"ห่างออกไปสามนาฬิกา อัตราการเคลื่อนที่เร็วขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ลูเซีย... จัดการพื้นที่สังหารเสียที"
เสียงของผมราบเรียบ ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของเหล่าอสูรระดับ B ในดันเจี้ยน 'มหาวิหารมรณะ' ที่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างข้างบน ผมไม่ได้หันไปมองคู่หูที่ยืนอยู่เบื้องหลัง แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่ตัวเลขแสดงค่าพลังงานมหาศาลที่พุ่งพล่านอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า
ลูเซียขยับแว่นสายตาด้วยท่าทีสุขุม รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ มือเรียวบางดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พลังเวทสายอาณาเขตก็แผ่ขยายออกไปเหมือนใยแมงมุมที่ไร้สีสัน "รับทราบค่ะ... เอ้ย รับทราบครับ ท่านหัวหน้า อัตราการบีบอัดพื้นที่เริ่มต้นแล้ว องศาการทำลายล้างที่ 45 องศา พร้อมใช้งาน"
ทันใดนั้น ผืนดินที่เคยเป็นทางเดินหินอ่อนก็พลิกตัวเหมือนฟันเฟืองของนาฬิกาขนาดยักษ์ อสูรระดับ B ที่ดูเหมือนกอริลลาหุ้มเกราะเหล็กกล้ากว่าสามสิบตัวชะงักกึก พวกมันกู่ร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อพื้นดินใต้เท้าหายไป กลายเป็นหลุมพรางลึกสุดหยั่งที่เต็มไปด้วยหนามเวทมนตร์แรงดันสูง
ผมก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้าหาใจกลางของสมรภูมิ ไม่ใช่เพราะความบ้าบิ่น แต่เพราะผมคำนวณไว้แล้วว่าช่องว่างระหว่างการโจมตีของบอสนั้นกินเวลา 2.4 วินาที ทุกก้าวที่เดินไป ผมใช้ไอเทมเสริมพลังที่สะสมมานานนับปีเพื่ออัดฉีดค่าสเตตัสให้สูงถึงขีดจำกัดสูงสุดเท่าที่ร่างกายมนุษย์จะรับไหว
"อย่าให้พวกมันตั้งตัวได้" ผมออกคำสั่ง เสียงของผมเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "เป้าหมายไม่ใช่การกำจัดให้สิ้นซาก แต่คือการบีบให้พวกมันเผย 'จุดกำเนิดมานา' ออกมา"
"คุณนี่มันใจร้ายจริงๆ นะครับเซโร่ ถ้าพวกกิลด์ชั้นนำมาเห็นวิธีการ 'ล่า' แบบรื้อถอนโครงสร้างของคุณ พวกเขาคงได้อกแตกตายกันพอดี" ลูเซียเอ่ยพลางร่ายเวทสกัดกั้นเส้นทางการหนีของบอสตัวสุดท้ายอย่างแม่นยำ
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่จังหวะที่บอสใหญ่ของดันเจี้ยน — อัศวินไร้หัวที่ถือดาบยักษ์อาบเลือด — พุ่งเข้ามา ผมกลับลดอาวุธในมือลงและหยิบชิปข้อมูลสีทองออกมา นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยพละกำลัง แต่เป็นการ 'แทรกแซงระบบ' ที่ผมเตรียมการมาตลอดสิบวันเต็ม
ดาบยักษ์ฟาดลงมาหยุดอยู่ห่างจากใบหน้าของผมเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจเย็นเยียบจากคมดาบปะทะกับผิวหนัง แต่ผมยังคงยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะกะพริบตา
"พลาดแล้ว..." ผมกระซิบ
ชิปข้อมูลในมือถูกเสียบเข้ากับรอยแยกบนเกราะของอัศวินไร้หัวทันทีที่มันชะงักจากการโจมตีที่วืดเป้าหมาย ระบบของดันเจี้ยนสั่นไหวอย่างรุนแรง หน้าจอตรงหน้าผมเปลี่ยนจากสีแดงฉานกลายเป็นสีขาวโพลน ข้อมูลมหาศาลทะลักเข้ามาในสมองดั่งกระแสน้ำป่า ผมเห็นมันแล้ว... รหัสผ่านของการเป็นผู้ถือครองดันเจี้ยนระดับ B แห่งนี้
อัศวินไร้หัวหยุดนิ่งสนิท ราวกับถูกใครบางคนกดปุ่มหยุดเวลา โลกทั้งใบเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง ผมเดินผ่านหน้ามันไปอย่างช้าๆ ก่อนจะวางมือลงบนบัลลังก์ที่ว่างเปล่าตรงหน้า
นี่คือวิธีที่ผมเลือกใช้เพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ไม่ใช่การแลกด้วยเลือด แต่เป็นการเข้าควบคุม 'กลไก' ของโลกที่พวกมันภูมิใจนักหนา
ทันใดนั้น แสงไฟในดันเจี้ยนก็ดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีฟ้าจากระบบที่ผมเพิ่งติดตั้งใหม่ แต่ก่อนที่ผมจะได้เฉลิมฉลองชัยชนะ เสียงแจ้งเตือนที่ผิดปกติก็ดังขึ้นในหัว มันไม่ใช่เสียงจากระบบของผู้เล่นทั่วไป แต่มันเป็นเสียงเตือนระดับ 'ภัยพิบัติ' ที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน
[ตรวจพบการแทรกแซงจากตัวตนภายนอก: สถานะ 'ผู้บุกรุก' ถูกส่งมอบให้กับผู้ใช้งาน 'เซโร่']
[คำเตือน: คุณไม่ได้กำลังเคลียร์ดันเจี้ยน... คุณกำลังถูก 'ล็อก' ไว้ในคุกแห่งนี้เพื่อรอการพิพากษาจาก 'องค์กรที่ไม่มีชื่อ']
ผมขมวดคิ้ว ลูเซียที่อยู่ข้างหลังผมก้าวถอยหลังอย่างเสียอาการ เมื่อเงาสีดำทมิฬค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากบัลลังก์ที่ผมเพิ่งแตะต้อง ร่างนั้นไม่ได้มีรูปร่างชัดเจน แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยพลังงานที่เหนือกว่าระดับ B ไปหลายขุม มันไม่ใช่บอส... แต่มันคือเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาดคนที่รู้ความลับของระบบ
"ดูเหมือนว่า... เราจะเจอเรื่องสนุกเข้าให้แล้วนะครับ ลูเซีย" ผมกล่าวพลางหยิบดาบเล่มเดิมขึ้นมาใหม่ แต่คราวนี้ผมไม่ได้คำนวณเพื่อการเคลียร์ดันเจี้ยนอีกต่อไป
ผมคำนวณเพื่อการ 'สังหารผู้ดูแลระบบ'
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับแผนการที่ไร้ช่องโหว่ของผมในตอนนี้นะครับ
Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย•ตอนที่ 10
เคลียร์ดันเจี้ยนระดับ B
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!