“รอยแผลเป็นบนต้นคอของมันไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่มันคือรอยตำหนิจากปฏิกิริยาเคมีที่ผิดพลาดตอนรวมร่างกับแกนมานาชั้นต่ำ... ลูเซีย คุณมองเห็นมันไหม?”
ผมเคาะนิ้วชี้ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้ม จังหวะการเคาะนั้นสม่ำเสมอราวกับเข็มนาฬิกาที่นับถอยหลังสู่จุดจบของใครบางคน ในห้องโถงกิลด์ที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ผมไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา สายตาของผมจับจ้องอยู่กับหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผ่านระบบอัปเกรดที่เพิ่งติดตั้งสำเร็จ
ลูเซียขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะวางแท็บเล็ตลง เธอมองตามสายตาผมไปที่โฮโลแกรมสามมิติของออร์คแม่ทัพที่เพิ่งถูกจัดการไปเมื่อวาน “คุณกำลังจะบอกว่า ที่เราชนะมาได้เมื่อวาน ไม่ใช่เพราะพลังทำลายล้างที่เพิ่มขึ้น แต่มันคือการ ‘จงใจ’ โจมตีจุดที่เปราะบางที่สุดจนโครงสร้างพลังของมันพังทลายลงเองงั้นหรือคะ... อ่า ขออภัยค่ะ ฉันลืมตัวไปหน่อย”
“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง “แต่จำไว้ว่าในกิลด์ของผม เราจะไม่ใช้คำว่า ‘โชคช่วย’ มานิยามชัยชนะ ความแม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์คือสิ่งที่ผมต้องการ ถ้าเป้าหมายมีจุดอ่อน แม้จะเล็กเท่าปลายเข็ม ผมต้องเป็นคนมองเห็นมันก่อนที่คมดาบจะกระทบผิวหนัง”
ผมกดปุ่ม ‘Execute Upgrade’ ลงบนระบบเบื้องหน้า ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็งไหลผ่านไขสันหลังก็แล่นปราดไปทั่วร่าง ดวงตาของผมพร่ามัวไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ภาพโลกตรงหน้าจะเปลี่ยนไป เส้นสายสีแดงนับพันขีดเขียนอยู่บนอากาศเหมือนใยแมงมุม มันคือการจำลองแบบโครงสร้างพลังงานของทุกสิ่งที่ผมมองเห็น
*ติ๊ง!*
[ระบบวิเคราะห์จุดอ่อน: อัปเกรดเสร็จสิ้น]
[ระดับการมองเห็น: 100% ของโครงสร้างความเสียหาย]
[คำเตือน: การใช้งานทักษะนี้ต่อเนื่องจะสูญเสียมานาในอัตราเร่ง โปรดใช้ด้วยความระมัดระวัง]
ผมลุกขึ้นยืน ก้าวเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ของตึกที่ตั้งกิลด์ มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง ฮันเตอร์หลายคนกำลังก้มหน้าก้มตาเดินผ่านไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่า พวกเขากำลังถูกผม ‘วิเคราะห์’ อยู่จากเบื้องบน
“คุณเซโร่ คุณดูเหมือนคนที่มีแผนการใหญ่ในหัว... ยิ่งกว่าตอนที่ยึดอำนาจกิลด์เก่าเสียอีก” ลูเซียเดินตามมาหยุดอยู่ข้างๆ เธอไม่ได้ถามเพื่อหาคำตอบ แต่ถามเพื่อยืนยันสิ่งที่เธอรู้ดีอยู่แล้ว
“การเป็นที่หนึ่งในโลกที่เต็มไปด้วยความเน่าเฟะ ไม่ใช่แค่การมีพลังเยอะที่สุดครับลูเซีย แต่มันคือการเป็นคนเดียวที่รู้ว่า ‘ควรฆ่าใคร’ และ ‘จะฆ่าด้วยวิธีไหนให้จบในนัดเดียว’” ผมหันไปสบตาเธอ แววตาของผมว่างเปล่าไร้ความรู้สึก “สัญญาณที่ผมได้รับจากเหตุการณ์เมื่อวาน มันไม่ได้บอกแค่ว่าศัตรูฉลาดขึ้น แต่มันบอกว่า ‘ใครบางคน’ กำลังทดลองใช้พวกเราเป็นหนูทดลองในเกมกระดานของมัน”
ลูเซียเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด “คุณกำลังจะบอกว่า... ภายในกิลด์ใหญ่ที่เราเคยสังกัด มีหนอนบ่อนไส้ที่ส่งข้อมูลมาให้ศัตรู เพื่อดูว่าคุณจะแก้เกมอย่างไรเมื่อเจอกับสัตว์ประหลาดที่ถูกปรับแต่งพันธุกรรม?”
“ไม่ใช่แค่ในกิลด์เก่าครับ” ผมหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา เขียนตัวเลขชุดหนึ่งลงไป—ตัวเลขที่เปรียบเสมือนรหัสผ่านเข้าสู่ขุมทรัพย์ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง—“แต่เขากำลังเฝ้ามองดูว่า ‘โอเวอร์ลอร์ดซีโร่’ ผู้นี้ จะมีทักษะมากพอที่จะสั่นคลอนรากฐานของพวกเขาได้หรือไม่”
ผมขยับยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความอบอุ่น แต่เป็นรอยยิ้มของพรานที่กำลังต้อนเหยื่อเข้าสู่กับดัก ผมกดเปิดใช้งานระบบวิเคราะห์จุดอ่อนอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายไม่ใช่ศัตรูในดันเจี้ยน แต่เป็นพื้นที่ว่างเปล่ากลางห้องที่ลูเซียยืนอยู่
เส้นใยสีแดงฉานพุ่งออกจากดวงตาของผม มันไม่ได้จับที่ตัวลูเซีย แต่มันกลับจับไปที่ ‘เงา’ ของเธอที่ทอดลงบนพื้น... และนั่นเองที่ทำให้ผมต้องชะงัก
เงาของลูเซียไม่ได้มีรูปร่างตรงกับตัวจริงของเธอ
ตรงข้อมือของเงาที่ควรจะเป็นเพียงความว่างเปล่า กลับมี ‘รอยโซ่ตรวน’ ปรากฏชัดเจน เส้นใยสีแดงของระบบวิเคราะห์จุดอ่อนขีดเขียนคำว่า [ผนึกตราประทับ: ระดับจักรพรรดิ] วนรอบข้อมือนั้น
“ลูเซีย” ผมเรียกชื่อเธอเบาๆ น้ำเสียงของผมยังคงสุขุมเยือกเย็นตามเดิม แต่ในใจกลับเร่งอัตราการเต้นให้เร็วขึ้น “ช่วยหันหลังกลับไปมองที่เงาของคุณทีครับ ผมว่าคุณอาจจะอยากอธิบายอะไรบางอย่างให้ผมฟัง ก่อนที่ผมจะเผลอใช้ทักษะใหม่นี้กับ... สิ่งที่ควบคุมคุณอยู่”
ลูเซียตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้หันไปมองเงาตามที่ผมบอก แต่เธอกลับค่อยๆ เอื้อมมือไปจับที่คอเสื้อของตัวเอง มือของเธอสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเชื่องช้าจนเผยให้เห็นรอยสักสีดำสนิทที่กำลังเต้นเร่าๆ ราวกับมีชีวิตอยู่ใต้ผิวหนัง
“ฉันรอให้คุณมองเห็นสิ่งนี้มานานเกินไปแล้วค่ะ เซโร่” เธอหันกลับมา แววตาที่เคยฉลาดหลักแหลมตอนนี้ดูเลื่อนลอยและหวาดกลัว “คนที่คุณเรียกว่าศัตรู... เขาไม่ได้อยู่ในดันเจี้ยน และเขาไม่ได้อยู่ในกิลด์เก่าของคุณ... แต่เขากำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องนี้แล้ว”
*ปัง!*
ประตูไม้โอ๊กบานยักษ์ถูกกระชากให้เปิดออกด้วยแรงมหาศาล เศษไม้แตกกระจายดั่งห่าฝน ชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพจนน่าสะอิดสะเอียน ในมือของเขากำลังถือหน้ากากสีเงินที่คุ้นตา—หน้ากากที่เป็นสัญลักษณ์ของบุคคลที่ผมสาบานไว้ว่าจะไม่ให้มีชีวิตอยู่เห็นวันพรุ่งนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสู่การเป็นที่หนึ่งนะครับ
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย•ตอนที่ 7
ทักษะติดตัวที่เหนือชั้น
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!