เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 2

กลิ่นอายพิษไร้ลักษณ์

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ แรงกดดันมหาศาลระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งจนมิติลรอบกายบิดเบี้ยว ร่างในชุดคลุมสีเลือดของพญามารโลหิตยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดั่งภูเขาโลหิตที่กดทับลงบนจิตวิญญาณของผู้คนจนแทบแตกดับ "มู่อี้หลาน... เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือข้าไปได้เช่นนั้นหรือ แผ่นหนังโบราณชิ้นนั้น หาใช่สิ่งที่มดปลวกเช่นเจ้าจะครอบครองได้" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือมหึมาที่ควบแน่นด้วยโลหิตและไอสังหารพุ่งตรงเข้าใส่ทรวงอกอย่างเหี้ยมเกรียม ไม่มีเวลาให้ลังเล ไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้หายใจ ในวินาทีเป็นตายนั้น นัยน์ตาคมกริบของมู่อี้หลานฉายแววดุดันและเยือกเย็นถึงขีดสุด เขาไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างเพรียวบางพลิ้วไหวราวกับเงากระบี่หลบเลี่ยงฝ่ามือมรณะที่เฉียดผ่านหัวไหล่ไปเพียงเส้นยาแดง แรงปะทะทำให้ผนังห้องไม้โบราณพังทลายลงเป็นจุล เศษฝุ่นตลบอบอวล ทว่ามือสังหารหนุ่มกลับใช้จังหวะชุลมุนนี้ดีดตัวพุ่งทะยานออกสู่ราตรีอันมืดมิดอย่างไร้ซุ่มเสียง "คิดจะหนีรึ!" พญามารโลหิตแค่นเสียงเย็นเยียบ ร่างสีเลือดพุ่งตามติดดุจภูตผี ยามนี้ สองร่างทะยานผ่านหลังคากระเบื้องเคลือบของเมืองหลวงที่หลับใหล สายลมยามดึกกรีดกรายผิวเนื้อราวน้ำแข็ง ทว่าเลือดในกายของมู่อี้หลานกลับเดือดพล่านจากการโคจรลมปราณฝืนขีดจำกัด บาดภายในลำคอทำให้รสชาติคาวเลือดตีตื้นขึ้นมา เขาเหยียดยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก แม้สถานการณ์จะตกเป็นรองถึงขีดสุด แต่แววตาของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่หาได้มีความหวาดกลัวไม่ มีเพียงความเจ้าเล่ห์และแผนการอันแยบยลที่ถูกถักทอขึ้นในห้วงความคิด *ในเมื่อเจ้าอยากได้แผ่นหนังนัก... ข้าจะมอบ "ของขวัญ" ชิ้นพิเศษให้แก่เจ้าก็แล้วกัน* มู่อี้หลานสะบัดข้อมือเบาๆ ขวดหยกสีชาขนาดเท่าข้อนิ้วปรากฏขึ้นระหว่างปลายนิ้ว ทันใดนั้น เขาก็พลิกตัวกลับกลางอากาศ ปล่อยหมัดซัดละอองผงสีขาวบริสุทธิ์นวลตาออกไปเบื้องหลัง ละอองพิษนี้หาได้มีกลิ่นอายรุนแรงไม่ หากแต่ดูบริสุทธิ์ดั่งเกล็ดหิมะยามเหมันต์ "พิษอันใดกัน?" เงาร่างของพญามารโลหิตชะงักไปชั่วลมหายใจ ทว่าด้วยความทะนงในพละกำลังระดับสูง มันจึงปัดมือออกหมายปัดเป่าละอองนั้นให้สลายไปในอากาศ ทว่า... นั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง "พิษสลายกระดูกไร้ลักษณ์" สิ้นเสียงกระซิบแผ่วเบาของมู่อี้หลาน ละอองสีขาวที่สัมผัสถูกลมปราณโลหิตกลับกลายสภาพเป็นเปลวเพลิงไร้สีที่กัดกินเข้าไปถึงกระดูกดำ ทันทีที่สัมผัสโดนผิวหนัง เสียง "ฟู่" ดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมา พญามารโลหิตแผดเสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างหาใดเปรียบ แขนขวาที่ใช้ปัดป้องเริ่มเน่าเปื่อยสลายกลายเป็นของเหลวสีดำส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้ง ไอสังหารรอบตัวมันร่วงหล่นวูบลงทันที "เจ้าเด็กสารเลว... ข้าจะฉีกร่างเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!" เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วท้องฟ้า มู่อี้หลานไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองความตายที่ตนเป็นผู้สรรค์สร้าง เขาทะยานร่างหายลับเข้าไปในความมืดของตรอกซอกซอยอันซับซ้อน อาการบาดเจ็บภายในทำให้ฝีเท้าเริ่มเซเล็กน้อย ทว่าความเยือกเย็นยังคงกุมสติของเขาไว้อย่างมั่นคง ขณะที่เขากำลังจะเร่งเร้าลมปราณเพื่อหลบหนีไปยังจุดนัดพบ เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนผู้สูงส่งก็ปรากฏขึ้นขวางทางไว้ในยามวิกาล นางยืนอยู่บนยอดกำแพงสูง อาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวตามแรงลม ดาบน้ำค้างสวรรค์ในฝักส่งเสียงกังวานใสราวน้ำค้างแข็ง กระạอของความเย็นเยียบแผ่ซ่านกดดันจนบรรยากาศรอบกายเยือกแข็งลงในพริบตา ไป๋หลิงเซียน... นางเซียนผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็ง ปิดกั้นหัวใจจากโลกหล้า นัยน์ตาคู่สวยราวกับห้วงน้ำในฤดูเหมันต์มองสำรวจรอยเลือดบนอาภรณ์ของชายหนุ่ม ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะขยับเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น "บาดเจ็บปางตายเช่นนี้... เจ้ายังกล้าหาเรื่องใส่ตัวอีกหรือ มู่อี้หลาน" มู่อี้หลานแย้มยิ้มบางๆ แม้ใบหน้าจะซีดขาวไร้สีเลือด เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อรังสีดาบที่พร้อมจะปลิดชีพเขาได้ทุกเมื่อ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์เจือความอบอุ่น "หากข้าไม่ทำเช่นนั้น... ข้าคงไม่ได้เห็นใบหน้าอันเป็นห่วงเป็นใยของแม่นางไป๋เช่นนี้หรอกกระมัง" ไป๋หลิงเซียนสะท้านเฮือกในอก หัวใจที่ด้านชามานานนับปีคล้ายถูกค้อนเหล็กทุบจนสั่นคลอน นางเบือนหน้าหนีซ่อนความไหววูบในแววตา ก่อนจะยื่นมือเรียวดุจหยกสลักออกไปคว้าแขนของเขาไว้แน่น "ตามข้ามา... คนของพรรคอสูรโลหิตกำลังปิดล้อมพื้นที่นี้ทั้งหมดแล้ว" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะทะยานร่างหลบหนีออกจากเขตเมืองหลวง ทันใดนั้น ท้องยามราตรีที่ควรจะมืดมิดกลับสว่างวาบขึ้นด้วยอัขระสีทองนับพันที่ปรากฏบนท้องฟ้า แรงกดดันระดับขอบเขตบรรพกาลที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพญามารโลหิตหลายร้อยเท่ากดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างของทั้งคู่แทบแหลกสลาย! เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาท "คิดว่าจะหนีพ้นจากเงื้อมมือของสำนักกระบี่สวรรค์เช่นนั้นรึ... ส่งคัมภีร์มาเสีย มิฉะนั้น ศพของพวกเจ้าจะไม่เหลือแม้แต่ธุลีดิน!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ" เสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%