ปลายกระบี่เย็นเฉียบจ่อเข้าที่ลำคอระหงของถังจิ่นเซ่อในจังหวะเดียวกับที่สายฟ้าฟาดลงมากลางนภาจนท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงสว่างวาบราวกับจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
“เจ้าประเมินตัวข้าต่ำไป หรือประเมินความแค้นของพวกมันสูงเกินไปกันแน่ จิ่นเซ่อ?”
เสียงทุ้มต่ำของฉินอ๋องหลี่เฟยดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของพายุฝน เขากดปลายกระบี่ลงเพียงเล็กน้อยจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นเส้นบางผ่านรอยแผลที่ลำคอ นางไม่แม้แต่จะกะพริบตา นัยน์ตาดุจหินออบซิเดียนของนางจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ราวกับหลุมดำไร้ก้นบึ้งของบุรุษตรงหน้า
“หม่อมฉันไม่ได้ประเมินสิ่งใดผิด ท่านอ๋อง...” นางแค่นยิ้ม มุมปากที่เปื้อนคราบเลือดดูเย้ายวนอย่างน่าประหลาด “เพียงแต่ลืมไปว่าในยามที่เสือโหยกำลังจะลงมือ มันมักจะเขี้ยวเล็บยาวที่สุดเสมอ”
ฉินอ๋องกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะตวัดกระบี่ตัดเชือกที่มัดมือมัดเท้าสี่องครักษ์เงาที่แอบซุ่มอยู่ในเงามืดเบื้องหลังนางจนขาดสะบั้น ในชั่วพริบตาที่สายฝนเทกระหน่ำลงมาดังพายุคลั่ง ฝีเท้าของเหล่านักฆ่าในชุดดำสนิทนับสิบชีวิตก็พุ่งทะยานออกมาจากยอดไม้ราวกับฝูงอีกาที่หิวกระหาย
การต่อสู้ในคืนพายุไม่ได้อาศัยเพียงทักษะ แต่มันคือการเต้นรำกับความตายบนผืนดินที่ลื่นไถล ถังจิ่นเซ่อพลิกกายหลบคมดาบที่พุ่งมาทางทิศบูรพา นางคว้าเข็มเงินจากสาบเสื้อ ซัดออกไปสามเล่มด้วยท่วงท่าที่งดงามราวกับร่ายรำ เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเมื่อจุดตายของนักฆ่ากลุ่มนั้นถูกปิดผนึกทันที
“ไปทางนั้น!” หลี่เฟยตะโกนก้อง มือหนาคว้าข้อมือนางไว้แน่นก่อนจะฉุดให้วิ่งฝ่าม่านฝนเข้าไปในหุบเขาที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตก การเคลื่อนไหวของเขามั่นคงหนักแน่นแม้ในสถานการณ์ที่บีบคั้น
ภายในถ้ำหินอับชื้น เสียงหยดน้ำกระทบโขดหินดังก้องกังวาน แสงไฟจากคบเพลิงที่หลี่เฟยจุดขึ้นด้วยวิชาลมปราณสลัวไหวสะท้อนกับผนังหินที่เต็มไปด้วยคราบตะไคร่ ทั้งสองหอบหายใจถี่กระชั้น กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นดินหลังฝนตกอบอวลไปทั่วพื้นที่แคบๆ
หลี่เฟยทรุดตัวลงพิงผนังถ้ำ ลมหายใจของเขาติดขัดเล็กน้อยจากการรับมือกับนักฆ่าเมื่อครู่ ถังจิ่นเซ่อขยับเข้าไปใกล้ มือเรียวบางเอื้อมไปสำรวจบาดแผลที่หัวไหล่ของเขา แต่นางกลับถูกเขารวบข้อมือไว้
“เจ้ามาที่นี่เพื่อเป็นหมอ... หรือเป็นหมากตัวสำคัญที่ข้าต้องเดินกันแน่ ถังจิ่นเซ่อ?” น้ำเสียงของเขามีร่องรอยของความสงสัยที่ปนเปไปกับความลุ่มหลงที่เขาพยายามปิดบัง
“ในยามนี้ หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่ร่วมชะตากรรมกับท่านอ๋อง” นางตอบกลับนิ่งเรียบ พลางดึงมือกลับแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดซับเลือดที่ไหลรินบนหัวไหล่เขา “หากท่านอ๋องสิ้นชีพในคืนนี้ แผนการกวาดล้างขั้วอำนาจเก่าที่วางหมากมานานปีก็คงพินาศไปพร้อมกับลมพายุ หม่อมฉันไม่มีทางยอมให้หมากที่วางไว้พังทลายเพียงเพราะความประมาทของท่านหรอกนะคะ”
หลี่เฟยมองดูใบหน้าเนียนละเอียดที่ห่างจากเขาเพียงคืบ แววตาของนางไม่มีความเกรงกลัว มีเพียงความมุ่งมั่นที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ความใกล้ชิดในที่แคบที่บีบให้หัวใจเต้นจังหวะแปลกๆ ทำให้บรรยากาศในถ้ำดูจะร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“เจ้าเคยรักใครบ้างไหม...” เขาถามขึ้นท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุมเมื่อพายุภายนอกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น “หรือหัวใจของนักฆ่าอย่างเจ้า ถูกหล่อหลอมด้วยบัญญัติกรงหยกจนไม่มีพื้นที่ให้ความรู้สึกอื่นแล้ว?”
ถังจิ่นเซ่อชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่ทำแผลให้เขาสั่นไหวเพียงเล็กน้อย “ความรักคือพันธนาการที่น่ารังเกียจที่สุดในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ ท่านอ๋องเองก็น่าจะทรงทราบดี... เพราะถ้าท่านมีหัวใจ ท่านคงไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงส่งท่ามกลางซากศพของศัตรูได้โดยไม่สะทกสะท้านเช่นนี้หรอกค่ะ”
ฉินอ๋องหัวเราะแผ่วเบา เสียงหัวเราะก้องอยู่ในโพรงถ้ำอันมืดมิด เขายื่นมือไปเชยคางนางขึ้น แสงไฟวูบวาบเผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาดุดันและแฝงไปด้วยเล่ห์กล “งั้นเราก็เป็นคนประเภทเดียวกัน... ที่โหยหาในสิ่งที่จะทำลายเราได้”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกและเสียงโห่ร้องที่ดังก้องมาจากปากถ้ำทำให้ทั้งสองหยุดชะงัก หลี่เฟยลุกขึ้นยืนในทันที ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวออกไปดูสถานการณ์ ถังจิ่นเซ่อกลับคว้าแขนเสื้อเขาไว้ สายตาของนางจ้องมองไปที่รอยแยกของผนังถ้ำด้านใน ซึ่งมีประกายแสงสีเงินวาบผ่านออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างผิดธรรมชาติ
“ท่านอ๋อง... หยุดก่อน” นางกระซิบเสียงต่ำ “ท่านไม่ได้มาที่นี่คนเดียว และข่าวกรองที่ท่านได้รับมาก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด”
นางหยิบแผ่นกระดาษม้วนเล็กที่ซ่อนไว้ในมวยผมออกมาส่งให้เขา มือของนางสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามปิดซ่อน “นี่คือรายชื่อสายลับที่แทรกซึมอยู่ในกองทัพของท่าน... และคนที่นำกระดาษแผ่นนี้ไปวางไว้ให้หม่อมฉันที่ห้องพักเมื่อตอนหัวค่ำ... คือคนของ 'เสด็จแม่' ที่ท่านเชื่อใจที่สุด”
ฉินอ๋องคลี่กระดาษออกเพียงเสี้ยวนาที ใบหน้าคมเข้มของเขาก็ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินจะหยั่งถึง
“เจ้าแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่แผนของเจ้า... ที่จะผลักให้ข้าหันคมกระบี่เข้าหาคนในครอบครัวตัวเอง?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในหมากกระดานอันตรายนี้ไปพร้อมกับจิ่นเซ่อนะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยในบทถัดไปค่ะ
บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ•ตอนที่ 5
คืนพายุโหม
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!