“กดปุ่มนั้นลงไปสิครับ ผมอยากรู้เหมือนกันว่าชีวิตของคนเบื้องหลังอย่างคุณ จะมีราคาค่างวดมากกว่าเศษเหล็กพวกนี้สักกี่เท่าตัว”
น้ำเสียงของผมราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม ผมจ้องมองชายในชุดสูทสีเข้มที่ยืนอยู่ท่ามกลางเงามืดของโถงทางเดิน ปลายนิ้วของเขาสั่นระริกอยู่เหนือปุ่มสีแดงบนรีโมทคอนโทรลรุ่นสั่งทำพิเศษ บรรยากาศรอบข้างเงียบงันจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นเป็นจังหวะคงที่ ผิดกับไอ้ขี้แพ้ตรงหน้าที่กำลังพยายามข่มความกลัวผ่านเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม
“แก... แกมันปีศาจชัดๆ เซโร่!” เขาแผดเสียงสั่นเครือ “แกวางแผนมาทั้งหมดเพื่อต้อนฉันเข้ามุมแบบนี้งั้นรึ!”
ลูเซียที่ยืนอยู่ข้างกายผมเพียงครึ่งก้าว ขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาของเธอไม่ได้มองไปยังชายคนนั้นเลยด้วยซ้ำ เธอกำลังตรวจสอบหน้าต่างสถานะของกิลด์บนโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ฉายออกมาจากนาฬิกาข้อมือด้วยความใจเย็น
“เสียเวลาเปล่าครับ” ลูเซียกล่าวพลางไกวปืนพกในมือเล่น “บอสของฉันไม่ได้เสียเวลา ‘วางแผน’ เพื่อให้ได้มาซึ่งขยะที่ไม่มีค่าหรอก เขาแค่กำลังรอให้ขยะอย่างคุณ... เดินลงไปในหลุมที่ขุดไว้ให้เองก็เท่านั้น”
ผมก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ชายคนนั้นถอยกรูดจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังคอนกรีต เขาพยายามกดปุ่มในมือซ้ำๆ แต่ทว่า... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น รีโมทคอนโทรลนั่นกลายเป็นเพียงพลาสติกไร้ค่า เพราะระบบรักษาความปลอดภัยของตึกนี้ถูกเปลี่ยนเส้นทางสัญญาณไปที่เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของผมตั้งแต่สามนาทีที่แล้ว
“กล่องใบนั้นที่คุณส่งมา... มันไม่ได้มีไว้เพื่อข่มขู่ผม แต่มันเป็นตัวระบุตำแหน่งสัญญาณ (GPS Tracker) ที่ดีเยี่ยมเชียวล่ะ” ผมหยุดยืนตรงหน้าเขา ก้มลงมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง “ขอบคุณนะครับที่มอบดันเจี้ยนทำเลทองแห่งแรกของกิลด์เรามาให้บนพานเงินพานทองแบบนี้”
ชายคนนั้นทิ้งรีโมทลงพื้นด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะหัวเราะร่าออกมาเหมือนคนเสียสติ “แกคิดว่าแกชนะงั้นรึ? ดันเจี้ยนระดับ S ที่แกกำลังยึดครองอยู่... แกไม่มีวันคุมมันได้หรอก! เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้น ไม่ใช่แค่สมบัติ... แต่มันคือคำสาปที่แกจะต้องชดใช้ไปจนวันตาย!”
ผมไม่ตอบโต้ แต่เบี่ยงตัวหลบให้ลูเซียจัดการลากตัวมันออกไป สัมผัสถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากประตูเหล็กกล้าบานยักษ์เบื้องหลัง ดันเจี้ยนลับแห่งนี้คือจุดยุทธศาสตร์ที่ใครก็อยากครอบครอง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าภายใต้ชั้นหินของดันเจี้ยนแห่งนี้ มีทรัพยากรแร่มานาที่บริสุทธิ์ที่สุดในเขตตะวันออกฝังอยู่
ลูเซียเดินกลับมาหาผมหลังจากจัดการคนของฝั่งนั้นจนหมดสิ้น เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “เซโร่ คะ... เอ้อ ผมหมายถึง เซโร่ครับ ระบบสแกนของฉันตรวจพบความผิดปกติบางอย่างด้านใน แรงสั่นสะเทือนระดับ 4 ริกเตอร์กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับว่ามีบางอย่างที่ใหญ่กว่า ‘มอนสเตอร์’ ทั่วไปกำลังตื่นขึ้นมา”
“นั่นแหละครับคือเหตุผลที่เราต้องการที่นี่” ผมหยิบหน้ากากขึ้นมาสวม “ถ้ามันเป็นคำสาป ผมก็จะใช้มันเป็นอาวุธ ถ้ามันเป็นภัยพิบัติ ผมก็จะใช้มันเป็นฐานทัพกิลด์จักรพรรดิที่ไร้พ่ายที่สุด”
เราก้าวข้ามผ่านธรณีประตูที่เปิดออกด้วยรหัสผ่านที่ผมดึงข้อมูลมาจากสมองของคนผู้นั้น ภายในคือห้องโถงกว้างสุดลูกหูลูกตาที่เต็มไปด้วยผลึกมานาสีครามส่องสว่างสะท้อนกับผนังหิน ทว่าท่ามกลางความงดงามนั้น กลิ่นอายของเลือดจางๆ กำลังฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ
ผมหยุดเดิน เมื่อพบกับวัตถุแปลกประหลาดที่วางอยู่บนแท่นศิลาใจกลางห้อง มันไม่ใช่หีบสมบัติ แต่เป็น ‘เกราะเหล็ก’ ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่เพียงลำพัง บนเกราะนั้นมีรอยร้าวที่ดูเหมือนจะสลักเป็นอักษรโบราณบางอย่าง ซึ่งเมื่อผมเพ่งมองดูดีๆ รอยร้าวนั้นไม่ได้เกิดจากการโจมตี... แต่มันเหมือนกับว่าเกราะนี้กำลัง ‘แตกออก’ จากภายใน
“เซโร่... นั่นมันรอยแยกมิติครับ” ลูเซียชักดาบออกมาทันที น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเป็นจริงจัง “สิ่งที่อยู่ในเกราะนั่น ไม่ใช่ไอเทม แต่เป็น ‘ผู้เฝ้าประตู’ ที่ถูกผนึกไว้”
ผมยื่นมือออกไปสัมผัสกับเกราะเหล็กนั้นอย่างใจเย็น ความเย็นเยียบแล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระดูกสันหลัง เสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังสะท้อนอยู่ในหัวของผม ราวกับว่ามีคนนับร้อยกำลังตะโกนก้องในความว่างเปล่า ทันใดนั้น ดวงตาที่สลักอยู่บนหมวกเกราะก็ลืมตาขึ้นเป็นสีแดงฉาน
เสียงเครื่องจักรทำงานดังครืดคราดทั่วห้อง พื้นที่ผมยืนอยู่เริ่มแยกตัวออกเผยให้เห็นห้วงมิติดำมืดเบื้องล่าง และก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว แผ่นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนลูเซียต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“มันไม่ได้ตื่นเพราะเราเข้ามา...” ผมพึมพำเมื่อเห็นหน้าจอระบบของผมขึ้นตัวอักษรสีเลือดแจ้งเตือนภัยคุกคามระดับ ‘หายนะ’ “แต่มันตื่นขึ้นมารอเรา... โดยมีใครบางคนล็อกเป้าหมายให้มันมาโดยตลอด”
ที่มุมมืดของห้องโถงนั้น มีเงาของใครบางคนก้าวออกมา... รูปร่างของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด และเขากำลังถือรีโมทอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นรีโมทชนิดเดียวกับที่ผมเพิ่งยึดมาได้เมื่อครู่ แต่ครั้งนี้... ปุ่มที่เขากดลงไป ไม่ใช่การทำลายที่นี่ แต่เป็นการปลดล็อกพันธนาการตัวสุดท้ายที่ทำให้มอนสเตอร์ในชุดเกราะนั่นพุ่งเข้าหาผมด้วยความเร็วเหนือแสง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางสู่ความเป็นหนึ่งของผมนะครับ
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย•ตอนที่ 16
ขยายอาณาเขต
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!