"นายคิดจริงๆ เหรอว่าการก้าวข้ามทุกอย่างได้ คือการเป็นผู้ชนะ... เซโร่? นายลืมไปแล้วหรือว่า 'เศษเสี้ยว' ของตัวนายที่นายทิ้งไว้ในดันเจี้ยนแห่งแรกสุด ตอนนี้มันเติบโตขึ้นจนกลายเป็นสิ่งที่นายกำลังจะพ่ายแพ้ให้เสียเอง"
คำพูดของเงาสีดำสนิทที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าไม่ได้ทำให้ผมสะทกสะท้าน แม้บรรยากาศภายในห้องลับใต้ชั้นหินของดันเจี้ยนระดับ SS จะกดทับจนอากาศแทบกลายเป็นของแข็ง ผมยังคงยืนนิ่ง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือแท็บเล็ตโฮโลแกรมที่แสดงค่าสถานะของกิลด์ 'Zero-Sum' ที่กำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดของโลก
"ความพ่ายแพ้เป็นเพียงตัวเลขที่ยังไม่ได้ถูกคำนวณเข้าในสมการของผม ลูเซีย เตรียมบันทึกข้อมูลส่วนที่เหลือได้แล้ว" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนก
ลูเซียที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อมองไปที่จารึกโบราณที่สลักอยู่บนผนังหินสีครามตรงหน้า อักขระประหลาดที่ค่อยๆ เรืองแสงขึ้นนั้นไม่ใช่ภาษาของฮันเตอร์ แต่มันคือภาษาเขียนที่มนุษย์ใช้บันทึก 'เหตุการณ์'
"เซโร่... สิ่งที่คุณกำลังจะเห็น มันอาจจะทำลายความหมายของการมีชีวิตอยู่ของฮันเตอร์ทุกคนในโลกนี้ รวมถึงตัวคุณด้วย" ลูเซียเตือน พลางขยับแว่นสายตาที่สะท้อนแสงสีน้ำเงินจากจารึก
ผมก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ผนังหินนั้น ความเย็นเยียบของดันเจี้ยนซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก แต่มันเทียบไม่ได้กับความเย็นเยียบที่แล่นผ่านสมองเมื่อสายตาไล่อ่านข้อความบนจารึกนั้น
[รหัสโครงการ: Reality_Sandbox_09]
[เป้าหมาย: สังเกตการณ์การดิ้นรนของสิ่งมีชีวิตภายใต้สภาวะวิกฤต (ฮันเตอร์และดันเจี้ยน)]
[หมายเหตุ: ตัวแปร 'เซโร่' ได้รับการยกระดับสูงเกินขีดจำกัดที่คำนวณไว้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบสถานะ 'เศษเสี้ยว' ที่ทิ้งไว้เพื่อการรีเซ็ตระบบ]
ผมหยุดอ่านเพียงแค่นั้น ลมหายใจที่ควรจะปกติกลับกระตุกวูบ ทุกอย่างที่ผมสร้าง... ทุกการวางแผน ทุกการเสียสละที่ผมมองว่าเป็นหมากในกระดานเพื่อก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่ง แท้จริงแล้วเป็นเพียงอัลกอริทึมในเกมทดลองของผู้ที่เหนือกว่างั้นหรือ?
"โลกนี้คือเกมทดลอง" ลูเซียพึมพำ น้ำเสียงของเธอแห้งผาก "พวกเราไม่ใช่ผู้เล่น แต่เป็นเพียงหนูทดลองที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ฆ่าฟันกันเองเพื่อดูอัตราการรอดชีวิต... เซโร่, 'เศษเสี้ยว' ที่คุณทิ้งไว้ในวันนั้น มันไม่ใช่แค่ตัวคุณ แต่มันคือโปรแกรมแก้ไขข้อบกพร่อง (Patch) ที่ผู้สร้างส่งมาเพื่อลบคุณทิ้ง"
ผมแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เย็นชาจนแม้แต่เงาสีดำตรงหน้ายังต้องถอยร่นไปก้าวหนึ่ง ผมไม่ได้โกรธ และไม่ได้เศร้า เพราะในฐานะนักวางแผน สิ่งที่น่าสนใจกว่าความตาย คือการรู้วิธีเอาชนะกฎของเกมนี้
"ถ้ามันเป็นแค่เกมทดลอง" ผมหันไปมองลูเซีย แววตาของผมคมกริบดุจใบมีด "งั้นเราก็แค่ต้องทำให้ผู้สร้างเห็นว่า หนูทดลองตัวนี้สามารถกลายเป็นไวรัสที่ทำลายระบบของพวกเขาได้"
ทันใดนั้น เสียงเตือนจากระบบส่วนตัวของผมก็ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจปกติ แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนระดับสูงสุดที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน
[คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'เศษเสี้ยว' ของผู้ใช้งานในระยะประชิด]
[ระบบกำลังทำการลบข้อมูลสำรองของตัวละคร 'เซโร่']
ผนังหินรอบด้านเริ่มสั่นสะเทือน เสียงกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหว พื้นที่ใต้ดินที่พวกเรายืนอยู่ค่อยๆ บิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกชะล้างด้วยน้ำฝน ลูเซียคว้าแขนผมไว้แน่น สายตาของเธอจ้องเขม็งไปที่เงามืดที่ค่อยๆ เคลื่อนที่ออกมาจากจารึก มันไม่ใช่เงาที่ไร้รูปร่างอีกต่อไป แต่มันคือชายผู้หนึ่ง... ชายที่มีใบหน้าเหมือนผมทุกประการ ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและอำนาจมืดมิดที่ผมไม่เคยครอบครอง
"ในที่สุดเราก็ได้พบกัน" ร่างนั้นเอ่ย เสียงของเขาคือเสียงของผม แต่ทุ้มต่ำและไร้ความรู้สึก "นายคือเซโร่ตัวจริงที่สร้างกิลด์อันยิ่งใหญ่... ส่วนฉัน คือเซโร่ที่เป็นคำตอบของสมการที่นายละทิ้งไว้"
ชายคนนั้นยกมือขึ้น ปลายทางของนิ้วมือไม่ได้ชี้มาที่หัวใจของผม แต่ชี้ไปที่แกนกลางของระบบดันเจี้ยนที่เชื่อมต่อกับทั้งโลกภายนอก
"ลาก่อนนะ... เจ้าของร่างต้นฉบับ" เขาขยับยิ้ม "เพราะตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เกมนี้จะเป็นของฉันเพียงผู้เดียว"
แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าปะทะร่างของผมจนกระเด็นไปกระแทกผนัง ลูเซียร้องเรียกชื่อผมด้วยความตระหนก แต่ผมทำได้เพียงจับจ้องไปยังชายตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า มือของผมยังคงกำดาบแน่น แม้ความทรงจำในอดีตกำลังเริ่มเลือนหายไปจากการรีเซ็ตของระบบ ผมก็ยังไม่ยอมให้ทุกอย่างจบลงเพียงแค่นี้
เพราะในวินาทีที่เขากำลังจะลงมือสังหาร ผมได้ฝัง 'ไวรัสข้อมูล' ลงในจารึกตั้งแต่ตอนที่สัมผัสผนังครั้งแรก... และไวรัสตัวนั้น กำลังเริ่มกัดกินระบบป้องกันของผู้สร้างจากภายใน
"นายคิดว่านายชนะแล้วงั้นหรือ?" ผมพยุงร่างลุกขึ้น เช็ดเลือดที่มุมปากอย่างใจเย็น "นายลืมกฎข้อสำคัญไปอย่างหนึ่ง... ในเกมที่ทุกอย่างเป็น Zero-Sum ถ้ามีผู้ชนะ ก็ต้องมีผู้ที่สูญเสียทั้งหมด... ซึ่งในเคสนี้ ไม่ใช่ฉัน"
ร่างของชายคนนั้นหยุดชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเขาแข็งค้าง เมื่อเขาสังเกตเห็นว่ามือของตัวเองเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาเหมือนกับผม ทว่ามันรุนแรงกว่าหลายเท่า
"แกทำอะไรลงไป!" เสียงของเขาสั่นเครือ
ผมขยับรอยยิ้มที่สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะปิดฉากบทสนทนาสุดท้ายที่ทำให้อีกฝ่ายต้องตระหนกถึงขีดสุด
"ฉันไม่ได้ทำลายระบบหรอกนะ... ฉันแค่เชื่อมต่อชีวิตของนาย เข้ากับเซิร์ฟเวอร์หลักของผู้สร้างโดยตรง" ผมขยับเข้าไปใกล้ข้างหูเขา พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ทีนี้ลองดูสิ ว่าเมื่อแกตาย... พวกผู้สร้างที่แอบดูเราอยู่ จะหนีไปไหนได้บ้าง"
แสงสีแดงวาบไปทั่วดันเจี้ยน เสียงสัญญาณเตือนจากโลกภายนอกดังระงมทั่วเมืองหลวง ฮันเตอร์ทั่วโลกต่างแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กำลังแตกสลายราวกับกระจก
ความโกลาหลที่ผมเป็นคนเริ่มต้นขึ้น กำลังจะกลายเป็นจุดจบของทุกชีวิต... รวมถึงผู้สร้างที่คิดจะทดลองเรา
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางที่แสนโหดร้ายและงดงามนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย•ตอนที่ 36
ความจริงในประวัติศาสตร์
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!