรอ?" รินรดาก้าวประชิดตัวเขากลับบ้าง แม้ตัวจะเล็กกว่าแต่แรงกดดันจากความมั่นใจของเธอกลับไม่เป็นรองใคร "คุณกลัวว่าถ้าเล่นตามแผนของฉัน แล้วทีมชนะโดยที่ไม่มีคุณเป็นพระเอก... พ่อของคุณจะไม่หันมามองคุณใช่ไหม?"
เพล้ง!
เสียงลูกบาสเกตบอลที่กระดอนออกจากชั้นเก็บของข้างสนามดังขึ้นทำลายความเงียบงัน กวินก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาเหล็กโครงสร้างโรงยิม เขากักตัวเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกับเสา ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความรu่นรนที่ซ่อนอยู่ภายใน
ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ความโกรธ ความดื้อรั้น และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายกำลังตีรันพันตูอยู่ในความเงียบงัน กวินมองริมฝีปากที่ขยับต่อว่าเขาเมื่อครู่ สลับกับดวงตากลมโตที่ฉายแววท้าทายแต่กลับสั่นไหวเล็กน้อยอย่างน่าเอ็นดู
หัวใจของกวินเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยจากการซ้อม แต่เป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ คนที่ทำให้เขาอยากเอาชนะไม่ใช่แค่ในเกมบาสเกตบอล แต่เป็นความตั้งใจที่จะทำลายความเย็นชาบนใบหน้านั้นให้แหลกคราบคามือ
"ปากเก่งนักนะรินรดา..." กวินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ถ้าอยากให้ผมเล่นตามแผนของคุณนัก... งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะ?"
รินรดาขมวดคิ้วแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น "พนัน... อะไรของคุณ?"
"ถ้าพรุ่งนี้พวกเราชนะทีมของธันวาด้วยแผนของคุณ..." กวินหยุดพูดไปชั่วขณะ สายตาคมกริบกวาดมองพิจารณาใบหน้านวลเนียนที่แดงก่ำขึ้นทีละน้อยด้วยความเขินอายที่พยายามปิดบัง ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงกระซิบประโยคถัดมาข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่
"คุณจะต้องยอมเดตกับผมหนึ่งวัน... แบบที่ห้ามใช้สถิติ ห้ามเถียง และห้ามขัดใจผมเด็ดขาด"
รินรดาลมหายใจสะดุดกึก ดวงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำท้าทายบ้าบอนั้น แต่ยังไม่ทันที่เสียงปฏิเสธจะหลุดรอดจากริมฝีปาก...
แกร๊ก!
เสียงประตูเหล็กบานใหญ่ของโรงยิมถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปรดปรานของ "ธันวา" คู่ปรับตัวฉกาจที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้า
"ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ กัปตันทีมคนเก่งยังมาซ้อมสวีทกับผู้จัดการทีมคนใหม่อยู่อีกเหรอเนี่ย? น่าประทับใจจริงๆ นะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สแลมดังก์สื่อรัก" เสมอมานะครับ
พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ•ตอนที่ 7
เมื่อความเย็นชาปะทะความร้อนแรง
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!