เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 9

เส้นทางสู่หุบเขาเมฆา

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
คราบโลหิตสีดำบนเศษซากค่ายกลยังไม่ทันแห้งสนิท กลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวของพญามารโลหิตก็ยังคงลอยเค្វ้งคว้างอยู่ในสายลมยามราตรี ทว่าบนเส้นทางเดินแคบๆ เลียบหน้าผาสูงชัน มู่อี้หลานกลับมิได้เร่งฝีเท้าหนีตายอย่างที่คนขลาดเขลาพึงกระทำ มือขวาของเขายังคงวางอยู่บนด้ามกระบี่สีนิลอย่างหลวมๆ ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองไปยังเบื้องหน้า—เส้นทางสู่วิหารเมฆาอันลี้ลับ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางร่วมกันอย่างเป็นทางการระหว่างเขากับนางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง "เจ้าจงใจทิ้งร่องรอยพลังปราณกระบี่ไว้เบื้องหลัง เพื่อล่อให้มันตามมาเร็วกว่ากำหนดใช่หรือไม่?" เสียงหวานเยียบเย็นดังขึ้นจากเบื้องหลัง ไป๋หลิงเซียนยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดกิ่งสนพันปี อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมราตรี แม้ความงามของนางจะล่มบ้านล่มเมืองได้ แต่ประกายในดวงตานั้นกลับคมกلاดดั่งคมกระบี่น้ำค้างสวรรค์ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ มู่อี้หลานหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาเจ้าเล่ห์ฉายวาบขึ้นภายใต้เงาจันทร์เพ็ญ "แม่นางไป๋เข้าใจผิดแล้ว... คนเช่นมู่อี้หลานไม่เคยต้องล่อเสือเข้าถ้ำ เพราะข้าคือผู้ล่าที่รอให้เหยื่อเดินมาติดกับต่างหาก อีกอย่าง... การเดินทางร่วมกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งแดนเหนือ หากไม่มีเรื่องตื่นเต้นเร้าใจบ้าง เกรงว่าเส้นทางหมื่นลี้สายนี้คงน่าเบื่อจนเกินไป" "วาจาพาลหาเรื่อง" ไป๋หลิงเซียนแค่นเสียงเย็นชา นางก้าวเท้าลงมาจากยอดสน ร่างบางเคลื่อนไหวราวนางแอ่นเหินลม ไร้ซึ่งสรรพ1เสียงใดๆ "จำไว้... เป้าหมายของเราคือการยับยั้งไม่ให้คัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์ตกไปอยู่ในมือมาร มิใช่เพื่อเล่นสนุก หากเจ้าถ่วงแข้งถ่วงขาข้า หรือคิดตุกติกอันใด ข้าจะลงมือกำจัดเจ้าด้วยกระบี่เล่มนี้ก่อนที่พญามารโลหิตจะมาถึงเสียอีก" คำขู่คุกคามเช่นนี้ หากเป็นผู้อื่นคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่มู่อี้หลานกลับแย้มยิ้มบางเบา เขาสะกิดปลายเท้าทะยานร่างเข้าไปประชิดนางในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษและพิษจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์บนตัวนาง ทำให้นางเซียนผู้สูงส่งถึงกับชะงักไปชั่วลมหายใจ "หึ... กระบี่ของแม่นางรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาดจริง แต่น่าเสียดายที่หัวใจของท่าน... ยังคงเย็นชาเกินกว่าจะเข้าใจวิถีกระบี่ที่แท้จริง" มู่อี้หลานกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก ก่อนจะผละตัวออกไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้ไป๋หลิงเซียนยืนนิ่งงัน ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนความรู้สึกแปลกประหลาดที่นางไม่เคยประสบมาก่อนในรอบร้อยปีของการบำเพ็ญเพียร ตลอดหลายชั่วยามต่อมา ทั้งสองเดินทางเคียงคู่กันผ่านหุบเขาลึกและป่าทึบหมอกหนา แม้ปากจะไม่มีบทสนทนาใดๆ นอกจากการประชดประชันกันเป็นระยะ แต่สัญชาตญาณดิบของมือสังหารและเซียนกระบี่กลับประสานกันอย่างแนบเนียน ทุกครั้งที่มีเงาสัตว์อสูรหรือกับดักค่ายกลโบราณปรากฏขึ้น มู่อี้หลานมักจะโยนผงพิษสลายวิญญาณเปิดทาง ขณะที่ไป๋หลิงเซียนจะใช้ลมปราณน้ำค้างสวรรค์แช่แข็งมันให้แตกสลายในพริบตา ความระแวงในทีแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความไว้วางใจอย่างเงียบเชียบทีละน้อย ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันและชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ จนกระทั่งพวกเขาเดินทางมาถึง "สะพานโซ่เหล็กแห่งความตาย" สะพานเก่าแก่ที่ทอดข้ามเหวลึกนับหมื่น丈 (จ้าง) เบื้องล่างคือทะเลหมอกสีเลือดที่หมุนวนราวกับปากอสูร ทันใดนั้นเอง ลมพายุประหลาดก็พัดกระโชกเข้าใส่จนโซ่เหล็กสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง "ระวัง!" ไป๋หลิงเซียนอุทานขึ้นพร้อมกับชักกระบี่น้ำค้างสวรรค์ออกครึ่งเล่ม แต่ทว่า... บนเส้นลวดสลิงและโซ่เหล็กเบื้องหน้า กลับปรากฏร่างนับร้อยของ "มือสังหารเงาอสูร" ที่ซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว พวกมันล้วนเป็นยอดฝีมือที่ถูกฝึกมาให้ไร้เงาและไร้หัวใจ และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ผู้นำของพวกมันในตอนนี้—ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นศิษย์พี่ทรยศของไป๋หลิงเซียนเอง ผู้ที่ถือครองวิชามารโลหิตกลืนวิญญาณ! "ศิษย์น้อง... ไม่เจอฃกันนาน เจ้ายังคงงดงามและเย็นชาเหมือนเดิมนะ" เสียงหัวเราะแหบแห้งดังขึ้นท่ามกลางพายุหมุน พร้อมกับเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากหมอกหนา พร้อมกับรอยยิ้มอันชั่วร้ายที่ส่อแววพิฆาตอย่างเต็มเปี่ยม! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอุปสรรคและเส้นทางอันตรายไปพร้อมกับตัวละครของเรานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%