กลิ่นคาวเลือดมักหอมหวานที่สุดในยามที่ราตรีโรยตัวถึงขีดสุด...
หยดโลหิตสีชาดที่หยดติ๋งลงกระทบพื้นไม้หอมจันทน์ของหอคอยแปดทิศ ไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่เกิดจากความแม่นยำอย่างไร้ที่ติของคมมีดอาบพิษสิบเจ็ดเล่มที่ปักตรึงร่างของรองประมุขพรรคพยัคฆ์ทมิฬไว้กับผนัง เสื้อคลุมผ้าไหมปักลายหรูหราเปียกโชกไปด้วยของเหลวอุ่นร้อน ขณะที่ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างนั้นพยายามอ้าปากพะงาบๆ คล้ายจะกล่าววาจาสุดท้าย แต่พิษสลายเส้นเอ็นได้แล่นพล่านถึงหัวใจเร็วกว่าที่ลมหายใจจะเอื้อนเอ่ย
มู่อี้หลานยืนอยู่เบื้องหน้าศพนั้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง มือเรียวยาวข้างหนึ่งยังคงถือถ้วยชาอุ่นๆ ที่รินค้างไว้ ปลายกระบี่ไร้เงาที่เหน็บอยู่ข้างเอวส่งเสียงครางฮัมเบาๆ ราวกับพึงพอใจในกลิ่นอายความตายที่เพิ่งผ่านพ้น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีวาวโรจน์ขึ้นภายใต้เงาสลัวของแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างแกะสลัก
"ความลับมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ... น่าเสียดายที่เจ้าไม่มีปัญญาผ่อนส่ง"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของมือสังหารหนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ มู่อี้หลานไม่เคยสนใจว่าเป้าหมายจะเป็นใหญ่มาจากไหนในยุทธภพ เพราะสุดท้ายแล้ว ภายใต้คมกระบี่ของเขา ทุกชีวิตล้วนมีค่าเท่ากับความว่างเปล่า เขากวาดสายตามองสำรวจรอบห้องกว้างเพื่อค้นหาหลักฐานตามใบสั่งจ้าง ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับกล่องไม้จันทน์ดำที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นตำรา
มือหนายื่นออกไปเปิดฝากล่องออกอย่างระมัดระวัง ภายในนั้นไม่มีทองคำหรือตั๋วเงินค่าหัวมหาศาล มีเพียงแผ่นหนังสีเหลืองกรอบเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่ง อักขระโบราณที่สลักไว้บนแผ่นหนังเปล่งแสงเรืองรองสีครามจางๆ ยามต้องแสงจันทร์ กลิ่นอายพลังปราณโบราณอันกดดันแผ่ซ่านออกมาจนอากาศภายในห้องบิดเบี้ยว
มู่อี้หลานขมวดคิ้วเล็กน้อย สัญชาตญาณมือสังหารบอกเขาว่าสิ่งนี้อันตรายยิ่งกว่าพิษสลายเจ็ดวิญญาณ แต่มันกลับเชื่อมโยงกับ "คัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์" ที่พญามารโลหิตกำลังตามล่าพลิกแผ่นดิน
"คัมภีร์วิชาที่สูญหายไปเมื่อร้อยปีก่อน... เหตุใดจึงมาตกอยู่ในมือของสุนัขรับใช้เช่นมัน" มู่อี้หลานพึมพำกับตัวเอง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ผิดธรรมชาติก็ดังขึ้นที่เบื้องหลัง ประสาทสัมผัสของยอดฝีมือตื่นตัวถึงขีดสุด มู่อี้หลานไม่หันกลับไปมอง แต่ร่างกายไหววูบดั่งเงาพรายหลบฉากออกไปสามเชี๊ยะพร้อมๆ กับที่ประกายแสงสีฟ้าเย็นเยียบเฉียดผ่านหัวไหล่ของเขาไปปักฝังลงบนเสาไม้จนแตกละเอียด
เปรี้ยง!
เศษไม้กระจายว่อน พร้อมกับความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนน้ำในถ้วยชาจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา
มู่อี้หลานยืนนิ่งอยู่มุมห้อง ปลายกระบี่ไร้เงาถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาบ ดวงตาคมกริบหันไปจ้องมองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิเคราะห์
กลางห้องโถงที่มืดสลัว ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราศีนางพญาปรากฏขึ้น นางยืนสง่างามราวนางเซียนผู้ลงมาจากสรวงสวรรค์ เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายเคลียไหล่มน ใบหน้ารูปไข่เย็นชาดั่งน้ำแข็งแกะสลัก ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันล้ำลึก ในมือของนางถือกระบี่น้ำค้างสวรรค์ กระบี่วิเศษที่สั่นระริกราวกับมีชีวิต
ไป๋หลิงเซียน... นางเซียนน้ำแข็งแห่งหุบเขาหมื่นบุปผา ผู้อยู่เหนือความวุ่นวายของยุทธภพ เหตุใดจึงมาปรากฏตัวที่นี่ ในสถานที่อสมควรเช่นนี้?
"มู่อี้หลาน... ของสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่มือสังหารเดรัจฉานเช่นเจ้าควรครอบครอง" น้ำเสียงใสราวกระดิ่งเงินเอ่ยขึ้น เย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ไม่มีแววตาปรานี ไม่มีช่องโหว่ให้เจรจา
มู่อี้หลานแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาหาได้เกรงกลัวรัศมีกดดันของนางไม่ กลับก้าวเท้าเข้าไปหาทีละน้อยอย่างไม่รีบร้อน
"แม่นางไป๋... ยุทธภพร่ำลือว่าเจ้าตัดขาดทางโลก ปิดดวงจิตบำเพ็ญเพียรในหุบเขาไร้รัก เหตุใดวันนี้จึงลงทุนมาวิ่งไล่จับกับมือสังหารเช่นข้าเล่า หรือว่า... คิดถึงฝีมือกระบี่ของข้ากันแน่?"
คำพูดหยอกเย้าแต่แฝงความท้าทายทำให้คิ้วเรียวของไป๋หลิงเซียนขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางไม่เอާމวาจาโต้ตอบ ปลายกระบี่น้ำค้างสวรรค์ชี้ตรงมายังอกเสื้อของเขา ไอความเย็นแผ่พุ่งออกมาจนพื้นห้องกลายเป็นน้ำแข็งสีขาวโพลน
นางเซียนผู้สูงส่งกับมือสังหารผู้ไร้ความปรานี... ทั้งคู่ต่างยืนอยู่คนละฟากฝั่งของศีลธรรม ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้มาเผชิญหน้ากันในคืนเดือนเพ็ญที่มีชีวิตของทั้งสองเป็นเดิมพัน
มู่อี้หลานกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น ปราณโลหิตในกายเริ่มหมุนวนรับมือกับไอเย็นยะเยือก ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากชั้นล่างของหอคอย พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ทำให้ผนังหอคอยสั่นสะเทือน
"ฮ่าๆๆๆ! มู่อี้หลาน! ไป๋หลิงเซียน! พวกเจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าผู้นี้รึ!"
เงาสมส่วนในชุดคลุมสีเลือดพุ่งทะยานผ่านหน้าต่างเข้ามาปะทะกลางห้อง แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งจนกระอักเลือด พญามารโลหิตมาถึงแล้ว และเป้าหมายของมันคือแผ่นหนังโบราณในมือของมู่อี้หลาน!
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านผลงานของกระผมด้วยใจจริงครับ
เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 1
เงาจันทร์ใต้ค่ำคืนแห่งการสังหาร
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงากระบี่สะท้านจันทร์: เพลงดาบโลหิตเคียงบัลลังก์เซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!