“คุณกำลังเล่นเกมที่คนคุมกฎไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินความยุติธรรม แต่มีไว้เพื่อพิพากษาว่าใครควรจะหายไปจากกระดานก่อนกัน ลูเซีย”
ผมวางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้ม เสียงกระทบกันเบาๆ ของแก้วคริสตัลดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าจอโฮโลแกรมที่ฉายแผนที่ดันเจี้ยนระดับนานาชาติในเขตพื้นที่รอยต่อระหว่างพรมแดน
ลูเซียในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ยืนกอดอกพิงกำแพง ดวงตาคู่สวยของเธอยังคงจับจ้องที่ผมไม่วางตา เธอยิ้มที่มุมปากอย่างที่ผมเกลียด—ยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ
“โลกนี้ไม่ได้มีที่ว่างให้กับความเมตตาหรอกครับเซโร่ คุณรู้อยู่แก่ใจ” เธอเว้นจังหวะ “ข้อเสนอของสภาฮันเตอร์โลกชัดเจนมาก หากกิลด์ Zero-Sum ของคุณชนะในการแข่งขันดันเจี้ยนข้ามชาติครั้งนี้ คุณจะได้ครองสิทธิ์เหนือแหล่งทรัพยากรมานาในทวีปฝั่งตะวันออก แต่ถ้าแพ้... หรือต่อให้ชนะแต่ต้องแลกด้วยชีวิตของ ‘คนสำคัญ’ ที่คุณอุตส่าห์เก็บซ่อนไว้ในฐานลับล่ะ? คุณยังจะเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ชนะอยู่อีกหรือเปล่า?”
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ผมลุกขึ้นยืน ช้าๆ ก้าวเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ฮันเตอร์จากทั่วโลกต่างเตรียมตัวสำหรับทัวร์นาเมนต์ที่เปรียบเสมือนสนามรบขนาดย่อม การแข่งขันดันเจี้ยนข้ามชาติไม่ใช่แค่เรื่องของเกียรติยศ แต่มันคือการห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่
“ลูเซีย” ผมเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “พวกมันคิดว่าฉันจะเลือกชีวิตของคนคนเดียว เพื่อรักษาตำแหน่งกิลด์อันดับหนึ่งไว้ใช่ไหม?”
“นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ปกติเขาทำกันครับ การตัดสินใจแบบไร้หัวใจคือทางรอดเดียวที่ฉลาดที่สุด”
ผมหันกลับไปจ้องตาเธอ นัยน์ตาของผมอาจจะดูนิ่งเฉย แต่ในหัวผมกำลังคำนวณความเป็นไปได้นับล้านทาง “ถ้าเป้าหมายของพวกมันคือการให้ฉันเลือก... ฉันก็จะแสดงให้พวกมันเห็นว่า บนกระดานหมากรุกที่ไม่มีกฎเกณฑ์นี้ ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายเลือก เพราะฉันจะเป็นคนทำลายกระดานทิ้งเสียเอง”
การแข่งขันเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า สถานที่คือดันเจี้ยน ‘รอยแยกมรณะ’ ที่เชื่อมต่อระหว่างสามประเทศ นี่ไม่ใช่แค่เกม แต่เป็นสงครามตัวแทนที่ผู้ชนะจะถูกจารึกชื่อ แต่ผู้แพ้จะถูกฝังอยู่ในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครจดจำ
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ปิดตายของดันเจี้ยน อากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไป มันเย็นเฉียบจนแทบจะแข็งตัว เสียงคำรามต่ำของมอนสเตอร์ระดับสูงดังก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า กิลด์ชั้นนำจากประเทศต่างๆ กระจายกำลังกันออกไป แสงจากทักษะเวทมนตร์วูบวาบราวกับพลุไฟ แต่ผมกลับยืนนิ่งท่ามกลางความโกลาหล
“นายท่านครับ... ฝั่งขวาตรวจพบกับดักมานา ความร้อนสูงผิดปกติ” เสียงของเลขาฯ ในหูฟังดังขึ้น
“ไม่ต้องสนใจ” ผมตอบสั้นๆ “นั่นเป็นเพียงกลลวงที่พวกมันวางไว้ให้กิลด์อื่นเข้าไปติดกับ”
ผมมองไปที่กลุ่มฮันเตอร์จากกิลด์พันธมิตรที่กำลังวิ่งเข้าหาความตายอย่างเริงร่า พวกเขาคิดว่าตัวเองกำลังพิชิตดันเจี้ยน แต่แท้จริงแล้วพวกเขากำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่ถูกเซตอัพไว้เพื่อเป็นเหยื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะออกคำสั่งให้ลูกน้องเคลื่อนพล จู่ๆ บรรยากาศโดยรอบก็บิดเบี้ยว รอยแยกมิติตรงหน้าฉีกขาดออกไม่ใช่ด้วยฝีมือมอนสเตอร์ แต่เป็นทักษะต้องห้ามที่ผมรู้จักดี... ทักษะที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับอดีตอาจารย์ของผม
ร่างของชายคนหนึ่งเดินออกมาจากรอยแยกนั้น สวมหน้ากากเหล็กสีเงินและชุดคลุมที่คุ้นตา เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนด้วยความเร็ว แต่ทุกก้าวที่เขาเดิน พื้นดินรอบข้างก็แตกร้าวราวกับแก้ว
“ไม่ได้เจอกันนานนะ เซโร่” เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ “ดูเหมือนว่าชื่อเสียง ‘จักรพรรดิไร้พ่าย’ จะทำให้เธอลืมไปแล้วนะว่า ใครเป็นคนสอนให้เธอรู้จักความพ่ายแพ้ที่แท้จริง”
ผมชะงักฝีเท้า มือขวาของผมกำดาบข้างเอวไว้แน่น หัวใจเต้นเป็นจังหวะที่เยือกเย็นและคำนวณทิศทางการโจมตีในเสี้ยววินาที คนคนนี้ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้แล้ว
“นึกว่าคุณตายไปในสงครามปีศาจเมื่อห้าปีก่อนเสียอีก” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แม้ภายในจะรับรู้ถึงวิกฤตที่ใหญ่หลวงกว่าการแข่งขันครั้งนี้ “หรือว่าการแข่งขันในครั้งนี้... ทั้งหมดเป็นเพียงละครฉากใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่อล่อให้ผมออกมาให้คุณฆ่า?”
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชี้ปลายดาบมาที่หน้าอกของผม
“ฉลาดดี... แต่เธอยังประเมินสถานการณ์พลาดไปก้าวหนึ่ง” เขาพูดพลางขยับนิ้วเพียงครั้งเดียว กำแพงมิติที่กักขังผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดก็พังทลายลง เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังหมอกควัน “คนสำคัญของเธอ... คนที่เธอกำลังพยายามปกป้องไว้น่ะ ตอนนี้เขากำลังถูกแขวนคออยู่บนยอดหอคอยทมิฬใจกลางดันเจี้ยน และเวลาที่เหลือน่ะ มีแค่ห้านาทีเท่านั้นนะเซโร่”
ภาพโฮโลแกรมฉายขึ้นบนอากาศ เห็นร่างของเด็กหนุ่มที่ผมให้ความสำคัญที่สุดกำลังดิ้นรนอยู่กลางอากาศเบื้องบน ในขณะที่ฐานลับของผมถูกเผาทำลายด้วยฝีมือของคนในกิลด์ที่ทรยศผมเอง
ผมแค่นยิ้มออกมา—ยิ้มที่ทำให้คนรอบข้างต้องหวาดกลัว
“ห้านาทีงั้นเหรอ?” ผมก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังมานาสีดำสนิทแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศบิดเบี้ยว “งั้นก็นานเกินพอที่จะจบชีวิตพวกแกทุกคน”
ตอนหน้า... การตัดสินใจที่ไร้ความปรานีที่สุดในชีวิตของจักรพรรดิไร้พ่ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายเลือดนี้ไปกับผมนะครับ
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย•ตอนที่ 27
การแข่งขันระดับนานาชาติ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!