"ถ้ารินคิดว่าความเงียบจะช่วยให้ผมลืมรอยยิ้มเมื่อกี้ได้... รินกำลังประเมินพอยต์การ์ดตัวร้ายคนนี้ต่ำเกินไปแล้วนะครับ"
เสียงทุ้มกวนประสาทของธันวาที่ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางความเงียบงันในโรงยิมช่วงดึก ไม่เพียงแต่ทำลายบรรยากาศเปราะบางระหว่างกวินและรินรดาลงทันที แต่ยังทำให้เส้นเลือดข้างขมับของกัปตันทีมบาสเกตบอลหนุ่มปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด กวินไม่ได้หันกลับไปมองทันที เขายังคงรักษาระยะห่างที่ห่างกันเพียงคืบจากใบหน้าของรินรดา ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ยังคงคลอเคลียอยู่บริเวณริมฝีปาก รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจของเธอดังกระหน่ำราวกับมีกลองชุดมาตั้งไว้ในอกเมื่อตระหนักว่าระยะห่างของพวกเขามันอันตรายเกินไปแล้ว
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ขยับถอยหลัง กวินกลับเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น สายตาคมกริบที่เคยฉายแววความอ่อนล้าเมื่อครู่ บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นประกายดุดันและดื้อรั้นราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกท้าทายอาณาเขต
"ถอยไปซะ ธันวา" กวินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน โดยไม่ยอมละสายตาจากดวงตากลมโตของรินรดาที่กำลังสั่นระริก "ที่นี่ไม่ใช่สนามแข่งของนาย อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้"
"โอ๊ะ? เสียงดุจริงๆ นะครับท่านกัปตัน" ธันวายกยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงข้ามอัฒจันทร์ระดับสายตาเดียวกัน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกล้ามสีดำชุ่มเหงื่อส่งยิ้มเยาะเย้ย "ผมแค่ผ่านมาเห็นคนกำลัง... สวีทกันจนลืมซ้อม เลยหวังดีจะมาเตือนว่าพรุ่งนี้มีคัดตัวรอบตัดสินนะกวิน หรือว่านายกำลังกังวลจนต้องให้เด็กสถิติมาช่วยคำนวณเปอร์เซ็นต์การชู้ตให้ใหม่ ถึงได้ทำหน้าเครียดขนาดนั้น?"
รินรดารีบดึงมือออกจากอุ้งมือของกวินทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอขยับแว่นตากรอบบางแก้เขิน พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด "ฉันแค่มารับหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลสถิติฟอร์มการเล่นตามที่โค้ชสั่งค่ะ... รุ่นพี่ธันวาเข้าใจผิดแล้ว"
"เหรอครับ?" ธันวาหันมามองรินรดาด้วยสายตาพิจารณา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา "ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ เพราะผมไม่อยากให้คนเก่งๆ อย่างคุณต้องมาเสียเวลากับคนประเภทที่... ยึดติดกับอดีตและเอาแต่ใจตัวเองจนทีมพังหรอกนะ"
คำพูดนั้นสะกิดต่อมบางอย่างในตัวกวินเข้าอย่างจัง ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวกวินจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลง ธันวายังคงลอยหน้าลอยต้ายืนยิ้มท้าทาย ไม่มีความเกรงกลัวต่อรัศมีคุกคามนั้นเลยแม้แต่น้อย
"ถ้าคิดว่าตัวเองเจ๋งพอก็ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะซัดหน้านายตรงนี้" กวินขู่เสียงต่ำ
"ยินดีเสมอนะครับ... ถ้าวันพรุ่งนี้บนสนามแข่ง นายยังมีปัญญาชนะผมได้น่ะนะ" ธันวายัก The shoulders อย่างไม่ยี่หล่า ก่อนจะหมุนตัวเดินฮัมเพลงจากไป ทิ้งให้เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นดังสะท้อนก้องออกไปจนลับตา
โรงยิมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ความเงียบครั้งนี้กลับหนักอึ้งและอึดอัดกว่าเดิม
รินรดานั่งนิ่งอยู่บนอัฒจันทร์ เธอเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของกวินที่ยืนหันหลังให้อยู่เบื้องหน้า ไหล่กว้างนั้นดูแบกรับอะไรไว้มากมายเหลือเกิน ภาพของธันวาเมื่อครู่ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า โลกของพวกเขามันเต็มไปด้วยการแข่งขัน การเปรียบเทียบ และความคาดหวังที่ไม่มีวันสิ้นสุด
"นาย..." รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "ไหวไหม?"
กวินชะงักไปเล็กน้อย เขายังคงยืนหันหลังให้เธอ มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อลวกๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ บรรยากาศรอบตัวของกวินในตอนนี้ไม่ได้มีคราบของความเกรี้ยวกราดหรือความกวนประสาทเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกระด้าง
กวินหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นไหววับ รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของเขา
"รินอยากรู้ไหม..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งใดๆ "ทำไมฉันถึงต้องเก่งที่สุด... ทำไมฉันถึงยอมแพ้ไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว"
รินรดานิ่งงัน เธอนั่งตัวตรง เม้มริมฝีปากแน่น และพยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่เอ่ยขัดจังหวะ
กวินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นอัฒจันทร์ตรงหน้ารินรดา สายตาของเขาแหงนมองขึ้นมาสบตากับเธอในระดับเดียวกัน ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอได้กลิ่นอายฝนผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ จากตัวเขา มันเป็นความใกล้ชิดที่ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอแทบจะหลุดลอย
"พ่อฉัน... เป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติ" กวินเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่แฝงไปด้วยความร้าวลึกที่ยากจะปิด The mask "ท่านเป็นตำนานพอยต์การ์ดผู้ที่ไม่เคยพลาดในวินาทีสุดท้ายของเกม ทุกคนจดจำพ่อในฐานะ 'ฮีโร่' แต่สำหรับฉัน... พ่อคือเงาที่มืดมนที่สุดในชีวิต"
รินรดาขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวเผลอบีบเข้าหากันแน่น
"ตั้งแต่จำความได้ โลกของฉันไม่มีคำว่า 'สนุก' กับกีฬาบาสเกตบอลเลยครับริน" กวินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปาก "ทุกครั้งที่ฉันชู้ตลูกลงห่วง พ่อไม่เคยชมว่าฉันเก่ง พ่อจะถามเสมอว่า *'ทำไมถึงใช้เวลาตั้งสามวินาทีในการตัดสินใจ? ทำไมไม่เร็วกว่านี้? พ่อในวัยเท่าแก ทำได้ดีกว่านี้ครึ่งวินาที'* ...สำหรับท่าน ฉันไม่ใช่ลูกชาย แต่ฉันคือตัวแทนที่ต้องไปทำในสิ่งที่ท่านทำไม่สำเร็จ... คือการคว้าเหรียญทองระดับเอเชียที่ท่านทำหลุดมือไปในวินาทีสุดท้ายก่อนเกษียณตัวเอง"
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดื้อรั้นและเอาแต่ใจของกวินค่อยๆ เผยออกมาทีละนิดราวกับกลีบดอกไม้ที่กำลังร่วงโรย รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอเข้าใจความรู้สึกนั้นดี... ความรู้สึกของการเป็นแค่ 'เครื่องมือ' เพื่อเติมเต็มความฝันของคนในครอบครัว โดยที่ไม่มีใครเคยถามเลยว่าตัวเธอต้องการอะไร
"ฉันเลยต้องเก่งที่สุด" กวินเงยหน้าสบตาเธออย่างลึกซึ้ง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเธอชัดเจน "ไม่ใช่เพราะฉันอยากเท่ ไม่ใช่เพราะอยากให้ใครมาสรรเสริญ... แต่เพราะถ้าฉันหยุด... ถ้าฉันพลาดแม้แต่ก้าวเดียว เงาของพ่อจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งเป็น... และที่สำคัญที่สุด..."
กวินเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ลมหายใจของเขาสะดุดเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมไปแตะเบาๆ ที่หลังมือของรินรดาที่วางอยู่บนตัก สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ร่างกายของเธอนิ่งค้าง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
"ถ้าฉันไม่เก่งที่สุด... ฉันก็คงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ข้างๆ ผู้หญิงที่ใช้ตัวเลขสถิติเข้ามาจัดระเบียบหัวใจที่ยุ่งเหยิงของฉันคนนี้หรอกครับ"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากลางใจของรินรดาอย่างจัง โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากมือของกวินมันรุนแรงเสียจนเธอลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
รินรดาอ้าปากค้างจะเอ่ยบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาใบหน้า แต่ทว่า...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของมหาวิทยาลัยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วตึกยิม พร้อมกับระบบสปริงเกอร์ดับเพลิงบนเพดานที่จู่ๆ ก็พ่นละอองน้ำเย็นเฉียบลงมาเปียกปอนร่างของทั้งคู่ในเสี้ยววินาที!
กวินดึงตัวรินรดาเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างไร้การลังเล เพื่อปกป้องเธอจากละอองน้ำและเศษฝุ่นที่ร่วงหล่นลงมา ร่างของทั้งสองแนบชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง น้ำฝนเทียมจากสปริงเกอร์ไหลหยดลงมาจากเส้นผมของกวิน
หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนขนงอนยาวของรินรดา
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุม ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังหนวกหู ประตูเหล็กบานใหญ่ท้ายโรงยิมก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามา...
"เฮ้! กวิน! รินรดา! พวกเธอติดอยู่ในนี้เหรอ? แย่แล้ว... ทางหนีไฟถูกล็อก และตอนนี้ข้างนอก... กำลังเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของใครบางคนดังแทรกเข้ามา ทำให้กวินและรินรดาต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ และเมื่อกวินหันไปมองหน้าผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนเครียดขึงกับสิ่งที่ได้ยิน
*(โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ)*
---
หวังว่าตอนที่ 9 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกคนใจเต้นแรงและอินไปกับปมของกวินและรินรดานะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ•ตอนที่ 9
ความลับใต้เงาเลขห้า
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!