พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ•ตอนที่ 27

ข่าวลือที่ต้องรับมือ

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
“ถ้ารุ่นพี่จะกรุณาใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด มากกว่าใช้กล้ามเนื้อส่วนแขนเหวี่ยงหมัดใส่คนอื่นในศาลากลางน้ำตอนตีสอง... ข่าวลือเรื่อง ‘กัปตันทีมบาสฯ พาเด็กสถิติเข้าห้องมืด’ มันคงไม่ไปโผล่อย่างโดดเด่นบนบอร์ดสาธารณะของมหาวิทยาลัยหรอกนะครับ” เสียงหวานใสที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนเป็นห่วงดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องพักฟื้นถูกผลักเปิดออกกว้าง รินรดาในชุดนักศึกษาปีหนึ่งที่รีดเรียบกริบไร้รอยยับ ยืนถือแฟ้มเอกสารสถิติหนาเตอะไว้แนบอก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำจ้องเขม็งไปยังร่างสูงของกวินที่กำลังพยายามยันกายลุกขึ้นจากเตียงด้วยใบหน้าบูดบึ้ง กวินส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มีรอยพลาสเตอร์ปิดตรงมุมปากยิ่งดูดื้อรั้นเป็นทศวรรษ เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อลวกๆ ก่อนจะแค่น “ใครพาเข้าห้องมืด พูดจาให้เกียรติเกียรติประวัติทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยเราหน่อย รินรดา เธอก็กินพาราฯ ดักไว้ก่อนเถอะ หน้าตาเธอมันฟ้องว่าพร้อมจะร่ายสถิติความน่าจะเป็นในการล่มจมของฉันออกมาเป็นกราฟแท่งอยู่แล้ว” “ก็มันน่าหงุดหงิดจริงๆ นี่คะ... เอ้ย! นี่ครับ!” รินรดาเผลอหลุดคำลงท้ายตามความคุ้นชินก่อนจะรีบตวัดเสียงแก้เขินเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นในดวงตาคมกริบของกัปตันตัวร้าย เธอก้าวฉับๆ ไปวางแฟ้มกระดาษกระแทกโต๊ะข้างเตียงเสียงดังปัง จนขวดน้ำเกลือสั่นสะเทือน “รู้ตัวไหมคะว่าตอนนี้ในเพจเม้าท์มอยของมหา’ลัย แทบจะตีพิมพ์ชีวประวัติของเราสองคนเป็นพ็อกเก็ตบุ๊กขายดีอยู่แล้ว มีทั้งคนบอกว่าคุณแอบซุกฉันไว้ใต้เบาะสำรองรถสปอร์ต หรือแม้กระทั่ง... ว่าฉันเป็นนักสืบภาคสนามที่คุณจ้างมาคุมประพฤติ!” กวินเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง เขาทิ้งตัวพิงพนักเตียง ปล่อยให้แสงแดดสายที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างสาดกระทบโครงหน้าคมคาย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองร่างบางที่กำลังยืนเท้าสะเอวหายใจหอบด้วยความโมโหอย่างนึกสนุก “แล้วไง... เธอเดือดร้อนเหรอ” น้ำเสียงของกวินทุ้มต่ำและเจือความเย้าแหย่ “หรือกลัวคนอื่นเขาเข้าใจผิดว่าเด็กสถิติหน้าตาเฉยชาคนนี้ กำลังตกหลุมรักพอยต์การ์ดปากเสียอย่างฉันเข้าจริงๆ” “รุ่นพี่กวิน!” รินรดาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความเหลืออด เธอก้าวเข้าไปประชิดเตียงจนแทบจะชิดขอบ ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับคนเจ็บ “ฟังนะคะ ฉันไม่ได้ว่างพอจะมาเล่นเกมรักวัยรุ่นสนามบาสกับคุณ ชีวิตฉันมีค่าพิกัดความน่าจะเป็นของเกรดเฉลี่ยสามจุดเก้าห้าที่ต้องรักษา การมีชื่อไปพัวพันกับกัปตันทีมจอมเกเรมันทำให้ค่าความแปรปรวนในชีวิตฉันพุ่งสูงปรี๊ดจนรับไม่ได้!” “แต่สำหรับฉัน...” กวินพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นเมื่อครู่จู่ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังจนน่าตกใจ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานัยน์ตาส่อแววไหวระริกหลังกรอบแว่น “ความน่าจะเป็นเดียวที่ฉันสนใจในตอนนี้... คือความน่าจะเป็นที่เราสองคนจะเดินออกจากโรงพยาบาลนี้แล้วไม่ต้องแคร์สายตาใครหน้าไหนทั้งนั้น” บรรยากาศในห้องพักฟื้นเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของรินรดา เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ของกวินแผ่ซ่านจนทำเอาอากาศรอบตัวเบาบางลงอย่างประหลาด ผู้ชายคนนี้... ต่อให้ปากจะร้ายหรือเอาแต่ใจแค่ไหน แต่เวลาที่แววตาคู่นั้นจริงจังขึ้นมา มันกลับมีพลังบางอย่างที่ดึงดูดให้คนฟังแทบหยุดหายใจ “รุ่นพี่... พูดบ้าอะไรเนี่ย” รินรดาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศด้วยการเต้นผิดจังหวะจนเธอต้องแกล้งก้มลงจัดระเบียบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “รีบๆ กินยาแล้วเซ็นใบออกจากโรงพยาบาลซะ ฉันไม่อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งคู่กับคนไข้หัวดื้ออีกเป็นครั้งที่สอง” “หึงก็บอกว่าหึงสครับ” กวินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความเจ็บตรงมุมปากแทบไม่ระคายเคืองเขาอีกต่อไปเมื่อได้เห็นอาการกระฟัดกระเฟียดของคนตรงหน้า “อีกอย่าง... เรื่องข่าวลือเนี่ย ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่มนะ ธันวาต่างหากที่เป็นคนปล่อยข่าวนี้ลงในกลุ่มไลน์สภานักศึกษา” ชื่อของ ‘ธันวา’ หลุดออกมาจากปากกวิน ทำให้รินรดารีบหันขวับกลับมามองทันที แววตาของเธอเปลี่ยนจากความขัดเขินเป็นความตกใจ “รุ่นพี่ธันวาเนี่ยนะ... ทำไมเขาต้องทำแบบนั้นล่ะคะ?” “ก็เพราะมันกำลังกลัว” กวินแค่นยิ้มหยัน ดวงตาฉายแววความดุดันของนักกีฬาตัวจริงที่พร้อมชนทุกสนาม “การแข่งขันคัดตัวทีมชาติรอบสุดท้ายกำลังจะเริ่มในอีกสองสัปดาห์ ธันวารู้ดีว่าถ้าฟอร์มทีมของฉันกับเธอ—ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูลสนาม—ประสานกันได้สมบูรณ์แบบ ทีมของมันไม่มีทางชนะ ทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยเราไม่เคยแพ้ให้คณะบริหารธุรกิจมาสามปีซ้อน และปีนี้มันก็ไม่อยากเป็นคนทำลายสถิตินั้น... ด้วยการเอาชนะฉันในสนามไม่ได้ มันก็เลยเลือกที่จะใช้ข่าวลือทำลายชื่อเสียงฉันนอกสนามแทน” รินรดานิ่งฟัง สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นตามสัญชาตญาณนักวิเคราะห์ ในฐานะคนที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขสถิติทั้งหมด เธอย่อมรู้ดีว่าข้อมูลและการวิเคราะห์การเล่นของกวินคืออาวุธสำคัญที่ทีมคู่แข่งอย่างธันวาต้องการจะทำลายล้างตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเกม “ถ้าอย่างนั้น...” รินรดาขยับแว่นเล็กน้อย แววตาปราดเปรื่องฉายประกายความมั่นใจขึ้นมาแทนที่ความหงุดหงิดเมื่อครู่ “ในเมื่อเขาเลือกที่จะเล่นนอกสนามด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ เราก็ควรจะใช้ ‘ข้อมูล’ ตบหน้าเขากลับไปให้เจ็บแสบที่สุดเหมือนกันนะคะ” กวินมองรอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นด้วยความชื่นชมระคนคลั่งรัก ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่ฉลาดและรู้ทันเกม แต่เธอยังพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างเขาในวันที่คนทั้งมหาวิทยาลัยกำลังจับตามอง “เธอมีแผนอะไร ยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ” กวินเอ่ยถาม น้ำเสียงอ่อนลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ “พรุ่งนี้ในการประชุมสรุปผลการฝึกซ้อมประจำสัปดาห์ต่อหน้าคณะกรรมการกีฬาและตัวแทนทุกคณะ...” รินรดายิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาพอยต์การ์ดตัวร้ายถึงกับเสียวสันหลังวาบ “ฉันจะนำเสนอรายงานสถิติการเล่นย้อนหลังสามปีของทีมบริหารธุรกิจ พร้อมกับเปิดเผยหลักฐานการปล่อยข่าวลือเท็จจากไอพีแอดเดรสที่เชื่อมโยงกับสภานักศึกษา... รับรองว่ารุ่นพี่ธันวาของรุ่นพี่ จะไม่มีหน้าไปยืนถือลูกบาสในสนามซ้อมได้อีกนานเลยล่ะค่ะ” “โหดเหี้ยมมาก...” กวินแกล้งทำเป็นถอยตัวหนีด้วยความตกใจ แต่รอยยิ้มกว้างบนใบหน้ากลับฟ้องชัดเจนว่าเขาพึงพอใจแค่ไหน “แต่ฉันชอบ... ผู้หญิงของฉันนี่ฉลาดเป็นกรดจริงๆ” “ใครเป็นผู้หญิงของคุณไม่ทราบ!” รินรดาหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาอีกรอบ เธอยกแฟ้มเอกสารขึ้นตีแขนแกร่งของกวินเบาๆ เป็นการลงโทษข้อหาพูดจาพล่อยๆ “โอ๊ย! เจ็บนะรินรดา แผลที่มุมปากฉันยังไม่ทันหายดีเลย เธอกล้ารังแกคนป่วยเหรอเนี่ย” กวินแกล้งทำเป็นนิหน้าด้วยความเจ็บปวด ทั้งที่ดวงตาพราวระยับด้วยความสุข บรรยากาศในห้องพักฟื้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการหยอกล้อที่ค่อยๆ ละลายความตึงเครียดจากข่าวลือภายนอกจนหมดสิ้น กวินเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวเล็กที่ถือแฟ้มไว้เบาๆ ไม่ให้เธอถอยหนี รินรดาชะงักเงียบ เธอก้มมองมืออุ่นที่กุมข้อมือตัวเองไว้ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับกวินที่โน้มตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่ไม่กี่คืบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและจริงจังเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด กวินลดเสียงลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบที่อบอุ่นและทรงพลังที่สุดเท่าที่เขาเคยพูดมา “ขอบคุณนะ... ที่ไม่เคยเชื่อข่าวลือพวกนั้น และเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฉันตรงนี้” รินรดานิ่งอึ้ง หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของกวินส่งผ่านเข้ามาในร่างกายจนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความประหม่า เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนใจเต้นนี้— *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูห้องพักฟื้นดังขึ้นอย่างกะทันหัน โดยไม่มีการเคาะเตือนใดๆ ทั้งสิ้น! ทั้งกวินและรินรดารีบผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน กวินตวัดสายตาขוมขึงไปยังร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและรอยยิ้มเย็นชา ธันวายืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาสคมกริบกวาดมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มสมเพชระคนท้าทาย ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคทำลายบรรยากาศขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก “ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะความหวาน... พอดีผมแค่แวะเอาเอกสารแจ้งเตือนเรื่องการลงโทษทางวินัยจากมหา’ลัย มาให้กัปตันกวินเซ็นรับทราบ... ดูท่าทางอาการบาดเจ็บของนาย คงไม่ได้ทำให้สมองกระทบกระเทือนจนลืมไปหรอกนะ ว่าพรุ่งนี้คณะกรรมการจะตัดสินอนาคตการเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของนายยังไงบ้าง?” (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%