กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มสามสิบปีลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ปลายประสาทสัมผัสของถังจิ่นเซ่อได้เลย นางนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์สลักลายหงส์กางปีก แผ่นหลังเหยียดตรงดั่งคันธนูที่ขึ้นสายเตรียมพร้อม ความเย็นเยียบจากคมเข็มเงินที่ซุกซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อยังไม่น่ากลัวเท่าสายตาของบุรุษเบื้องหน้าที่ทอดมองมา ดั่งเหยี่ยวราตรีที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรงขัง
"เจ้าเลือกทางเดินที่แคบยิ่งนัก แม่นางถัง"
ฉินอ๋องหลี่เฟยตรัสด้วยน้ำสุ้มเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงอำนาจจนบรรยากาศภายในห้องหนังสือลับกดทึบลงถนัดตา พระองค์ประทับอยู่หลังโต๊ะทรงอักษร ฉลองพระองค์สีดำปักดิ้นทองลายมังกรห้ากรงเล็บกลมกลืนไปกับความมืดสลัวของยามราตรี มีเพียงแสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดที่วับแวมกระทบโครงพระพักตร์คมคายดั่งสลักจากหยกเนื้อดี
ถังจิ่นเซ่อแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามแต่เย็นชาราวกับดอกเหมยท่ามกลางเหมันต์
"ทางแคบย่อมดีกว่าทางกว้างที่ทอดไปสู่ลานประหารเพชฌฆาต ท่านอ๋อง... หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีในเงามืด ไฉนเลยจะอาจหาญไปแย่งชิงเส้นทางกับผู้สูงศักดิ์เช่นพระองค์เล่าเพคะ"
หลี่เฟยมิได้กริ้ว ทรงแย้มพระสรุปบางเบา ทว่าแววตากลับลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึง พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์เรียวยาวหยิบถ้วยชาขึ้นมาหมุนเล่นช้าๆ
"ในเงามืดหรือ... เจ้าคิดว่าตระกูลถังของเจ้า หรือแม้แต่สำนักเงาโลหิตที่ชุบเลี้ยงเจ้ามา จะยังเหลือที่ยืนให้ 'เข็มเงินมรณะ' ผู้ทำงานพลาดเป็นครั้งแรกเช่นเจ้าอีกหรือ"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด ถังจิ่นเซ่อชะงักไปชั่วลมหายใจ นางเก็บอาการสะท้านไหวไว้ใต้ท่าทีสงบนิ่งอย่างแนบเนียน สำนักเงาโลหิตไม่เคยเก็บผู้ที่ล้มเหลว ยิ่งนางกุมความลับเรื่องแผนการกวาดล้างขั้วอำนาจเก่าขององค์ชายสามด้วยแล้ว ชีวิตของนางย่อมถูกตีราคาเป็นศูนย์ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ตำหนักฉินอ๋องแห่งนี้
"ท่านอ๋องทรงทราบดีว่าหม่อมฉันไม่มีทางเลือก" นางเงยหน้าสบพระพักตร์อย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาสุกสกาวดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืดฉายแววท้าทาย "แต่การไม่มีทางเลือก ก็ไม่ได้หมายความว่าหม่อมฉันจะยอมจำนนให้ใครมาเชิดเล่นเป็นหมากไร้ค่า"
"เช่นนั้น... เรามาเจรจากันอย่างสัตย์ซื่อดีกว่า" หลี่เฟยทรงวางถ้วยชาลง เสียงกระทบเบาๆ ก้องกังวานในความเงียบ พระองค์โน้มพระวรกายไปข้างหน้าเล็กน้อย กดดันให้บรรยากาศรอบตัวบีบรัดเข้ามา "เปลี่ยนฝั่งเสีย... มาเป็นดาบให้เรา ถอนพิษจากเงาโลหิต แล้วใช้ฝีมือของเจ้ากวาดล้างพวกกบฏให้สิ้นซาก"
ถังจิ่นเซ่อหรี่ตาลง ประเมินข้อเสนอด้วยสมองที่ทำงานอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ การแปรพักตร์หมายถึงการทรยศต่อสำนักที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เยาว์วัย แต่มันก็แลกมาด้วยลมหายใจและโอกาสในการชำระหนี้เลือดที่ฝังใจมาเนิ่นนาน
"แล้วหม่อมฉันจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน?" เสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล
"อิสรภาพ... และชีวิตของน้องชายเจ้าที่ถูกขังไว้ในคุกใต้ดินของสำนักเงาโลหิต"
ดวงตาของถังจิ่นเซตร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างควบคุมไม่อยู่ น체ตาราวกับถูกกระชากด้วยตะขอเหล็ก เรื่องน้องชาย... เป็นจุดอ่อนเดียวที่นางซ่อนไว้ลึกที่สุด ไฉนเลยฉินอ๋องผู้นี้จึงล่วงรู้ได้?! หรือทุกย่างก้าวของนางถูกชักใยอยู่ภายใต้ฝ่ามือของบุรุษผู้นี้มาโดยตลอด?
หัวใจของนักฆ่าสาวเต้นระรัวในอก ทว่าภายนอกยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อย่างแนบเนียน นางเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ท่านทรงแน่ใจได้อย่างไรว่าหม่อมฉันจะซื่อสัตย์ต่อคนตระกูลหลี่?"
หลี่เฟยทรงแย้มพระสรุปกว้างขึ้น รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของผู้กุมชัยชนะ
"เพราะเจ้าไม่มีทางเลือกอื่น และเพราะเรา... ไม่เคยเล่นเกมที่ตัวเองต้องเป็นฝ่ายแพ้"
พระองค์ทรงหยิบป้ายคำสั่งหยกขาวสลักลายพยัคฆ์หมอบ วางลงบนโต๊ะกลางระหว่างคนทั้งสอง ป้ายหยกนั้นสะท้อนแสงตะเกียงวับวาม มันคือตั๋วสัญญาใช้ชีวิต และเป็นโซ่ตรวนทองคำที่จะผูกมัดนางไว้กับวังวนแห่งอำนาจนี้ไปชั่วชีวิต
ถังจิ่นเซ่อยื่นมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะสัมผัสความเย็นเยียบของเนื้อหยก ความลังเลสุดท้ายถูกบดขยี้ด้วยความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ นางไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของนางกำลังจะกอบกุมป้ายหยกนั้นไว้ เสียงฝีรบกวนความเงียบก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูตำหนัก เสียงฝีเท้าเร่งรีบอันผิดวิสัยของขันทีคนสนิท พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกที่แผ่วเบาแต่ชัดเจน
"ทูล... ทูลรายงานท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่เฟยขมวดพระพักตร์เล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ พระองค์ส่งสัญญาณมือให้ขันทีเข้ามา ถังจิ่นเซ่อชักมือกลับอย่างรวดเร็ว พลางเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้านั้นที่ทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าประตูลานด้านนอก
ขันทีผู้ภักดีหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ราวกับเพิ่งไปพบเจอภูตผีมาหมาดๆ
"แม่ทัพ... แม่ทัพหลิน นำกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรบุกเข้ามาถึงหน้าประตูตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะ! เขาอ้าง... อ้างพระราชโองการลับจากฮ่องเต้ ให้มาจับกุมตัว... จับกุมตัวพระองค์ในข้อหากบฏ!"
สิ้นคำนั้น บรรยากาศในห้องหนังสือลับก็เย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด หลี่เฟยมิได้ตกพระทัยแม้แต่น้อย ทว่าแววตากลับทอประกายสังหารที่ดุร้ายดั่งพยัคฆ์ร้ายตื่นจากจำศีล ส่วนถังจิ่นเซ่อกลับหันขวับมามองพระพักตร์ของฉินอ๋องทันที
นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ... แต่นี่คือกับดักซ้อนกับดักที่แท้จริง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในหมากกระดานอันตรายนี้ไปพร้อมกับจิ่นเซ่อนะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยในบทถัดไปค่ะ
บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ•ตอนที่ 7
ข้อเสนอแลกชีวิต
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญญัติกรงหยก สยบยอดฝีมือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!