บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ•ตอนที่ 3

หมากกระดานแรก

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายจางๆ ของ *‘อู๋ว์เซียง’* หรือผงพิษไร้ลักษณ์ ลอยอวลปะปนกับควันธูปไม้กฤษณาในตำหนักอุดรอย่างแนบเนียน หากมิใช่เพราะปลายจมูกของถังจิ่นเซ่อเคยผ่านการสัมผัสกับศพและโอสถพิษมานับร้อยนับพัน นางย่อมไม่มีวันสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ได้เลย ถาดไม้ลงรักปิดทองในมือของสาวใช้หน้าใหม่—ผู้มีนามว่า ‘อิงเอ๋อร์’ และเพิ่งถูกส่งตัวเข้ามาจากกองงานห้องเครื่องเมื่อสามวันก่อน—สั่นเทาน้อยๆ จนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่กระทบกันเบาๆ เกิดเสียงกังวานดั่งระฆังเตือนภัยในโสตประสาทของอดีตมือสังหาร “ถวายชา… เพคะ คุณหนูถัง” เสียงของนางสั่นพร่า ดวงตาคู่เรียวรีหลุบต่ำ ไม่กล้าสบตากับสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะเขียนหนังสือไม้จันทน์แดง ถังจิ่นเซ่อยังคงจรดพู่กันขนกระต่ายลงบนกระดาษซวนจื่ออย่างใจ3เย็น น้ำหมึกสีดำสนิทลากเส้นสายตัวอักษรจีนที่เขียนด้วย ‘สไตล์แบบจงหลิว’ อย่างประณีตบรรจง ราวกับโลกภายนอกและถาดชาพิษในระยะเอื้อมมือมิได้มีความหมายอันใดต่อจิตใจอันสงบนิ่งดั่งบึงน้ำลึกของนางเลยแม้แต่น้อย นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ปล่อยให้ความเงียบงันภายในห้องโถงค่อยๆ กัดเซาะความอดทนของสาวใช้ตัวสั่นเทาผู้นั้นทีละน้อย… ทีละน้อย จนกระทั่งเหงื่อกาฬเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผมของอิงเอ๋อร์ “เจ้าเข้ามาทำงานในตำหนักนี้ได้กี่วันแล้วนะ อิงเอ๋อร์” เสียงหวานทุ้มกังวานเอ่ยถามขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเกลียดหรือหวาดระแวง ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะทำให้เข่าของสาวใช้ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมขนสัตว์ทันที “ท… ทาสรับใช้… เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ได้สามวันเจ้าค่ะ!” “สามวัน…” ถังจิ่นเซ่อวางพู่กันลงบนแท่นหินฝนหมึกอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ นางเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาสงบนิ่งคู่นั้นล้ำลึกดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึง ทว่ากลับสะท้อนภาพของอิงเอ๋อร์ที่กำลังสั่นเทาราวกับลูกนกตกในพายุฝน “สามวัน… แต่ฝีมือการชงชาของเจ้า กลับประณีตบรรจงถึงขั้นเลือกใช้ ‘ใบชาหลงจิ่งป่า’ ผสมเข้ากับเกสรของ ‘ดอกอวี้หลาน’ เพื่อกลบกลิ่นฉุนของโอสถพิษ… ช่างเป็นฝีมือที่หาได้ยากยิ่งในหมู่สาวใช้ชั้นต่ำเสียจริง” ใบหน้าของอิงเอ๋อร์ซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก นางอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ “คุณหนู… บ่าว… บ่าวไม่ทราบ…” “เจ้าไม่ทราบว่าในชามีพิษ หรือไม่ทราบว่าข้ารู้ทันกันแน่?” รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากของถังจิ่นเซ่อ รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานหยาดน้ำค้างบนกลีบโบตั๋น แต่กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขกระดูก นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายอาภรณ์ผ้าไหมปักลายเมฆสีขาวพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน กลิ่นกายหอมเย็นของดอกเหมันต์โชยปะทะนาสิกของอิงเอ๋อร์ ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยปราศจากการอนุญาต ลลมหนาวนอกฤดูพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงสำริดไหววูบ ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมหาราชสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่นและมั่นคง กลิ่นอายกดดันอันทรงอำนาจแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งห้องทันทีที่เขาปรากฏกาย—ฉินอ๋องหลี่เฟย! ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีกวาดมองภาพเบื้องหน้าชั่วพริบตา ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ถ้วยชาในถาดของอิงเอ๋อร์ รัศมีความเยือกเย็นและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดิน ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงสู่ความหนาบีบคั้นในทันใด “ดูท่า…” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของหลี่เฟยดังขึ้น ทำลายความเงียบงันลง “สุนัขรับใช้ของพระสนมเอกผู้นั้น จะอดใจรอให้ถึงรุ่งสางไม่ไหวเสียแล้วกระมัง” ถังจิ่นเซ่อหันไปมองบุรุษผู้มาใหม่ แววตาที่เคยเยือกเย็นและแข็งกระด้างยามเผชิญหน้ากับศัตรู กลับอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นคมที่เต็มไปด้วยความห่วงใยซ่อนเร้นภายใต้หน้ากากความดิบเถื่อน “หม่อมฉันยังไม่ทันได้ดื่มชาต้อนรับที่พระสนมเอกกรุณาประทานมาให้ ท่านอ๋องก็เสด็จมาเสียก่อน…” ถังจิ่นเซ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ทว่าแววตากลับคมกริบ “เกรงว่าหากหม่อมฉันช้าไปก้าวเดียว ชานี้คงเย็นชืดเสียจนเสียรสชาติหมด” หลี่เฟยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือของอิงเอ๋อร์ที่กำลังถือถาดสั่นเทาไว้ ก่อนจะบีบแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบาๆ สาวใช้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจนถาดชาในมือร่วงหล่นลงกับพื้น กระเบื้องเคลือบแตกกระจาย น้ำชาสีเขียวเข้มไหลนองไปตามรอยต่อของแผ่นไม้ ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนแต่น่าสะพรึงกลัวตลบอบอวล “ในเมื่อเจ้ารักษาของที่นายหญิงของเจ้ามอบให้อย่างดีนัก…” หลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี ดวงตาดำสนิทจ้องมองอิงเอ๋อร์ราวกับราชสีห์กำลังมองเหยื่อ “เช่นนั้น เจ้าก็จمنيดื่มมันให้หมดทุกหยดเดี๋ยวนี้!” “อ๊าย! ท่านอ๋องโปรดเว้นชีวิตด้วย! บ่าว… บ่าวถูกบังคับ!” อิงเอ๋อร์ร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนสุดชีวิต ทว่ากลับไม่สามารถสลัดหลุดจากพันธนาการราวกับคีมเหล็กของฉินอ๋องได้เลย ถังจิ่นเซ่อมองภาพนั้นด้วยความสงบนิ่ง นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่การลอบสังหารในเรือนหลังธรรมดา แต่เป็นหมากตาแรกที่ฝ่ายตรงข้ามเริ่มเดินบนกระดานอำนาจอันเชือดเฉือนนี้ เพื่อหยั่งเชิงดูท่าทีของนางและหลี่เฟย ทว่า ในขณะที่หลี่เฟยกำลังจะออกคำสั่งให้องครักษ์เงาจัดการลากตัวอิงเอ๋อร์ออกไปรับโทษทัณฑ์ขั้นเด็ดขาด สายตาของถังจิ่นเซ่อกลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ชายเสื้อผ้าโปร่งบางของสาวใช้ผู้นั้น—ตราสัญลักษณ์รูป ‘ดอกเบญจมาศหนาม’ ที่ปักด้วยด้ายสีทองคำบริสุทธิ์ซ่อนอยู่บริเวณชายแขนเสื้อด้านใน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของตำหนักบูรพา… ตำหนักของรัชทายาท! ดวงตาของถังจิ่นเซ่อเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนตระหนักรู้ *ไม่ใช่ฝีมือของพระสนมเอก… แต่เป็นฝีมือขององค์รัชทายาทต่างหากที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง!* ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยปากเตือนหลี่เฟย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบสายก็ดังขึ้นกึกก้องจากภาระตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องของขันทีประจำพระองค์ที่แหลมสูงจนบาดแก้วหู “พระราชโองการจากฮ่องเต้! สั่งให้ฉินอ๋องและคุณหนูถัง เข้าเฝ้าท้องพระโรงด่วนในราตรีนี้อย่างไร้ข้อแม้!”
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%