"ข่าวดีเหรอครับธันวา? น่าเสียดายนะที่สีหน้าของนายตอนนี้มันฟ้องเสียยิ่งกว่ากระดาษรายงานผลประกอบการติดลบเสียอีกว่ากำลังเอาข่าวร้ายมาเคลือบน้ำตาล"
เสียงแหบพร่าแต่น้ำเสียงกวนประสาทของกวินดังขึ้นจากเตียงผู้ป่วยสีขาวสะอาด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอับของห้องพักฟื้นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไม่ได้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ของกัปตันทีมบาสเกตบอลที่ปกติมักจะเต็มไปด้วยพละกำลังและท่าทางหยิ่งผยอง บัดนี้กลับต้องนอนพิงหมอนใบโต สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือข้างขวา รอยฟกช้ำบริเวณโหนกแก้มและมุมปากจากการปะทะอย่างรุนแรงในการฝึกซ้อมเมื่อวานยังคงเด่นชัด แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาท้าทายราวกับเสือบาดเจ็บที่ต่อให้ขยับตัวไม่ได้ก็ยังพร้อมจะขย้ำคอเหยื่อ
รินรดากำชับแฟ้มเอกสารสถิติในมือแน่นจนนิ้วข้อต่อขึ้นสีขาว เธอยืนอยู่ข้างเตียงในฐานะ 'คนเฝ้าไข้จำเป็น' ที่ถูกกวินออกคำสั่งแกมบังคับให้อยู่เฝ้าไข้ตั้งแต่ออกจากห้องฉุกเฉินเมื่อคืน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองธันวาอย่างระแวดระวัง เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยมาเยี่ยมใครด้วยความหวังดี ธันวาเป็นพวกเล่นเกมการเมืองในทีมเก่งกาจเสียยิ่งกว่าการดריบเบิลลูกบาส
"ปากเก่งได้ไม่นานหรอกกวิน" ธันวาหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย็นเยียบไม่ไปถึงดวงตา เขาเดินเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วยมากขึ้น วางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างจงใจ "สมาคมฯ เพิ่งโทรศัพท์แจ้งด่วนเมื่อสิบนาทีที่แล้ว เรื่องรายชื่อตัวจริงที่จะบินไปเก็บตัวที่ต่างประเทศ... และโควตากัปตันทีมชุดนี้ ทางกรรมการบริหารมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ในเมื่อนายมีประวัติบาดเจ็บเรื้อรังและเพิ่งจะสะสมแต้มความประพฤติแย่ๆ จากเรื่องวิวาทในแคมป์..."
ธันวาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เชือดเฉือน ก่อนจะเผยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะเต็มใบหน้า
"...พวกเขาเลยพิจารณาให้ฉันทำหน้าที่แทน ในฐานะรักษาการกัปตันทีมตัวจริง"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น เสียงเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจที่ดังติ๊ดๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับฟังดูน่ารำคาญขึ้นมาทันตาเห็น รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เธอหันไปมองกวินทันทีด้วยความกังวลใจว่าคนอารมณ์ร้อนคนนี้จะระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างไร
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดคาด
กวินไม่ได้กระโจนลงจากเตียง ไม่ได้สบถคำหยาบออกมาอย่างที่ธันวาจงใจยั่วโมโห ชายหนุ่มเพียงแค่แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เอียงคอมองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยสายตาเวทนาเสียยิ่งกว่าดูถูก
"อ๋อ... ยินดีด้วยนะ" กวินพูดด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยราวกับกำลังฟังข่าวฟ้าฝน "ได้ตำแหน่งมาเพราะเพื่อนเจ็บเนี่ย คงนอนหลับฝันดีไปอีกสามชาติเลยสินะธันวา ฝีมือบนสนามมันพิสูจน์อะไรไม่ได้ นายก็เลยต้องใช้วิธีเดินสายวิ่งเต้นล็อบบี้ผู้ใหญ่สินะ น่าสมเพชเป็นบ้า"
"นายว่าไงนะ!" ธันวาหน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเยียบเย็นหายวับไปกับตา เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธ
"หูหนวกหรือไงครับ หรืออยากให้ฉันแปลเป็นภาษาสถิติให้ยัยนี่ช่วยคำนวณความน่าจะเป็นว่า นายมีโอกาสชนะฉันด้วยฝีมือจริงๆ สักกี่เปอร์เซ็นต์?" กวินลอยหน้าลอยตากวนประสาท ก่อนจะเบนสายตามาหารินรดาที่ยืนนิ่งเป็นเสาหิน "รินรดา ช่วยเชิญแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ออกไปที กลิ่นน้ำหอมราคาถูกของเขามันรบกวนการพักผ่อนของคนป่วยอย่างฉัน"
"นาย..." ธันวาชี้หน้ากวินด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อหันไปเห็นสายตานิ่งสนิทและแววตาเฉียบคมของรินรดาที่จ้องมองมาอย่างกดดัน เขาก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ "ฝากไว้ก่อนเถอะกวิน หวังว่าตอนที่นายกลับมาลงสนามได้ ทีมเราคงไม่ตกไปอยู่อันดับโหล่ของตารางซะก่อนนะ"
พูดจบ ธันวาก็กระแทកเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย แรงกระแทกของประตูปิดลงตามหลังสร้างความสั่นสะเทือนเบาๆ ให้กับผนังห้องสีขาว
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่มันกลับเป็นความเงียบที่หนักอึ้งจนน่าอึดอัด รินรดาลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เธอวางแฟ้มสถิติลงบนโต๊ะก่อนจะหันมามองคนเจ็บที่ยังคงลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้ไม่ช้า
"นายควรจะโกรธมากกว่านี้นะกวิน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกังวล "นั่นมันตำแหน่งที่นายทุ่มเทฝึกซ้อมมาตลอดทั้งปีเลยนะ"
"แล้วจะให้ฉันลุกขึ้นไปชกหน้ามันทั้งที่สายน้ำเกลือยังคาอยู่แบบนี้เหรอครับคุณนักสถิติ?" กวินย้อนถาม เสียงทุ้มต่ำเจือแววประชดประชันเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจะอ่อนลงเมื่อมองเห็นร่องรอยความเครียดบนใบหน้าหวานของหญิงสาว "อีกอย่าง... ฉันไม่ได้สนใจตำแหน่งกัปตันบ้าบออะไรนั่นหรอก ถ้าแลกกับการที่ฉันต้องมานอนโง่ๆ ให้เธอเฝ้าอยู่แบบนี้"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะกับคำพูดที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัวของคนเจ็บ เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะยื่นให้เขา
"พูดจาเหลาะแหแหละน่า ดื่มน้ำซะแล้วก็กินยาตามเวลา หมอบอกแล้วว่านายกระดูกซี่โครงร้าว ห้ามขยับตัวเยอะ ห้ามอารมณ์เสีย และที่สำคัญที่สุด... ห้ามดื้อ"
กวินรับแก้วน้ำมาถือไว้ แต่สายตากลับไม่ได้มองแก้วน้ำเลยสักนิด เขากลับจ้องมองใบหน้าของรินรดาที่ไม่ยอมสบตาเขาตรงๆ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกำลังหลบเลี่ยงความอบอุ่นที่พุ่งทะลักออกมาจากแววตาของเขา
"เป็นห่วงฉันเหครับ?" เสียงทุ้มเอ่ยถามแผ่วเบา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก
"เปล่าสักหน่อย ฉันแค่ทำหน้าที่ในฐานะ... เอ่อ ในฐานะตัวแทนชมรมบาสเกตบอลที่ต้องมารายงานสถานการณ์ให้นักกีฬาฟังต่างหาก" รินรดาแก้ตัวเสียงแข็ง เม้มริมฝีปากแน่นอย่างน่าเอ็นดู
"เห... ตัวแทนชมรมเหครับ?" กวินวางแก้วน้ำลงเบาๆ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดจนต้องนิหน้าออกมา "โอ๊ย..."
"เฮ้! บอกว่าอย่าขยับไง!" รินรดาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เธอรีบก้าวเข้าไปประคองหัวไหล่กวินไว้โดยสัญชาตญาณ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของหญิงสาวลอยมาแตะจมูกกวินในระยะประชิด ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนรินรดาเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เธอเกือบจะโน้มตัวคร่อมทับร่างของเขาอยู่บนเตียงแล้ว
ดวงตาสีเข้มของกวินพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่แกล้งทำเมื่อครู่เลยสักนิด มือข้างที่ไม่ได้ให้น้ำเกลือฉวยโอกาสเอื้อมขึ้นมาจับข้อมือเรียวของเธอเบาๆ ไม่ให้ผละหนี
"ไหนบอกว่าไม่ได้เป็นห่วง... แล้วทำไมมือสั่นขนาดนี้ล่ะครับ คุณนักสถิติ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ใกล้แค่ใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดาสัมผัสได้ทำให้ผิวแก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาในพริบตา
"กวิน... ปล่อยนะ นายฉวยโอกาสอีกแล้วนะ!" รินรดาพยายามดึงมือออก แต่แรงของเธอกลับสู้แรงคนเจ็บไม่ได้เลยสักนิด ยิ่งดิ้น ร่างกายก็ยิ่งแนบชิดกันมากขึ้นไปอีกจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นโครมคราม
"ฉันเจ็บอยู่ทนโท่นะครับ รังแกคนป่วยแบบนี้ใจร้ายชะมัด" กวินแกล้งทำหน้าออดอ้อน ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากกัปตันทีมตัวร้ายคนนี้ "ไหนๆ ยัยตัวแสบก็กลายมาเป็นคนเฝ้าไข้ส่วนตัวของฉันแล้ว... ฉันขอใช้สิทธิพิเศษของคนสำคัญ เรียกร้องค่าเสียหายหน่อยได้ไหม"
"ค่าเสียหายอะไรของนาย..." รินรดาถามเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก
กวินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นเลื่อนลงมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้อีกนิดจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"สิทธิพิเศษที่ว่า... คือการที่เธอต้องตอบตกลงเป็นแฟนกับฉันซะที ไม่งั้นฉันจะแกล้งเจ็บยาว ไม่ยอมออกจากโรงพยาบาลให้เธอต้องมานั่งเฝ้าแบบนี้ไปตลอดชาติเลยคอยดู"
รินรดานิ่งค้างไปกับคำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างดื้อดึงและเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด ทว่าก่อนที่เธอจะได้อ้าปากปฏิบัติตามฟอร์มเดิมๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งอย่างกะทันหัน
*ก๊อก ก๊อก!*
"พี่กวินคะ แพรวเอาซุปไก่มา..."
เสียงหวานใสของรุ่นน้องปีหนึ่งผู้จัดการทีมฝึกหัดดังขึ้นพร้อมกับที่บานประตูห้องพักฟื้นกำลังถูกผลักเปิดออกกว้างโดยที่ไม่มีการรอให้เจ้าของห้องอนุญาต!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ
พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ•ตอนที่ 26
สิทธิพิเศษของคนสำคัญ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวร้ายกับยัยสถิติศาสตร์จอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!