ความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของกิลด์เซโร่-ซัม ดิ่งลึกลงจนแทบจะได้ยินเสียงการไหลเวียนของโลหิตในเส้นเลือด
แรงกดดันระดับ S-Rank ที่แผ่ออกมาจากเหล่าหัวหน้าฝ่ายบริหารและสภาสูงของสมาคมฮันเตอร์โลกกำลังบดขยี้อากาศรอบตัวให้กลายเป็นของแข็ง ทว่า เซโร่กลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเขายังคงประดับอยู่ราวกับปีศาจผู้กำลังทอดมองฝูงมดปลวกที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกำมือ
"ผมกล้าพอที่จะเปลี่ยนพวกท่านให้กลายเป็นพลังงานขับเคลื่อนกิลด์ของผมไงล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเซโร่ดังขึ้น ทำลายความอึดอัดนั้นลงอย่างสิ้นเชิง สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นไร้กรอบกวาดมองผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกแต่ละคนที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มซีดเผือด ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของฮันเตอร์ระดับสูงถูกสั่นคลอนด้วยความจริงอันโหดร้ายที่ว่า กิลด์เซโร่-ซัมไม่ได้เป็นเพียงแค่กลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อผลกำไร แต่มันคือจักรวรรดิที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งแม้กระทั่งสมาคมผู้ควบคุมกฎ
ลูเซียที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังเงาของเซโร่ ปลดปล่อยออร่าเวทมนตร์สีครามจางๆ ออกมาเพื่อคุมเชิงสถานการณ์ ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอแตะลงบนแท็บเล็ตโฮโลแกรมเพื่อส่งคำสั่งลับบางอย่างไปยังกองกำลังหน่วยรบพิเศษของกิลด์
"ท่านเซโร่... ท่านคงไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟกองใหญ่แค่ไหน" ชายชราผู้เป็นตัวแทนสภาสูงเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัว "การทำลายพวกเรา... เท่ากับการประกาศสงครามกับระบบโครงสร้างทั้งหมดของโลกใบนี้!"
เซโร่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดลงฮวบฮาบ
"สงครามเหรอครับ?" เซโร่ทวนคำ พลางลุกขึ้นยืนช้าๆ เต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากมานาสีดำสนิทไหลทะลักออกจากร่างของเขาอย่างไร้การควบคุม จนพื้นหินอ่อนราคาแพงใต้ฝ่าเท้าเริ่มปริร้าวเป็นทางยาว "พวกท่านเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วครับ... ผมไม่ได้มาเพื่อประกาศสงคราม แต่ผมมาเพื่อ 'จบ' สงครามที่พวกท่านเป็นคนเริ่มต่างหาก"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของเซโร่ก็หายวับไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงคลื่นกระแทกโซนิกที่ซัดเอาเอกสารและโต๊ะไม้เนื้อแข็งปลิวว่อน พริบตานั้น ปลายดาบสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าก็จ่ออยู่ที่ลำคอของตัวแทนสภาสูงผู้นั้นโดยที่ไม่มีใครมองทันแม้แต่เงา
เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าของชายชรา ลมหายใจสะดุดกึก ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม—ใกล้เสียจนเขาสัมผัสได้ถึงความหนบหนับของกลิ่นอายคาวเลือดที่เคลือบอยู่บนคมดาบ
"จำไว้ให้ดีนะครับ..." เซโร่โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน "บนกระดานหมากรุกตัวนี้... มีเพียงผู้เล่นที่มีสิทธิ์เดินหมากเท่านั้นที่จะรอดชีวิต ส่วนพวกเศษสวะที่หมดประโยชน์..."
เซโร่กวาดสายตามองทุกคนในห้องด้วยแวดตาดุดั่งพญามาร
"...มีค่าแค่เป็นฐานรองให้ผมก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดเท่านั้น"
เขากดปลายดาบลงเพียงเล็กน้อยจนผิวหนังมีเลือดซึมไหลออกมาเป็นทางยาว ก่อนจะสะบัดข้อมือเก็บอาวุธกลับเข้าสู่เกราะมิติอย่างไร้ร่องรอย แรงกดดันทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่เกาะกุมหัวใจของทุกคนไว้จนแน่น
"ลูเซีย จัดการเคลียร์พื้นที่และถ่ายโอนอำนาจการบริหารทั้งหมดตามแผนเบอร์ศูนย์... ผมต้องไปทำธุระสำคัญบางอย่าง" เซโร่เอ่ยสั่งเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเหยื่อที่เพิ่งรอดพ้นจากความตาย
"รับทราบค่ะ... เอ่อ รับทราบครับท่านเซโร่" ลูเซียตอบรับด้วยรอยยิ้มมุมปาก เผลอใช้คำพูดติดปากเดิมแต่ก็รีบแก้คำอย่างรวดเร็วเมื่อสบตากับเซโร่
ณ ห้องนิรภัยใต้ดินระดับโอลด์บลัด (Old-Blood Vault) ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางพลังงานมานาบริสุทธิ์ของกิลด์เซโร่-ซัม แสงไฟสีฟ้าอมม่วงสาดส่องกระทบกับผนังห้องที่สลักด้วยอักขระโบราณนับหมื่นตัว อากาศที่นี่หนาแน่นไปด้วยอนุภาคมานาที่บริสุทธิ์เสียจนกลั่นตัวกลายเป็นละอองหมอกสีขาว
เซโร่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ ณ ใจกลางวงแหวนเวทโบราณที่ส่องประกายระยิบระยับ เขานั่งลงขัดสมาธิ หลับตาลงช้าๆ และเริ่มปรับลมหายใจให้สอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจ
นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด... ขีดจำกัดของมนุษย์ฮันเตอร์ระดับ S-Rank กำลังจะถูกฉีกกระชากออกในไม่ช้า
ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้าของเซโร่ในรูปแบบโฮโลแกรมโปร่งแสง รัวเร็วราวกับพายุฝน
[คำเตือน: ตรวจพบความหนาแน่นของมานาเกินขีดจำกัดปลอดภัย 300%]
[คำเตือน: ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถรองรับพลังงานระดับพระเจ้าได้โดยตรง ความเสี่ยงในการระเบิดตัวตาย: 99.99%]
[ระบบกำลังบังคับใช้โปรโตคอลฝืนกฎเกณฑ์... ยืนยันการทะลวงขีดจำกัด (Over-Limit Breakthrough) หรือไม่?]
เซโร่ลืมตาขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสيดำสนิทสะท้อนแสงสีแดงของระบบอย่างไร้ความหวาดกลัว มุมปากของเขายกย่องขึ้นเล็กน้อยในแบบฉบับของคนอร์ผู้กุมความลับของจักรวาล
"เกณฑ์ความปลอดภัยเหรอครับ? ของแบบนั้นมันมีไว้สำหรับคนอ่อนแอที่พึ่งพาโชคชะตาเท่านั้น"
เซโร่พึมพำกับตัวเองเบื้องหน้าความว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยคำสั่งเด็ดขาดออกไป
"ยืนยัน... ทะลวงขีดจำกัด"
ตูมมมมมมมม—!
แรงระเบิดจากคลื่นมานาสีดำและทองพวยพุ่งทะลุเพดานห้องนิรภัยใต้ดินพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับลำแสงแห่งการพิพากษา พื้นดินทั่วทั้งเมืองหลวงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหวระดับ 8 ริกเตอร์ ท้องฟ้าที่เคยปรากฏดวงดาวกลับถูกย้อมด้วยความมืดมิดสนิทไร้แสงจันทร์ มวลอากาศบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น แรงโน้มถัดรอบตัวเซโร่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ภายในห้วงจิตสำนึกของเซโร่ โลกสีขาวโพลนปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ร่างเงาสีทองอร่ามรูปร่างสูงใหญ่ราวกับเทพเจ้าโบราณกาลยืนตระหง่านขวางทางอยู่ มันคือ "เจตจำนงแห่งระบบดั้งเดิม" ผู้ควบคุมกฎเกณฑ์ของจักรวาลฮันเตอร์มานับพันปี
[เจ้า... มนุษย์ผู้ต่ำต้อย กล้าดีอย่างไรฝืนกฎแห่งสรรพสิ่ง?] เสียงกึกก้องราวดั่งสายฟ้าฟาดดังขึ้นในหัวของเซโร่ สะเทือนวิญญาณจนแทบแตกสลาย
เซโร่ในร่างจิตสำนึกแย้มยิ้มอย่างเยือกเย็น เขาไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว กลับเดินตรงเข้าไปหาเทพเจ้าเบื้องหน้าอย่างองอาจ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะที่ด้ามจับดาบแห่งความว่างเปล่าที่เหน็บอยู่ข้างเอว
"กฎเหรอครับ?" เซโร่เอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาสีดำสนิทลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งอำนาจที่เหนือกว่า "จากนี้ไป... ผมนี่แหละคือผู้บัญญัติกฎ"
เขาวาดดาบฟันออกไปเพียงหนึ่งเฮือก ท่ามกลางห้วงมิติที่แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
รอยแยกสีดำสนิทกลืนกินร่างของเทพเจ้าแห่งระบบเข้าไปในพริบตา เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังสนั่นหวั่นไหวทั่วห้วงจักรวาล ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความสงบเงียบ
[ติ๊ง! ยืนยันการทำลายขีดจำกัดสำเร็จ]
[ผู้เล่นเซโร่ เลื่อนระดับสู่: "ระดับพระเจ้า" (God-Tier) สำเร็จสมบูรณ์]
[ปลดล็อกสกิลขั้นสูงสุด: "ปฐมบทแห่งการสร้างและทำลาย (Genesis & Oblivion)"]
[คำเตือนระบบ: มีสิ่งแปลกปลอมระดับสูงกำลังเคลื่อนตัวเข้ามายังพิกัดกิลด์ของคุณ... ตรวจพบสัญญาณชีพของบุคคลที่ไม่คาดคิดจากมิติที่สูญหาย]
เซโร่ลืมตาขึ้นช้าๆ ในห้องนิรภัยใต้ดิน ออร่าสีทองและสีดำผสมผสานกันอย่างลงตัวรอบกายของเขา พลังงานมหาศาลที่สามารถลบหายทั้งทวีปได้ภายในพริบตาถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้รอยยิ้มสุขุม
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยแต่ไม่ควรจะปรากฏขึ้นที่นี่ในเวลานี้ ก็ดังแว่วมาจากทางเดินมืดสนิทเบื้องหน้า
"ไม่นึกเลยนะ... ว่าอดีตหมากตัวเล็กๆ อย่างนาย จะปีนป่ายมาถึงตำแหน่งนี้ได้จริงๆ เซโร่"
ร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวขาดวิ่นก้าวพ้นเงาสลัวออกมา ใบหน้าครึ่งซีกถูกปกกปิดไว้ด้วยหน้ากากเหล็กที่สลักลายกางเขนกลับหัว ดวงตาข้างที่มองเห็นทอประกายคมปลาบและเย้ยหยันในเวลาเดียวกัน
เซโร่หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าชะงักไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อตระหนักว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร—คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับดันเจี้ยนระดับ S เมื่อสามปีก่อน
"เธอ... ยังไม่ตายหรอกเหรอครับ ลิลิน"
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดครับ / โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย•ตอนที่ 45
ก้าวข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!