บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ•ตอนที่ 14

มื้อค่ำที่เรียบง่าย

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามสายลมยามดึก ถูกกลบด้วยกลิ่นหอมละมุนของชาอู่หลงชั้นดีอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในห้องทรงอักษรแห่งนี้ ถังจิ่นเซ่อปรายตามองถาดไม้เนื้อดีในมือขันทีเฒ่าจ้าวเพียงแวบเดียว ร่างบางในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับเงาสลัวยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักโค้งบุด้วยเบาะกำมะหยี่สีเลือดหมู ปลายนิ้วเรียวยาวดุจลำหญ้าหยกยังคงหมุนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวในมือเล่นอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของความเป็นความตายที่ถูกส่งมาวางตรงหน้า "ราชโองการฉบับนี้... คงมิได้เขียนด้วยหมึกพู่กันธรรมดาสกระมังเพคะ" น้ำเสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำค้างแข็งหลุดจากริมฝีปากบางเฉียบ นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองขันทีเฒ่าผู้ภักดีแม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดไว้ด้วยเงาร่างสูงสง่าของบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหลังโต๊ะทรงอักษร ฉินอ๋องหลี่เฟยมิได้แยแสถาดกระดาษม้วนสีเหลืองทองที่ประทับตราหยกมังกรแม้แต่น้อย ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก บนโต๊ะไม้จันทน์หอมเวลานี้ ไร้ซึ่งฎีกาสําคัญบ้านเมืองหรือแผนที่ยุทธศาสตร์ทหาร มีเพียงเตาอุ่นถ่านขนาดเล็กและหม้อดินเผาใบย่อมที่กำลังเดุดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรบำรุงธาตุ "ขันทีจ้าว เจ้าออกไปก่อน" ซุ่มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆ "พ่ะย่ะค่ะ... หม่อมฉันทูลลา" ขันทีเฒ่าโค้งตัวถอยหลังออกไปอย่างเงียบเชียบ ประตูลับด้านหลังปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงกลไกโลหะกระทบกันเบาๆ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกว้างใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครา มีเพียงเสียงเดือดพล่านของน้ำในหม้อดินเผาและเสียงถ่านไม้ลั่นเปรี๊ยะปร๊ะเป็นระยะ หลี่เฟยสาวเท้าก้าวเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บทอดเงาทาบทับร่างของนักฆ่าสาว ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างๆ ไม่ถือตัว ปลายนิ้วแกร่งหยิบตะเกียบไม้ไผ่ขึ้นมาคีบก้อนเนื้อตุ๋นสีเข้มที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มใส่ลงในถ้วยกระเบื้องเบื้องหน้าของนาง "เจ้ามักใช้ชีวิตอยู่กับคมดาบและกลิ่นอายความตาย จนลืมไปแล้วกระมังว่า มนุษย์เรายังต้องกินข้าวเพื่อประทังความหิว" หลี่เฟยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่ายามปกติหลายส่วน ถังจิ่นเซ่อชะงักปลายนิ้วที่กำลังหมุนถ้วยชา นางก้มลงมองก้อนเนื้อตุ๋นในถ้วยสลับกับใบหน้าคมคายที่มักซ่อนเร้นความเยียบเย็นไว้ภายใต้รอยยิ้มอันอ่านยาก นี่ไม่ใช่สำรับหรูหราจากห้องเครื่องหลวงที่มีพิธีรีตองร้อยแปดประการ ทว่ากลับเป็น "บะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน" ง่ายๆ ที่แม้แต่ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปก็หาทานได้ "หม่อมฉันเป็นเพียงเงา... เงาไม่มีความจำเป็นต้องอิ่มท้องเพคะ" นางเอ่ยตอบเสียงเบา ราวกับพยายามย้ำเตือนสถานะของตนเอง "แต่เจ้าในตอนนี้... นั่งอยู่ใต้แสงเทียนของตำหนักฉินอ๋อง หาใช่ในหลุมศพ" หลี่เฟยแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดวงตาดำขลับคู่นั้นจ้องลึกลงไปในดวงตาของนาง "อีกอย่าง ข้าไม่ได้เลี้ยงดูมือสังหารอันดับหนึ่งเพื่อให้นางผอมแห้งจนปลิวไปตามลม หกเดือนก่อน เจ้ายังกระโดดข้ามกำแพงวังสูงเจ็ดเชียะได้สบาย ทว่าเดือนก่อน... ข้าสังเกตเห็นว่าฝีเท้าของเจ้าเบาหวิวชอบกล หรือว่าเข็มเงินมรณะจะเริ่มพกพาก้อนหินถ่วงน้ำหนักในรองเท้าแล้วล่ะ?" คำเย้าแหย่ที่เจือความเอาแต่ใจเล็กน้อยทำเอาถังจิ่นเซ่อถึงกับพูดไม่ออก นางค้อนใส่เขาด้วยหางตาบางเบาครั้งหนึ่งอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นบะหมี่เข้าปากช้าๆ รสชาติกลมกล่อม ละมุนละไม ไม่เค็มหรือจืดจนเกินไป ความอุ่นร้อนของน้ำซุปแผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง บรรเทาความหนาบเหน็บจากไอหมอกยามดึกในวังหลวงให้จางลงไปได้ถนัดใจ นี่คือความเรียบง่ายที่นางไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากบุรุษผู้กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายผู้คนครึ่งค่อนแผ่นดิน "หม่อมฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องอนาคต" จู่ๆ ถังจิ่นเซ่อก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงของนางเจือความเหม่อลอยเล็กน้อยเมื่อนึกถึงราชโองการลับบนโต๊ะ "คนเช่นพวกเรา... วันพรุ่งนี้อาจกลายเป็นศพไร้ญาติอยู่ข้างถนน หรือไม่ก็ถูกลืมเลือนไปในหน้าประวัติศาสตร์ การพูดถึงวันพรุ่งนี้สำหรับหม่อมฉัน จึงเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินไปเพคะ" หลี่เฟยชะงักมือที่กำลังจะรินชา นัยน์ตาคมกราดกวาดมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสตรีผู้เย่อหยิ่งและโดดเดี่ยว รอยแผลเป็นจางๆ ที่หัวไหล่ขวาของนาง—ซึ่งเกิดจากการเอาตัวเข้ามารับลูกธนูแทนเขาเมื่อปีก่อน—ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจว่า นางมิได้เป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่เขายืมใช้สับเปลี่ยนกระดานอำนาจ ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปอย่างช้าๆ ฝ่ามือหนาอบอุ่นกุมทับลงบนหลังมือเรียวที่กำลังถือตะเกียบไว้อย่างมั่น สัมผัสที่แนบแน่นและจริงจังทำเอาถังจิ่นเซ่อสะดุ้งเฮือก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของนักฆ่าสาวเกิดสะดุดกくกึกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาไหวระริกชั่วขณะก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความเยือกเย็นตามสัญชาตญาณ "ถ้าเช่นนั้น... ให้ข้าเป็นคนเขียนอนาคตให้เจ้าดีหรือไม่?" หลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ไร้ซึ่งร่องรอยของการหยอกเย้า "วันที่ตระกูลหลี่กวาดล้างขั้วอำนาจเก่าจนหมดสิ้น วันที่ราชบัลลังก์มั่นคงดั่งหินผา เจ้าจะไม่ต้องซ่อนตัวอยู่ในเงาอีกต่อไป จิ่นเซ่อ... เจ้าอยากไปที่ใด เมืองยุทธภพแถบ江南 (เจียงหนาน) ที่มีสายฝนโปรยปรายและสวนดอกไม้ หรือเรือนพักริมทะเลสาบที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย ข้าจะจัดเตรียมทุกอย่างให้เจ้าเอง" ถังจิ่นเซ่อลมหายใจสะดุด คำมั่นสัญญาที่หลุดจากปากของฉินอ๋องผู้เหี้ยมโหดผู้นี้ มีน้ำหนักมหาศาลยิ่งกว่ากองกำลังทหารนับแสนนาย แต่มันกลับเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับคนในยุทธภพ "ท่านอ๋องทรงลืมไปแล้วหรือเพคะว่า... คนที่ถือราชโองการลับฉบับนั้น ย่อมไม่มีทางปล่อยให้เรามีจุดจบที่ดี" นางพยักเพยิดไปยังถาดไม้ที่วางอยู่มุมโต๊ะ หลี่เฟยเพียงแค่หัวเราะในลำคอแผ่วเบา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น "ขันทีจ้าวเป็นคนของข้า ราชโองการในถาดนั้น... ไม่ใช่คำสั่งประหารชีวิตข้าหรอก แต่เป็นรายชื่อขุนนางฉ้อฉลกลุ่มสุดท้ายที่กำลังจะกุดหัวลงในอีกสามวันข้างหน้าต่างหาก" มือแกร่งดึงมือนางให้ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยโอบล้อมรอบกาย ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ดวงเนตรคมกราดประกายแสงวาวโรจน์ด้วยความทะเยอทะยานที่น่าสะพรึงกลัว "และเมื่อถึงเวลานั้น... แผ่นดินนี้จะไม่มีผู้ใดกล้าขวางทางเรารวมถึง... องค์จักรพรรดิ" ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของถังจิ่นเซ่อกำลังจะยอมจำนนต่อความอบอุ่นอันลึกล้ำนี้ เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดจากภายนอกก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ไว้หน้า *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงร้องตะโกนอย่างร้อนรนขององครักษ์ประจำตำหนักดังทะลุบานประตูเข้ามา "กองกำลังทหารลับจากคลังหลวงบุกเข้าล้อมตำหนักตงGong (ตำหนักบูรพา) แล้วพ่ะย่ะค่ะ! แถม... แถมองค์รัชทายาททรงกระทำอัตวินิบาตกรรมเมื่อหนึ่งเค่อก่อน!" หลี่เฟยหรี่ตาลงทัน1ว ความเยียบเย็นแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่ามือที่กุมมือถังจิ่นเซ่อไว้กลับยิ่งบีบแน่นขึ้นโดยไม่ยอมปล่อย ถังจิ่นเซ่อสะบัดหน้าไปมองประตูห้องสลับกับราชโองการลับบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักฆ่าร้องเตือนภัยเสียงดังลั่นในหัว *ไม่ใช่การกวาดล... นี่คือการพลิกเกมตลบหลัง!* [โปรดติดตามตอนต่อไป] --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ ดอกโบตั๋นพันปีซาบซึ้งใจยิ่งนักค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%