"หึ... ศิษย์น้องเจ็ด เจ้ายังคงเย่อหยิ่งและโง่เขลาไม่เปลี่ยน ถึงกับยอมเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในหลุมศพของสำนักมารอสูรแห่งนี้เพื่อสตรีเพียงนางเดียวอย่างนั้นหรือ?"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณดังสะท้อนก้องกราบผืนปฐพีที่กำลังพังทลาย มู่อี้หลานไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเจ้าของเสียงนั้น ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ของเขาหรี่ลงเล็กน้อยยามเมื่อสะท้อนภาพของเงาร่างนับร้อยที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน ปราณโลหิตเข้มข้นแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตสดๆ
ในสถานการณ์ความเป็นความตายที่แม้แต่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งยังต้องหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ไป๋หลิงเซียนกลับมิได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางก้าวเท้าถอยหลังมาแนบชิดแผ่นหลังของมู่อี้หลานโดยสัญชาตญาณ กระบี่น้ำค้างสวรรค์ในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมพื้นดินรอบกายในพริบตา
"ระวังตัวด้วยครับ... พิษในเงาร่างเหล่านี้ไม่ใช่พิษธรรมดา แต่เป็น 'พิษสลายวิญญาณเก้าอัคคี' หากโดนแม้เพียงละออง ปราณแท้ในร่างจะถูกเผาผลาญจนหมดสิ้นภายในสามลมหายใจ" มู่อี้หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นดั่งหุบเหวลึก
"ท่านก็ระวังตัวเช่นกัน" ไป๋หลิงเซียนเอابตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเย็นชาดั่งเดิม แต่ทว่าแววตาที่มองแผ่นหลังของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความไว้วางใจอย่างลึกซึ้งที่นางไม่เคยยอมมอบให้ผู้ใดตลอดชีวิตการบำเพ็ญเพียรของตน
*ฉับพลัน!*
กระบี่ในมือของมู่อี้หลานสะบัดออกอย่างไร้ร่องรอย เคล็ดวิชา 'กระบี่เงาจันทราไร้ลักษณ์' ถูกตวัดออกเป็นวงโค้งสีเงินยวง ประหนึ่งจันทร์เพ็ญที่สาดส่องทะลุผ่านความมืดมิด เงาร่างจำแลงนับร้อยที่พุ่งเข้ามาแหลกสลายกลายเป็นไอพิษสีดำทันทีที่สัมผัสถูกแสงกระบี่ ทว่าไอพิษเหล่านั้นมิได้จางหาย กลับรวมตัวกันใหม่กลางอากาศกลายเป็นค่ายกลอักขระโลหิตขนาดมหึมาที่กดทับลงมาดั่งภูเขาห้าขุนณรงค์!
"ฮ่าๆๆๆๆ คิดว่าวิชากระบี่กระจอกๆ แค่นี้จะทำลาย 'ค่ายกลกลืนฟ้าดิน' ของพรรคอสูรโลหิตได้งั้นหรือ?"
ร่างของบุรุษผู้มาใหม่ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกสีเลือด แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบใบหน้าครึ่งซีกที่มีรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หน้าผากลงมาถึงคาง ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิท แต่นัยน์ตาอีกข้างกลับเปล่งประกายสีแดงฉานดั่งอสูรกาย สตรีหรือผู้ใดที่ได้พบเห็นต่างต้องขวัญผะหนี แต่มู่อี้หลานกลับเพียงแค่ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ศิษย์พี่ใหญ่... หรือควรเรียกว่า 'จอมมารโลหิตเงา' ดีล่ะ?" มู่อี้หลานเอ่ยชื่อของบุคคลเบื้องหน้าด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราดรดดั่งน้ำเย็นจัด "ไม่นึกเลยว่ายอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ผู้ผดุงคุณธรรมในอดีต จะยอมก้มหัวกลายเป็นสุนัขรับใช้ให้กับพรรคอสูรโลหิต จนยอมแม้กระทั่งขายวิญญาณให้แก่ความเป็นอมตะจอมปลอมเช่นนี้"
จอมมารโลหิตเงา หรืออดีตคือ 'เฟิงเทียนJian' ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เคยได้รับความเคารพยกย่องจากศิษย์ร่วมสำนัก สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับยามเมื่ออดีตอันน่าอดสูถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจาน
"เจ้าเด็กไร้ยางอาย! เจ้ารู้อะไรสำนักกระบี่สวรรค์นั้นมีแต่อะไรเล่า? มีแต่กฎเกณฑ์คร่ำครึที่คอยขัดขวางไม่ให้พวกเราก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์! มีแต่ความตายและความอ่อนแอ! ข้าเลือกหนทางนี้เพื่อความยิ่งใหญ่ เพื่อความเป็นอมตะที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของสวรรค์!" เฟิงเทียนคำรามลั่น ปราณอสูรระเบิดออกจนพื้นดินรอบบริเวณแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
ไป๋หลิงเซียนปรายตามองเฟิงเทียนด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งพันปี "ผู้ที่ยอมจำนนต่อกิเลสและทรยศต่อสำนัก ย่อมไม่มีวันเข้าใจคำว่า 'วิถีกระบี่ที่แท้จริง' ต่อให้เจ้าจะครอบครองพลังของพรรคอสูรโลหิตจนไร้เทียมทาน แต่ในสายตาของข้า เจ้าก็เป็นเพียงเศษสวะที่ไร้ค่าผู้หนึ่งเท่านั้น"
"นังสารเลว!" เฟิงเทียนเดือดดาลจนแทบคลุ้มคลั่ง กระบี่โลหิตในมือถูกชี้ตรงมาที่นาง "ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายนัก ข้าจะส่งพวกเจ้าไปยมโลกพร้อมกัน!"
*วูบ!*
ร่างของเฟิงเทียนเลือนหายไปจากจุดเดิมในพริบตา ความเร็วระดับนี้เหนือล้ำกว่ามู่อี้หลานและไป๋หลิงเซียนในยามนี้ที่บาดเจ็บจากการฝ่าด่านค่ายกลก่อนหน้า ปราณกระบี่โลหิตพุ่งทะยานเข้าประชิดร่างของไป๋หลิงเซียนราวกับสายฟ้าแลบ ทิศทางมุ่งตรงไปยังจุดตายกลางหน้าอกอย่างไร้ความปรานี!
"หลิงเซียน!"
มู่อี้หลานคำรามลั่นในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในคืนนี้ ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูงสุด 'ย่างก้าวเงาจันทรา' ใช้แผ่นร่างของตนเองเข้าขวางกั้นคมกระบี่โลหิตที่กำลังจะเจาะทะลวงร่างของหญิงสาวเอาไว้ในเสี้ยววินาทีเป็นตาย!
*ฉึก!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกแทงทะลุผ่านดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน ปราณโลหิตแผ่ซ่านกัดกินเนื้อหนังของมู่อี้หลานจนเลือดสดๆ กระเซ็นย้อมอาภรณ์สีขาวของเขาให้กลายเป็นสีแดงฉาน ทว่าคมกระบี่นั้นกลับหยุดลงห่างจากหัวใจของเขาเพียงไม่ถึงนิ้ว เนื่องจากมือข้างหนึ่งของมู่อี้หลานคว้าจับใบกระบี่โลหิตเอาไว้แน่นจนฝ่ามือขาดวิ่น โลหิตสีดำไหลหยดลงสู่พื้นดินส่งเสียง 'ซู่' ดั่งกรดเข้มข้น
"ศิษย์น้อง!" ไป๋หลิงเซียนอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนเจ็บปวด ดวงตางามที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งบัดนี้สั่นเครือ หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตา นางไม่เคยแสดงความอ่อนแอเช่นนี้ต่อหน้าผู้ใดมาก่อนในชีวิต
มู่อี้หลานแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย เลือดสดๆ ไหลยệnมุมปากของเขา แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งพญาอินทรีที่จ้องมองเหยื่อ "ข้าบอกแล้ว... ว่าตราบใดที่ข้ายังอยู่ จะไม่มีผู้ใดแตะต้องเจ้าได้แม้แต่ปลายนิ้ว..."
เฟิงเทียนหัวเราะลั่นด้วยความสะใจยามเมื่อเห็นศิษย์น้องของตนบาดเจ็บสาหัส "รุ่ยร้ำนัก! งั้นก็ตายไปพร้อมกันเสียเถอะ!"
เขากำลังจะถ่ายทอดพลังปราณระเบิดกระบี่ออกเพื่อสังหารทั้งคู่ในดาบเดียว ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายที่ลมหายใจแทบหยุดสะ khณนั้นเอง รอยยิ้มลึกลับก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของมู่อี้หลาน
ปลายนิ้วมืออีกข้างที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของเขา ดีดเข้าใส่เม็ดยาพิษสีนิลกาฬเม็ดเล็กเท่าเมล็ดข้าวโพดอย่างแม่นยำ เม็ดยาพิษพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าสู่จุดชีพจร 'ฮุ่ยหยิน' กลางหน้าผากของเฟิงเทียนโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว!
"อะไรกัน... นี่มันพิษอะไร..." เฟิงเทียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ปราณโลหิตในร่างหยุดชะงักลงทันที ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน
แต่นั่นยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด...
ฉับพลัน ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปรากฏแสงจันทร์นวลตากลับมืดสนิทลงในพริบตา เสียงคำรามกึกก้องดั่งอัสนีบาตฟาดผ่าลงกลางหลุมศพพรรคอสูรโลหิต พร้อมกับเงาร่างนับสร้อยของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่าม ที่ยืนอยู่บนยอดผาสูงชันเหนือหัวของพวกเขาทั้งสามคน พร้อมกับกระบี่นับหมื่นเล่มที่ชี้ลงมาเบื้องล่าง!
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เงากระบี่สะท้านจันทร์" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 12
ศิษย์พี่ผู้ทรยศ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!