บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ•ตอนที่ 10

กรงหยกที่งดงาม

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นกำยานชะมดเชียงผสมไม้กฤษณาอบอวลหนาแน่นจนแทบกลายเป็นหมอกควันสีขาวขุ่น มันไม่ใช่กลิ่นหอมที่ชวนให้ผ่อนคลาย หากแต่เป็นกลิ่นอายของความอึดอัดที่ถูกคำนวณและจัดวางไว้อย่างแม่นยำทุกตารางนิ้ว ถังจิ่นเซ่อกวาดสายตาสำรวจห้องหับเบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ ปราศจากความตื่นตระหนก มีเพียงประกายตาเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาไท่ซาน นางไม่ได้ถูกล่ามโซ่ตรวน ไร้ซึ่งร่องรอยการปฏิบัติอย่างเชลยศึก ตรงกันข้าม... ร่างกายของนางสวมทับด้วยชุดผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆมงคลชั้นดี เรือนผมถูกรวบขึ้นอย่างประณีตด้วยปิ่นหยกอุ่นเนื้อดี ทว่ากรงทองที่วิจิตรงดงามปานใด ก็ยังคงเป็นกรงขังอยู่วันยังค่ำ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าม่านมุกโปร่งแสง กลิ่นอายเย็นยะเยือกทรงอำนาจที่คุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีสามฉื่อ ฉินอ๋องหลี่เฟยในอาภรณ์สีนิลปักลายมังกรห้าเล็บด้วยด้ายทองคำ ทรงก้าวพระบาทเข้ามาด้วยท่าทีสบายราวกับเจ้าบ้านผู้ตรวจตราเรือนพักของคนสนิท "ตื่นบรรทมแล้วหรือ... คนดีของเปิ่นหวาง" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบติดจะเย้าแหย่เล็กน้อย ทว่าแววเนตรคมกริบคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความล้อเล่นโดยสิ้นเชิง จิ่นเซ่อยืดตัวขึ้นช้าๆ นางไม่คุกเข่า ไม่ก้มหัว ทว่าประสานสายตากับเขาตรงๆ "ฉินอ๋องทรงใช้วิธีการอันใดกักขัง 'เข็มเงินมรณะ' ไว้ในตำหนักส่วนพระองค์เช่นนี้ เกรงว่าจะมิใช่ฐานะแขกผู้มีเกียรติกระมังคะ" หลี่เฟยแย้มพระ o5ณ พระโอษฐ์ขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงเนตร ร่างสูงใหญ่ก้าวผ่านม่านมุกเข้ามาใกล้จนนางต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าพระหัตถ์แกร่งกลับคว้าจับข้อพระกรของนางไว้เบื้องหน้าด้วยแรงที่ไม่อาจขัดขืน ไม่แน่นหนาจนเจ็บปวด แต่หนักแน่นดั่งคีมเหล็กที่หล่อหลอมด้วยอำนาจ "เจ้าไม่ใช่แขก... จิ่นเซ่อ" หลี่เฟยโน้มพระพักตร์ลงมาต่ำ จนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นเหล้าหมักและชาชั้นดีปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "เจ้าคือคนสนิท... ผู้ซึ่งเปิ่นหวางทรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง ให้มีหน้าที่ถวายงานรับใช้และ... อยู่เคียงข้างพระเนตรพระกรรณในทุกย่างก้าวของการเมืองเรือนหลังนี้" คำว่า 'คนสนิท' ถูกเน้นเสียงหนักหน่วง ชวนให้นึกถึงความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง ตำแหน่งนี้ในสายตาคนนอกคือความโปรดปรานที่หาเปรียบมิได้ ทว่าสำหรับนาง ผู้ซึ่งเคยสังหารเป้าหมายท่ามกลางค่ายกลนับพันโดยไม่เคยทิ้งร่องรอย การถูกจองจำไว้ในฐานะ 'สตรีข้างกายฉินอ๋อง' กลับเป็นการตัดปีกหักหางที่เจ็บแสบที่สุด "หม่อมฉันเป็นเพียงมือสังหารรับจ้าง หาใช่สตรีในวังหลังของพระองค์ไม่เพคะ" จิ่นเซ่อแค่นสวนเสียงเบาในลำคอ ดวงตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยความทระงงตน "การใช้เล่ห์กลกักขังข้าไว้ที่นี่ พระองค์หวังสิ่งใดกันแน่... ต้องการใช้ข้าเป็นเครื่องมือต่อรองกับสำนักเงาโลหิต หรือเพียงต้องการเก็บของเล่นชิ้นใหม่ไว้แก้เบื่อในยามว่างจากราชการแผ่นดินกันแน่คะ" หลี่เฟยไม่ทรงกริ้ว ทรงเพียงแต่ทอดพระเนตรนางด้วยสายตาที่ลุ่มลึกยากหยั่งถึง พระหัตถ์อีกข้างเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดตัดกับความหนาวเหน็บในใจของนางอย่างสิ้นเชิง "เจ้าประเมินเปิ่นหวางต่ำไป หรือประเมินคุณค่าของตนเองต่ำไปกันแน่ จิ่นเซ่อ" หลี่เฟยตรัสด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งขึ้น ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนบรรยากาศรอบกายแทบหยุดนิ่ง "สำนักเงาโลหิตถูกกวาดล้างไปครึ่งหนึ่งแล้วด้วยแผนการของเปิ่นหวาง และคนที่ส่งรายชื่อลับของพวกมันให้ข้า... ก็คือเจ้ามิใช่หรือ เหตุใดจึงยังทำเป็นไขสือ ปั้นหน้าเย็นชาใส่เปิ่นหวางอยู่เล่า" หัวใจของจิ่นเซ่อกระตุกวูบ ชั่วพริบตานั้นความเยือกเย็นที่ฝึกฝนมาแรมปีเกือบจะพังทลาย ข้อมูลลับชุดนั้นนางซ่อนไว้ในจุดที่แนบเนียนที่สุด พระองค์ทรงล่วงรู้ได้อย่างไรว่านางเป็นหนอนบ่อนไส้ที่จงใจส่งเบาะแสให้เขาตั้งแต่แรก? "พระองค์ทรงระแคะระคาย... หรือทรงรู้มานานแล้ว" นางถามเสียงพร่า "เปิ่นหวางรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้า... นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เข็มเงินเล่มนั้นพุ่งเฉียดพระoreของเปิ่นหวางเมื่อสามปีก่อน" หลี่เฟยแย้มพระโอษฐ์ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แววเนตรฉายประกายความเร่าร้อนดั่งเปลวไฟที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ชั้นน้ำแข็งหนา "คนเช่นเจ้า ไม่สมควรตายในเงามืดอย่างไร้ค่า... และเปิ่นหวางก็ไม่ยอมให้เจ้าเป็นอิสระไปสังหารใครอื่นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลใดก็ตาม" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบมีประกายไฟแลบแปลบปลาบ ความใกล้ชิดนี้ไม่ใช่ความเสน่หา หากแต่เป็นการประลองกำลังระหว่างนักล่ากับเหยื่อที่สลับบทบาทกันไปมาอย่างแนบเนียน จิ่นเซ่อเม้มริมฝีปากแน่น สมองหมุนวนประเมินหมากทุกตัวบนกระดาน นางพลาด... พลาดตั้งแต่ก้าวเข้ามาพัวพันกับบุรุษผู้นี้อย่างลึกซึ้งเกินกว่าจะถอนตัว ในจังหวะที่นางกำลังจะเอבวาจาตอบโต้เพื่อหาทางหลบหนี ขันทีเฒ่าผู้ดูแลตำหนักก็ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีลนลาน คุกเข่าลงหน้าม่านมุกโดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง "ทูลฉินอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ทางฝ่ายพระพันปีหลวงมีรับสั่งด่วนให้เชิญตัว 'คุณถังจิ่นเซ่อ' ในฐานะนางสนองพระโอษฐ์คนสนิท ไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักบูรพาในยามนี้พ่ะย่ะค่ะ!" หลี่เฟยชะงัก รอยแย้มพระโอษฐ์อันเยือกเย็นเลือนหายไปในพริบตา แววเนตรคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันทarอานอำนาจ ทรงหันกลับมาทอดพระเนตรจิ่นเซ่อที่ดวงตาสว่างวาบขึ้นด้วยประกายแห่งความท้าทายครั้งใหม่ ดอกโบตั๋นพันปี
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%