*ไม่ใช่การกวาดล้าง... นี่คือการพลิกเกมตลบหลัง!*
เสียงสะท้อนจากคำประกาศกร้าวของมหาเสนาบดีหลิวในท้องพระโรงใหญ่ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของถังจิ่นเซ่อ ราวกับเสียงกรับไม้ที่เคาะปิดฉากมหรสพเลือด ทว่าในความเงียบงันยามรัตติกาล ณ ตำหนักบูรพาแห่งนี้ ไม่มีเสียงกรับใดดังเท่าเสียงจังหวะหัวใจของนางเองที่เต้นระรัวอยู่ใต้ชุดคลุมผ้าแพรต่วนสีหมึก
กลิ่นกำยานดอกเหมยพันปีลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายจางๆ ของน้ำหมึกชั้นดีบนโต๊ะทรงอักษร หลอดไฟสำริดรูปหงส์คาบดวงประทีปทอด19เงายาวทาบทับร่างระหงที่กำลังยืนนิ่งสนิท ดวงตาสีดำสนิทดั่งหยกดำคู่เร้นลับกวาดมองม้วนกระดาษสานที่ถูกส่งผ่านเข้ามาทางช่องลับใต้พื้นเรือนอย่างระแวดระวัง
นี่ไม่ใช่ฎีกาทั่วไป... แต่เป็นรหัสลับที่นางและฉินอ๋องหลี่เฟยใช้สื่อสารกันมาตั้งแต่ครั้งที่นางยังเป็นเพียงเงาในคราบ 'เข็มเงินมรณะ'
นิ้วเรียวดั่งลำเทียนแกะเชือกถักสีแดงเลือดหมูออกอย่างเบามือ ม้วนกระดาษสาบางเบาร่วงหล่นลงบนโต๊ะ เผยให้เห็นตัวอักษรหวัดแกมบรรจงที่เขียนด้วยพู่กันขนกระต่ายป่า—ลายมือตวัดเฉียบคมดั่งคมกระบี่ที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของสตรีผู้เยือกเย็นสะดุดกําหนดจังหวะไปชั่วขณะ หาใช่เนื้อหาการเมืองหรือแผนการเคลื่อนพลของกองทัพพยัคฆ์บูรพาไม่ หากแต่เป็นวิธีการเรียบเรียงถ้อยคำ
*“บุปผาโปรยปรายยามค่ำคืน สายลมพัดหวนคืนสู่รากเหง้า... ยอดเขาไท่ซานมิอาจสั่นคลอนความมั่นคงของหุบเขาไผ่เขียว”*
ถังจิ่นเซ่อขบกริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว รหัสนี้... คือรหัสลับเฉพาะกิจที่ใช้ตอนที่พวกเขาตกอยู่ในวงล้อมของมือสังหารสำนักเงาโลหิตเมื่อสามปีก่อน เป็นถ้อยคำที่ไร้ซึ่งความหมายทางการเมืองโดยสิ้นเชิง เป็นเพียงประโยคไร้สาระที่หลี่เฟยเคยเอ่ยล้อเลียนนางยามที่นางบาดเจ็บสาหัสและนอนซมอยู่บนตั่งไม้ไผ่
เขากำลังเล่นตลกอันใดท่ามกลางสมรภูมิชิงอำนาจที่เลือดกำลังนองแผ่นดินเช่นนี้?
"เจ้ากำลังคิดว่าเปิ่นหวางเสียสติไปแล้วกระมัง ที่เอาความลับระดับคอขาดบาดตายมาเขียนเล่นเป็นกลอนรักเด็กสาว?"
เสียงทุ้มต่ำกังวานดั่งระฆังสำริดดังขึ้นจากมุมมืดหลังฉากกั้นผ้าโปร่งลายมังกรทะยานเมฆ ถังจิ่นเซ่อไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ นางเพียงแต่ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกทางจมูก ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของร่างสูงสง่าที่ก้าวออกมาจากเงาสลัว
ฉินอ๋องหลี่เฟยในยามนี้มิได้สวมชุดเกราะเหล็กกล้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดศัตรู หากแต่ทรงสวมฉลองพระองค์ชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักดิ้นทองลายพยัคฆ์หมอบ พระพักตร์คมคายดั่งสลักจากหยกขาวปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่มุมพระoษฐ์ ทว่าดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับลẫกล้ำเกินกว่าที่ผู้ใดจะอ่านทะลุ
"ท่านอ๋องทรงว่างงานถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้ทรงใช้ช่องทางลับของกองทัพม้าเร็วเพื่อส่งกลอนพร่ำเพ้อไร้สาระเช่นนี้มาให้หม่อมฉัน?" ถังจิ่นเซ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ซ่อนความสั่นไหวในอกไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นตามวิสัยของมือแคว้น
หลี่เฟยไม่ตอบทันที พระองค์ทรงสาวพระบาทเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและกลิ่นจางๆ ของสนิมดาบโชยเข้าปะทะนาสิกของนาง จนร่างบางเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นตำราไม้จันทน์หอมเสียแล้ว
"ไร้สาระงั้นหรือ?" หลี่เฟยตรัสด้วยพระสุรเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ ทว่ากลับทรงพลังจนกดดันให้บรรยากาศรอบกายหนักอึ้ง พระaniยงกายน้อมลงมาเล็กน้อยจนพระพักตร์อยู่ห่างจากใบหน้าของนางเพียงคืบ ดวงเนตรคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนาง ราวกับจะค้นหาความจริงทั้งหมดที่นางพยายามซ่อนเร้น "เจ้าจำได้แม่นยำทุกถ้อยคำ... เจ้าปฏิเสธไม่ได้หรอก จิ่นเซ่อ ว่าในวินาทีที่เจ้าเห็นประโยคเหล่านั้น หัวใจของเจ้ากระตุกวูบไปชั่วขณะ"
"หม่อมฉันเป็นนักฆ่า..."
"เจ้าไม่ใช่สตรีธรรมดา และเปิ่นหวางก็ไม่ใช่บุรุษที่จะยอมเอาชีวิตของทหารแสนนายมาเสี่ยงเล่นๆ กับกลอนรัก" หลี่เฟยตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจัง รอยยิ้มจางๆ เลือนหายไปจากพระพักตร์ เหลือเพียงความลุ่มลึกและจริงใจที่หาได้ยากยิ่งจากบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในราชสำนัก "ที่เปิ่นหวางใช้รหัสนี้ ก็เพราะต้องการบอกเจ้าว่า... ต่อให้แผนการพลิกเกมตลบหลังมหาเสนาบดีหลิวจะแยบยลเพียงใด ต่อให้บัลลังก์มังกรนี้จะเปื้อนเลือดมากแค่ไหน สิ่งเดียวในแผ่นดินนี้ที่เปิ่นหวางไม่อาจยอมสูญเสียไปได้... คือเจ้า"
ถังจิ่นเซ่อรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ทั่วร่างแข็งค้าง ความเย็นยะเยือกที่นางคุ้นเคยยามเผชิญหน้ากับความตาย บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้ม นางอยากจะเอ่ยปากเยาะเย้ย หรือใช้คำพูดคมคายเพื่อผลักไสเขาออกไปเช่นทุกครั้ง ทว่าลำคอกลับตีบตัน ราวกับถูกความจริงใจอันหนักอึ้งของบุรุษตรงหน้าตรึงไว้กับที่
"ท่านกำลังเอาอนาคตของแคว้นมาเดิมพันกับสตรีไร้หัวใจเช่นหม่อมฉัน... โง่เขลายิ่งนัก" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาเกราะกำบังสุดท้ายไว้
"หากความรักที่มั่นคงดั่งหินผานี้คือความโง่เขลา เปิ่นหวางก็ยินดีจะเป็นคนโง่ที่สุดในใต้หล้า" หลี่เฟยตรัสพร้อมกับเอื้อมพระหัตถ์มาสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วนั้นทำให้หัวใจที่ด้านชามาแรมปีของนางสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศอันลึกซึ้งจะนำพาให้ทั้งสองก้าวล้ำเกินเลยไปกว่าเส้นแบ่งของอำนาจและหน้าที่ เสียงฝีเท้าเร่งรีบอันหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่นอกประตำหนัก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์เอกจ้าวฟานตะโกนลั่นจากด้านนอก "หน่วยข่าวกรองรายงานด่วน... ทางตอนเหนือ... กองทัพพยัคฆ์ทมิฬของแม่ทัพอู๋แปรพักตร์แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกมันกำลังเคลื่อนพลปิดล้อมประตูเมืองหลวง!"
หลี่เฟยชะงัก พระเนตรคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว ทว่าพระองค์มิได้ละสายตาไปจากใบหน้าของถังจิ่นเซ่อ พระหัตถ์ที่สัมผัสแก้มของนางเลื่อนลงมาจับมือเรียวบางของนางไว้แน่น ราวกับจะย้ำเตือนถึงคำมั่นสัญญา
ทว่าในวินาทีนั้นเอง... ประตูไม้แกะสลักตำหนักบูรพาก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับด้วยพลังภายในอันมหาศาล!
ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะปรากฏขึ้นที่กรอบประตู รอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาดุจงูพิษที่คุ้นเคยดีฉายชัดบนใบหน้าของสตรีผู้ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในยามนี้—พระสนมเอกหลิวอวี้เหยา!
นางไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังของนางคือทหารองครักษ์หลวงนับร้อยที่ชักกระบี่ออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีกันระงับ และในมือเรียวขาวของพระสนมเอกผู้นั้น... กำลังถือราชโองการลับสีทองอร่ามที่ประทับตราหยกแผ่นดิน!
"ไม่ต้องตามหาศัตรูที่ไหนหรอกเพคะ ท่านอ๋อง..." หลี่เฟยอวี้เหายิ้มเยาะ แววตาสمเพชเวทนาฉายชัด "เพราะราชፍองการปลดท่านออกจากตำแหน่ง และสั่งประหารนักฆ่าแซ่ถังผู้นี้... อยู่ในมือหม่อมฉันแล้ว!"
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและอินไปกับบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ•ตอนที่ 15
คำสารภาพของสายลม
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!