เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 6

กับดักมัจจุราช

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"กลิ่นอายโลหิต... เข้มข้นเกินกว่าจะซ่อนไว้หลังคานโรงเตี๊ยมแห่งนี้แล้วกระมัง" น้ำเสียงของมู่อี้หลานราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของมือสังหารผู้ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของเขายังคงหมุนจอกสุราอุ่นในมือแผ่วเบา สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองผ่านช่องว่างของบานหน้าต่างไม้แกะสลักที่บอบช้ำจากแรงกดดันของลมปราณภายนอก ไป๋หลิงเซียนมิได้เอ่ยวาจา นางเพียงปรายหางตามองบุรุษข้างกายแวบหนึ่ง ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูยังคงนั่งตัวตรงสง่างาม แม้สถานการณ์รอบกายจะถูกปิดล้อมด้วยค่ายกลสังหารอันไร้ช่องโหว่ กระบี่น้ำค้างสวรรค์ที่วางพาดอยู่บนตักส่งเสียงร่ำเบาหวิวคล้ายรับรู้ถึงจิตสังหารที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นใต้น้ำ ความเยชาชาดั่งน้ำแข็งของนางมิใช่ความตื่นกลัว แต่เป็นสภาวะจิตใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีกระบี่ พร้อมสัประยุทธ์ได้ทุกเมื่อ "สุนัขรับใช้แห่งพรรคอสูรโลหิตหูไวตาไวสมคำร่ำลือ" ไป๋หลิงเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งยอดเขา เปลือกตาบางหลุบลงต่ำเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายอำมหิต "ดูท่า... ค่ำคืนนี้พวกเราคงไม่สามารถดื่มสุรานี้จนหมดจดได้เสียแล้ว" *โคร้ม!* ประโยคสุดท้ายยังไม่ทันขาดคำ ประตูไม้หนาทึบของโรงเตี๊ยมก็แหลกละเอียดเป็นจุล แรงระเบิดของลมปราณสีโลหิตแผดเผาบรรยากาศภายในห้องให้ร้อนระอุขึ้นในพริบตา เศษไม้และฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่ว ร่างเงาดำนับสิบสายพุ่งทะยานเข้ามาดั่งฝูงกาฝูงใหญ่ ทุกคนสวมหน้ากากอสูรน่าเกลียดน่ากลัว ในมือถืออาวุธอาบพิษร้ายแรงสะท้อนแสงสีม่วงเรืองรอง "เป้าหมายคือคัมภีร์และหัวของพวกมัน! ฆ่าไม่ให้เหลือ!" เสียงคำรามแหบพร่าดังขึ้นจากเงาหัวหน้ากลุ่มที่ยืนอยู่บนขอบหน้าต่าง แววตาของมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือด มู่อี้หลานแค่นหัวเราะในลำคอ "ฆ่าไม่ให้เหลือ? ช่างเป็นคำพูดที่ใหญ่โตยิ่งนัก" ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้น ไร้ซึ่งคำปรึกษาหารือ ไร้ซึ่งความลังเล สัญชาตญาณของจอมยุทธ์และนางเซียนหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ไป๋หลิงเซียนสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่น้ำค้างสวรรค์พุ่งออกจากฝักด้วยเสียงกังวานดั่งระฆังเงิน ประกายแสงสีฟ้าครามแผ่ขยายออกเป็นรัศมีวงกว้าง ไอเย็นเยือกแช่แข็งหยาดฝุ่นและละอองเลือดในอากาศให้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้นในพริบตาเดียว วิชา 'กระบี่เหมันต์ล้างผลาญ' ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มกำลัง รัศมีกระบี่พุ่งตรงเข้าตัดทอนกำลังส่วนหน้าของมือสังหารพรรคอสูรโลหิตจนขาดเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย ทว่า มือสังหารเหล่านี้หาใช่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปไม่ พวกมันล้วนถูกฝึกฝนมาให้ไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บปวด เมื่อสหายล้มตายลง กลุ่มที่เหลือกลับยิ่งบ้าคลั่ง โหมกระหน่ำซัดฝ่ามือโลหิตเข้าใส่จากทุกทิศทาง "ระวังด้านหลัง!" มู่อี้หลานเอ่ยเตือนเสียงต่ำ ร่างของเขาพลิ้วไหวราวกับเงาพราย หลบหลีกกรงเล็บพิษที่เฉียดผ่านหัวไหล่ไปเพียงเส้นยาแดง ฝ่ามืออีกข้างซัดเข็มเงินเคลือบพิษเจ็ดราตรีออกไปอย่างไร้ซุ่มเสียง เข็มทมิฬพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง เจาะทะลุจุดตายของมือสังหารสามคนที่กำลังลอบโจมตีไป๋หลิงเซียนจากมุมอับได้อย่างแม่นยำราucจับวาง พิษร้ายแล่นพล่านผ่านร่างของศัตรูในทันที ผิวหนังของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำและสลายกลายเป็นไอพิษสีม่วงภายในลมหายใจเดียว นี่คือวิชาพิษของมู่อี้หลาน—เด็ดขาด ไร้ความปรานี และงดงามราวกับศิลปะแห่งความตาย ไป๋หลิงเซียนเหลือบมองการกระทำของเขาแวบหนึ่ง มุมปากที่มักจะปิดสนิทเยชาชาปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง นางหมุนตัวกลางอากาศ กระบี่ในมือวาดเป็นรูปดอกบัวเหมันต์ ป้องกันการโจมตีระลอกใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาจากเงาหัวหน้าพรรคอสูรโลหิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ละอองกระบี่และลมปราณโลหิตปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันมหาศาลทำให้โครงสร้างไม้ของโรงเตี๊ยมสั่นสะเทือนใกล้พังทลาย "เจ้ามือกระบี่ตระกูลมู่... กับแม่นางแห่งหุบเขากระบี่สวรรค์" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากเงาหัวหน้าที่รอดชีวิต มันแผ่ขยายพลังปราณขั้นรวบรวมวิญญาณระดับสูงกดทับลงมาจนลมหายใจของทั้งคู่สะดุด "นึกไม่ถึงว่าหนูสองตัวนี้จะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ร่วมมือกันก็ไร้ประโยชน์ วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!" มู่อี้หลานหรี่ตาลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่พยัคฆ์ทมิฬที่เหน็บอยู่ข้างเอว ปราณกระบี่สีดำสนิทแผ่ซ่านออกมาจากปลอกกระบี่ราวกับมังกรหลับที่กำลังจะตื่นจากการจำศีล "ร่วมมือกันชั่วคราว... เพื่อจัดการสุนัขน่ารำคาญเหล่านี้ให้สิ้นซาก ก็ไม่เลวเหมือนกันว่าไหม แม่นางไป๋" มู่อี้หลานเอמהเสียงกระซิบข้างหูกลิ่นอายบุรุษเจือกลิ่นอายเลือดลอยวนเวียน ไป๋หลิงเซียนไม่ตอบคำ แต่กระบี่น้ำค้างสวรรค์ในมือของนางกลับสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ไอเย็นแผ่ขยายปกคลุมร่างของนางจนดูราวกับเทพเซียนจำศีล "จัดการมันให้เสร็จ แล้วค่อยสะสางบัญชีของเราทีหลัง มู่อี้หลาน" ในจังหวะที่คมกระบี่ทั้งสองสายกำลังจะประสานเข้าด้วยกันเพื่อปลิดชีพศัตรูเบื้องหน้า ประตูใหญ่ที่พังทลายลงไปก่อนหน้าก็พลันถูกซัดกระเด็นด้วยพลังปราณอันมหาศาลยิ่งกว่าเดิม เงาร่างสายหนึ่งสวมหน้ากากทองคำสลักลายอสูรโบราณก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าของมันหนักแน่นดั่งเสียงกลองศึกที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ พร้อมกับกลิ่นอายกดดันระดับครึ่งก้าวสู่แดนเซียนที่แผ่ซ่ายิ่งกว่าผู้ใดในที่นี้ "คิดว่ารอดพ้นมือข้าไปได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ... เจ้าหนูตระกูลมู่" มู่อี้หลานและไป๋หลิงเซียนชะงักฝีเท้าลงพร้อมกัน ดวงตาของทั้งคู่หรี่แคบลงเมื่อตระหนักว่า เหยื่อที่พวกมันกำลังจะล่า บัดนี้ได้เปลี่ยนสถานะกลายเป็นผู้ล่าที่แท้จริงเสียแล้ว และในวินาทีที่เงาร่างนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสดใสราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด มู่อี้หลานก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นริ้วขึ้นจากกระดูกสันหลัง—ศัตรูผู้นี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของเขาเมื่อสิบปีก่อน! --- ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ — เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%