พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ•ตอนที่ 8

คืนที่ฝนตกในโรงยิม

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
"ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ กัปตันทีมคนเก่งยังมาซ้อมสวีทกับผู้จัดการทีมคนใหม่อยู่อีกเหรอเนี่ย? น่าประทับใจจริงๆ นะครับ" เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันของธันวา ดังแทรกผ่านความเงียบงันของโรงยิมอเนกประสงค์ที่ควรจะปิดไฟมืดสนิทไปตั้งแต่สามชั่วโมงก่อน กวินชะงักมือที่กำลังจะคว้าลูกบาสเกตบอลสปالدิงสีส้มขึ้นมาเดาะ เขาดึงผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดอยู่บนบ่ามาซับเหงื่อชุ่มโชกบนกรอบหน้าคมคาย ก่อนจะหันขวับไปมองผู้มาเยือนยามวิกาลด้วยแววตาดุดล ราวกับพญาเสือที่ถูกรบกวนอาณาเขต รินรดา ซึ่งกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาจดสถิติความแม่นยำในการชู้ตลูกโทษสามแต้มลงในแท็บเล็ตคู่ใจ สะดุ้งเล็กน้อย เธอดันแว่นตากรอบบางขึ้นแล้วเงยหน้ามองประตูทางเข้า ร่างสูงโปร่งของธันวา กัปตันทีมมหาวิทยาลัยคู่ปรับ ยืนพิงกรอบประตูอยู่ รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้เธอมันชวนให้รู้สึกระคายผิวเสียเหลือเกิน "นายมาทำอะไรที่นี่, ธันวา?" กวินเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระแสกดดันในน้ำเสียงนั้นทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "อ้าว ถามแปลกๆ ก็มาดูว่าทำไมป่านนี้ไฟสนามฝั่งเราถึงยังสว่างอยู่ นึกว่ามีโจรขึ้น ที่แท้ก็เป็นกัปตันผู้แบกโลกไว้บนบ่า... กับน้องสถิติคนสวยที่ยอมอยู่ดึกเป็นเพื่อนซะด้วย" ธันวาหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาในสนามช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปที่รินรดาแวบหนึ่ง ก่อนจะวกกลับมาสบตากวิน "ระวังหน่อยนะกวิน ช่วงนี้ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ในทีมกับสถิติส่วนตัวมันเริ่มคาบเกี่ยวกันจนน่าเกลียดแล้ว นายไม่กลัวเหรอว่าผลงานในสนามมันจะตกต่ำลงเพราะเรื่องส่วนตัว" กวินขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อขึ้นเป็นสันนูน เขาก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวธันวาโดยไม่ลังเล ระยะห่างระหว่างพวกเขาสองคนเหลือเพียงแค่คืบเดียว รังสีความคุุกรุ่นแผ่ซ่านจนรินรดาต้องรีบผุดลุกขึ้นยืน "เรื่องของฉันจะต่ำหรือสูง ไม่เคยอยู่ในสายตาของคนอย่างนาย ธันวา" กวินกดเสียงต่ำ ดวงตาคมปลาบจ้องเขม็ง "ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วเปลี่ยนสนามบาสนี่ให้กลายเป็นเวทีมวย" ธันวาไหล่งอเล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน เขายิ้มเยาะ "ดุจังนะ... ระวังเถอะ ความดื้อรั้นกับความคาดหวังของพ่อมันจะหักคอเอานะกวิน แกแบกมันไว้ไหวจริงๆ เหรอวะ?" เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าคำรามสนั่นหวั่นไหวจากภายนอกโรงยิม ตัดขาดเสียงเย้ยหยันของธันวาลงในพริบตาเดียว พร้อมๆ กับที่แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่สองสามครั้ง แล้วดับสนิทลงในความมืดมิด ทั่วทั้งบริเวณถูกกลืนกินด้วยความมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่ติดอยู่เหนือทางหนีไฟเท่านั้น เสียงฝนห่าใหญ่ที่กระหน่ำเทลงมาใส่หลังคาสังกะสีของโรงยิมดังสนั่นหึ่งจนแทบกลบเสียงพูดคุย "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย..." รินรดาพึมพำเบาๆ ด้วยความตกใจ ความมืดทำให้สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำงาน เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะดุ้งเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับอัฒจันทร์ไม้ "ไฟคงตัดเพราะพายุเข้าข้างนอก" เสียงกวินดังขึ้นในความมืด แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่สัมผัสได้ถึงความนิ่งสงบที่ต่างจากเมื่อครู่ ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าถูกแรงลมกระโชกจนปิดสนิท เสียงล็อกอัตโนมัติของประตูดัง "คลิก" ขึ้น ตามมาด้วยเสียงกุญแจที่หลุดจากกลอนเนื่องจากแรงสั่นสะเทือน... ธันวาเดินออกไปก่อนที่ไฟจะดับไม่กี่วินาที และตอนนี้ ประตูโรงยิมถูกล็อกตายจากด้านนอกเรียบร้อยแล้ว กวินเดินคลำทางมาตามเสียงฝีเท้าของรินรดา เขาใช้มือหนายันผนังอัฒจันทร์ไว้เหนือศีรษะของเธอ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอชนเข้ากับซอกมุม รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่าเข้ามาท่ามกลางอากาศเย็นชื้นของสายฝน หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวความมืด แต่เป็นเพราะกลิ่นอายเฉพาะตัวของกวิน กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับสบู่และน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เธอคุ้นเคย "ธันวา... มันตั้งใจล็อกประตูหรือเปล่าคะ?" รินรดาเอ่ยถาม เสียงของเธอลอดผ่านความมืดออกไปด้วยความสั่นนิดๆ "ไอ้เวรนั่นคงไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่มันซวยที่มันดันทุรังออกไปแล้วแรงลมทำให้กลอนมันดีดล็อกพอดี" กวินถอนหายใจยาวเหยียด เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะแนบกัน "โทรศัพท์ฉันแบตหมดตั้งแต่ตอนซ้อมชู้ตลูกโทษรอบที่สี่สิบแล้ว ของเธอ ล่ะ?" รินรดาควaหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อคลุม ก่อนจะยื่นหน้าจอที่มืดสนิทให้เขาดู "แบตหมดเหมือนกันค่ะ เปิดหน้าจอค้างไว้คำนวณสถิติตลอดทั้งวัน... เราติดอยู่ที่นี่จริงๆ แล้วล่ะค่ะ กวิน" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดราวกับโลกใบนี้กำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ บรรยากาศรอบตัวช่างอึดอัดและบีบคั้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีความใกล้ชิดบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของคนทั้งคู่เริ่มติดขัด กวินทรุดตัวลงนั่งพิงอัฒจันทร์ข้างๆ รินรดา เขายืดขาออกไปข้างหน้าแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความเย็นจากพื้นปูนซีเมนต์ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหนาวเท่ากับความว่างเปล่าในอกที่มักจะเกิดขึ้นในยามที่เขาอยู่คนเดียว "เธอรำคาญฉันไหม... รินรดา" จู่ๆ กวินก็เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหรือความกวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน รินรดาหันไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่เคียงข้าง แม้จะเห็นเพียงเงาสลัว แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่กัปตันทีมบาสเกตบอลจอมเก๊กคนนี้ไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะคะ?" "ก็... ทุกคนบอกว่าฉันมันเอาแต่ใจ ดื้อรั้น ไม่ฟังใคร ขี้โมโห และทำตามแต่อารมณ์ตัวเอง" กวินแค่นหัวเราะในลำคอ สมเพชตัวเอง "แม้แต่พ่อฉัน... ท่านก็ไม่เคยคิดว่าฉันจะโตพอที่จะตัดสินใจเรื่องชีวิตของตัวเองได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามตัวเลข สถิติ และความคาดหวังที่ถูกขีดเส้นไว้... เหมือนที่เธอชอบทำนั่นแหละ รินรดา" ประโยคสุดท้ายทำให้รินรดานิ่งงัง เธอมองหน้าเขาในความมืด ประโยคที่ว่า 'เหมือนที่เธอชอบทำ' มันสะกิดใจเธออย่างจัง "คุณคิดว่าฉันมองคุณเป็นแค่ตัวเลขเหรอคะ กวิน?" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้น แต่มีความจริงจังซ่อนอยู่ "แล้วไม่ใช่หรือไง?" กวินหันมาสบตาเธอ แม้จะมองไม่เห็นแววตาชัดเจน แต่ความรู้สึกคุกกรุ่นมันส่งผ่านความเงียบมาได้ "ทุกครั้งที่ฉันอยู่ในสนาม เธอจดบันทึกเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำ อัตราการจ่ายบอล อัตราการสูญเสียบอล... สำหรับเธอ ฉันไม่ใช่คน ฉันคือข้อมูลดิบที่ต้องถูกนำไปประมวลผลเพื่อหาทางแก้ไขข้อผิดพลาดใช่ไหม?" รินรดาเงียบไปครู่ใหญ่ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายความอัดอั้นของกวินสะท้อนก้องอยู่ในใจเธอ ปมในอดีตที่เธอไม่เคยบอกใครผุดขึ้นมาในหัว ความรู้สึกที่ว่าตัวเองเป็นแค่ "ส่วนเกิน" ในครอบครัวนักวิชาการที่พี่น้องทุกคนประสบความสำเร็จทางการศึกษา ส่วนเธอเป็นได้แค่ความผิดพลาดที่ไม่เป็นไปตามสมการ "คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ... กวิน" รินรดาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง ชัดเจนทุกถ้อยคำ กวินขมวดคิ้ว "ฉันเข้าใจผิดตรงไหน?" "ที่ฉันจดสถิติ... ที่ฉันต้องนั่งยองๆ ดูคุณซ้อมจนดึกดื่น... มันไม่ใช่เพราะฉันมองคุณเป็นตัวเลขค่ะ" รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอเบาๆ เธอยื่นมือออกไปในความมืด ปลายนิ้วเรียวแตะลงที่หลังมือหนาของกวินที่วางอยู่บนเข่า สะกิดให้เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อย กวินสะดุ้งเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ชักมือหนี ปล่อยให้ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอกุมหลังมือเขาไว้ "เพราะอะไร...?" กวินถามเสียงพร่า ท่าทางที่เคยแข็งกร้าวหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอยากรู้ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความอับอาย "เพราะถ้าฉันไม่มองตัวเลขเหล่านั้น... ฉันก็จะเผลอมองเข้าไปในดวงตาของคุณ" รินรดาตอบ ยอมรับความจริงที่เธอพยายามหลบ กวินนิ่งอึ้ง หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำแข่งกับเสียงฝนภายนอก "ฉันกลัวค่ะ... กลัวว่าถ้าฉันใส่ใจความรู้สึกของคุณจริงๆ ฉันจะเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ความดื้อรั้นนั่น และถ้าฉันเห็นมัน ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้คุณแบกมันไว้คนเดียวอีกต่อไป... ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ของฉันเลยสักนิด" รินรดาถอนหายใจยาว แววตาในความมืดฉายแวววับวาวด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ "ฉันเกลียดการแบกความคาดหวังของคนอื่น... และฉันก็เกลียดที่ตัวเองเริ่มจะเข้าใจว่าทำไมคุณถึงต้องดื้อรั้นขนาดนั้นด้วย" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดอีกต่อไป มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย กวินพลิกฝ่ามือกลับมากุมมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากมือหนาแผ่ซ่านเข้ามาจนถึงหัวใจของรินรดา เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น จนกระทั่งไหล่ของพวกเขาสัมผัสกันอย่างแนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใกล้ชิดจนแทบจะรวมเป็นลมหายใจเดียวกัน "เธอไม่ได้แบกมันคนเดียวสักหน่อย..." กวินกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "ถ้ารู้ว่าฉันเจ็บ... ทำไมถึงไม่บอกฉันตรงๆ ล่ะ รินรดา?" รินรดาเงยหน้าขึ้นในความมืด ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาของกวินที่สะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีส้มจางๆ จังหวะนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงฝนด้านนอกเงียบหายไปในความรับรู้ เหลือเพียงเสียงหัวใจของเขากับเธอที่เต้นตรงกันอย่างบ้าคลั่ง กวินเลื่อนมืออีกข้างขึ้นประคองกรอบหน้าเนียนนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มใส ปลายนิ้วสัมผัสโดนความชื้นจากหยาดน้ำตาที่เอ่อล้น "กวิน..." รินรดาครางชื่อเขาแผ่วเบา เมื่อใบหน้าของเขาก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกของพวกเขาสัมผัสกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปาก "ฉันไม่อยากเป็นตัวเลขในสถิติของเธออีกแล้ว รินรดา..." กวินกระซิบชิดเรียวปากนุ่ม ริมฝีปากของเขาห่างจากเธอเพียงแค่เสี้ยวเซนติเมตร "ช่วยเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันอยากชนะ... มากกว่าเพื่อใครอื่น ได้ไหมครับ?" รินรดาหลับตาลง หัวใจของเธอกำลังจะพังทลายลงต่อหน้าความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานานของกวิน เธอกำลังจะเอ่ยปากตอบตกลง ครืนนน! ตูมมม! จู่ๆ แสงไฟนีออนสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งโรงยิม พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม ตามมาด้วยเสียงกุญแจที่ไขดัง "แกร็ก" ที่ประตูกระจกด้านหน้า ประตูโรงยิมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในแสงสว่างจ้า "อ้าว! ยังไม่อציากกลับกันอีกเหรอครับ นึกว่าตายคาสนามไปแล้วซะอีก... เอ๊ะ? หรือว่าฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าพอดี?" เสียงทุ้มกวนประสาทของ "ธันวา" ที่เดินกลับมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และช่างกวนโอ๊ย ดังสะท้อนก้องไปทั่วโรงยิม พร้อมกับสายตาคมกริบที่มองตรงมายังกวินและรินรดาที่นั่งแนบชิดติดกันอยู่บนอัฒจันทร์! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับกวินและรินรดานะครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%