กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณนับหมื่นเล่มภายในหอสมุดหลวง ยามนี้กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ลอยละล่องมาตามสายลมจากระเบียงชั้นนอก
"เจ้ากล้ากล่าวหาข้าด้วยเรื่องเหลวไหลเช่นนี้เชียวหรือใต้صل"
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยกระแสลมพายุที่พร้อมจะพลิกคว่ำแผ่นดินได้ทุกเมื่อ ถังจิ่นเซ่อในชุดนางกำนالชั้นต่ำก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนประกายตาวับวาวดั่งคมเข็มเงินภายใต้แพขนตางอนหนา นางมิได้สะท้านสะเทือนต่อราชโองการด่วนที่ถูกประกาศกร้าวกลางห้องพระบรรทมเมื่อครู่แม้แต่น้อย เบื้องหลังแผ่นหลังที่เหยียดตรงอย่างสง่างามนั้น คือแผนการที่นางร้อยเรียงขึ้นอย่างประณีตดั่งงานปັກลายผ้าแพรโบราณ
ทว่า สิ่งที่นางไม่ได้คาดคิด—หรืออาจจะคาดคิดไว้แล้วแต่จงใจมองข้าม—คือการปรากฏตัวของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งกองทัพพยัคฆ์บูรพา
ฉินอ๋องหลี่เฟยเสด็จเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับภูตพรายที่ก้าวเดินผ่านเงาจันทร์ อาภรณ์สีนิลปักดิ้นทองลายกิเลนสะท้อนกับแสงคบเพลิงวับแวม พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีทอดพระเนตรตรงมายังร่างระหงที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านกดทับจนข้าราชบริพารรอบกายต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
ไม่มีใครกล้าสบพระพักตร์... ยกเว้นนาง
ถังจิ่นเซ่อเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปล่อยให้สายตาประสานเข้ากับดวงเนตรที่ลึกล้ำดั่งเหวไร้ก้นบึงคู่นั้น หัวใจในอกกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่าพวกเขารู้จักกันมานานนับชาติภพ ทว่าเบื้องหน้ากลับเป็นหมากคนละกระดาน และสัญชาตญาณของนักฆ่าบอกนางว่า... บุรุษผู้นี้อันตรายยิ่งกว่าพิษหมื่นปีไร้เงาเสียอีก
"เงยหน้าขึ้นให้ชัดเจน... สตรีผู้บังอาจนำพาความตายมาสู่ห้องพระบรรทม"
สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อนเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัด หลี่เฟยสาวพระบาทเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันเยือกเย็นและทรงพลังโชยปะทะนาสิก ถังจิ่นเซ่อสูดลมหายใจเข้าลึก3 เพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วเรียวใต้แขนเสื้อซ่อนเข็มเงินอาบยาพิษไว้พร้อมปลิดชีพได้ทุกเมื่อ หากอีกฝ่ายมีท่าทีคุกคามเกินกว่าจะควบคุม
"หม่อมฉันเป็นเพียงนางกำนالผู้ดูแลตำรา สมุนไพรพิษอันใด หม่อมฉันมิอาจทราบได้เพคะท่านอ๋อง" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง ไม่สั่นเครือแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
หลี่เฟยหยุดยืนเบื้องหน้านาง ระยะห่างเพียงแค่คืบจนได้ยินเสียงลมหายใจ พระองค์โน้มพระ Vเกศลงมาเล็กน้อย พระdเนตรหรี่แคบลงราวกับกำลังพิจารณาชิ้นงานศิลปะชิ้นเอกที่เต็มไปด้วยรอยร้าว
"เจ้ากล้าสบตาเรา... และเจ้ายังกล้าซ่อนเข็มเงินไว้ที่ข้อมือซ้าย" หลี่เฟยกระซิบแผ่วเบaริมพระoงค์ ชิดใบหูของนางจนเส้นผมสีดำสนิทไหวระต้นคอ "กล้าหาญยิ่งนัก... ถังจิ่นเซ่อ หรือว่าข้าควรเรียกว่า 'เข็มเงินมรณะ' ดีเล่า?"
ชื่อนั้นหลุดออกมาจากพระโอษฐ์ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราとสายน้ำเชี่ยวกราก ทว่ากลับทำให้เลือดในกายของนักฆ่าสาวเย็นเยียบลงชั่วขณะ นางชะงักไปเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ตัวตนในเงามืดถูกเปิดโปงต่อหน้าบุรุษผู้กุมชะตากรรมแผ่นดินอย่างง่ายดายเช่นนี้
บรรยากาศรอบกายพลันตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด ข้าราชบริพารและขันทีต่างก้มหน้าหมอบราบกับพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ขณะที่คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันราวกับเสือสองตัวที่ต่างจ้องจะขย้ำกันในคราเดียว
หลี่เฟยยกมุมพระโอษฐ์ขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก พระองค์มิได้สั่งให้ทหารเข้ามาจับกุมนางทันทีอย่างที่ควรจะเป็น กลับกัน พระหัตถ์หนายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนข้อมือซ้ายของนางที่ซ่อนอาวุธไว้ แผ่วเบาราวกับการหยอกเย้า ทว่าหนักแน่นจนนางไม่สามารถขยับหนีได้
"เกมเริ่มต้นขึ้นแล้ว... พระชายาของข้า"
ยังไม่ทันที่ถังจิ่นเซ่อจะได้ทันประมวลคำว่า 'พระชายา' ที่หลุดออกมาจากพระโอษฐ์นั้น ขันทีเฒ่าคนสนิทก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับถาดไม้สลักลายหงส์ บนนั้นมีจอกชาหยกขาวลอยกรุ่นไอความร้อนระอุ พร้อมกับราชโองการลับฉบับที่สามที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากตำหนักใน
"ทูลท่านอ๋อง! พระสนมเอกส่ง... ส่งถาดชาพิษนี้มาประทานให้คุณถังจิ่นเซโรก่อนสิ้นสุดราตรีนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
ดอกโบตั๋นพันปีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางสายอำนวยและรักอันลุ่มลึกนี้นะคะ
บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ•ตอนที่ 2
หน้ากากน้ำแข็ง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!