“ถ้าท่านเลือกทางนั้น ประวัติศาสตร์ของกิลด์ศูนย์รวมจักรพรรดิจะถูกจารึกไว้ว่าเราชนะด้วยการเหยียบย่ำซากศพของมิตรสหาย... และถ้าท่านเลือกอีกทาง โลกใบนี้ก็จะไม่มีวันได้เห็นรุ่งอรุณอีกต่อไป”
เสียงของลูเซียสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตาสีมรกตของเธอกลับแน่วแน่ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ปลายเรียวลิ้นของเธอกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ท่าماกลางความเงียบงันภายในห้องบัญชาการลับใต้ดิน ชั้นใต้ดินระดับเจ็ดของกิลด์เซโร่-ซัม
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดเวทมนตร์กาลานุกรมสะท้อนเงาใบหน้าของเซโร่ให้ดูคมชัดและเยือกเย็นราวกับรูปสลักหินอ่อน ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทไร้รอยยับไม่ได้เอ่ยปากตอบทันที นิ้วมือเรียวยาวของเขากำลังเคาะลงบนโต๊ะไม้ฮอกกี้เนื้อดีเป็นจังหวะสม่ำเสมอ *ตึก... ตึก... ตึก...* ทุกเสียงที่กระทบพื้นผิวไม้เปรียบเสมือนเสียงเข็มนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลก
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าแสดงสถิติความเสียหายของแนวป้องกันด่านสุดท้าย สมาชิกกิลด์ระดับสูงเจ็ดสิบคนนอนแน่นิ่งในสถานะ ‘สูญหาย’ ซึ่งในศัพท์ของระบบฮันเตอร์ นั่นหมายความว่าร่างของพวกเขาถูกกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณเพื่อใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อน ‘ประตูมิติอเวจี’ ที่กำลังเปิดอ้ากว้างขึ้นทุกที
“เราคำนวณต้นทุนผิดไปสินะ ลูเซีย” เซโร่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก หรือแม้กระทั่งความโกรธเกรี้ยว เขายังคงรักษาท่าทีสุขุมราวกับผู้นำตระกูลใหญ่ที่กำลังตรวจทานงบดุลประจำไตรมาส ไม่ใช่คนที่กำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งการล่มสลายของมนุษยชาติ
“ไม่ใช่ความผิดของท่านค่ะ... เอ่อ ขออภัยครับ เป็นเพราะข้อมูลข่าวกรองของสมาคมฮันเตอร์บิดเบือนตั้งแต่แรก” ลูเซียเกือบเผลอหลุดคำพูดที่คุ้นชิน แต่เธอก็รีบปรับสรรพนามและน้ำเสียงให้กลับมาเป็นทางการอย่างรวดเร็วภายใต้สายตาคมกริบที่ปรายมองมา “พวกมันจงใจซ่อนเร้นระดับความแท้จริงของบอสใหญ่ชั้นที่ร้อย... มันไม่ใช่ระดับจักรพรรดิคลั่ง แต่มันคือ ‘ราชาแห่งความว่างเปล่า’ ที่มีพลังในการรีเซ็ตทุกสิ่งให้กลับเป็นศูนย์”
ศูนย์... ตัวเลขที่เซโร่คุ้นเคยและโปรดปรานที่สุด แต่ในสถานการณ์นี้ มันกลับเป็นตัวเลขที่น่ารังเกียจที่สุด
เซโร่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาแผ่ไอเย็นเยียบออกมาโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะเป็นอดีตฮันเตอร์ระดับต่ำที่ถูกกิลด์ใหญ่หักหลังและโยนลงสู่หลุมศพมอนสเตอร์เมื่อหลายปีก่อน แต่ด้วย ‘ระบบ’ ที่เขาได้รับมา ทำให้เขาสามารถไต่เต้าจนกลายเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดของโลกใต้ดินได้ด้วยมันสมองและการคำนวณที่ไร้ช่องโหว่
ทว่า วันนี้ การคำนวณของเขากลับมาถึงทางตัน
“ทางเลือกแรก...” เซโร่ก้าวเดินไป1ก้าว หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าแผนที่สามมิติของมหานครโตเกียวที่กำลังถูกความมืดกลืนกิน “ใช้คริสตัลพลังงานวิญญาณบริสุทธิ์ที่รวบรวมมาจากชีวิตของสมาชิกกิลด์ทั้งหมดห้าร้อยคน เสียสละพวกเขาให้กลายเป็นพลังงานเพื่อปิดผนึกประตูมิติ... กิลด์ของเราจะรอด เราจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือสมาคมฮันเตอร์ทั้งหมด เพราะเราคือผู้กู้โลก แต่แลกมาด้วยการเป็น ‘ฆาตกร’ ที่สังหารพรรคพวกของตนเองด้วยมือของกิลด์เราเอง”
ลูเซียเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอย่อมรู้ดีว่าสมาชิกห้าร้อยคนนั้นไม่ใช่แค่คนงานทั่วไป แต่พวกเขาคือสหายร่วมเป็นร่วมตายที่เชื่อมั่นในตัวเซโร่ ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีมาอยู่ใต้ร่มธงของกิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย
“แล้วทางเลือกที่สองล่ะคะ... ท่านเซโร่” เธอถามเสียงแผ่วเบา รู้อยู่แก่ใจว่ามันคือทางเลือกที่เจ็บปวดที่สุด
เซโร่หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึงก้นบึ้ง “ทางเลือกที่สอง... คือการที่ฉันจะใช้ ‘เนตรแห่งศูนย์รวม’ สละพลังชีวิตทั้งหมดและระดับเลเวลที่สะสมมาตลอดชีวิตของฉัน เพื่อดึงประตูมิตินั้นให้กลับเข้าไปในร่างของฉันเอง แล้วให้เธอนำกำลังพลที่เหลือหนีไป... จากนั้นสั่งระเบิดทำลายล้างฐานทัพนี้ทิ้งเสีย”
“ไม่ได้นะ!” ลูเซียโพล่งออกมาเสียงดังลั่น ลืมตัวตนและมาดของรองหัวหน้ากิลด์ผู้สุขุมไปชั่วขณะ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวย “ถ้าท่านทำแบบนั้น ท่านก็จะตาย! และกิลด์เซโร่-ซัมที่ท่านสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อล่ะ? ท่านจะทิ้งมันให้คนอื่นฮุบไปอย่างนั้นหรือคะ... ไม่สิ, ครับ!”
“ลูเซีย” เซโร่เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง เขายื่นมือหนาออกไปวางบนไหล่บางที่กำลังสั่นเทาเบาๆ สัมผัสจากฝ่ามือของเขาอบอุ่นเสมอ ทว่าในยามนี้มันกลับทำให้หัวใจของหญิงสาวเจ็บแปลบ “เธอจจำวันที่เราพบกันครั้งแรกได้ไหม? เธอก็เป็นศัตรูที่ฉันเกือบจะฆ่าทิ้ง แต่ฉันเลือกที่จะดึงเธอมาอยู่ข้างกาย เพราะฉันมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชาของเธอ”
“...จำได้ค่ะ” เธอกลั้นสะื้น
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยทำอะไรโดยปราศจากการคำนวณ ฉันเกลียดการขาดทุน ฉันเกลียดการลงทุนที่ไม่ได้ผลตอบแทน” เซโร่ระบายยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเยือกเย็น “แต่การปกป้องเธอ และปกป้องอนาคตของโลกใบนี้... มันคือการลงทุนครั้งเดียวในชีวิตที่ฉันยอม ‘ขาดทุนยับเยินที่สุด’ โดยไม่เสียดายเลยแม้แต่วินาทีเดียว”
“ท่านเซโร่...”
“ฟังคำสั่งของฉันให้ดี ลูเซีย” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนกลับมาเป็นประกาศิต เด็ดขาด และทรงอำนาจจนเธอต้องยืนตรงตามสัญชาตญาณ “เมื่อฉันก้าวเข้าไปในเขตแดนของราชาแห่งความว่างเปล่า เธอนับถอยหลังสามสิบวินาที แล้วกดสวิตช์ทำลายตัวเองทันที... ไม่ต้องรอ ไม่ต้องลังเล และห้ามหันหลังกลับมามองเด็ดขาด”
เซโร่ผละมือออกจากไหล่ของเธอ เขาหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูเหล็กกล้าหนาเตอะที่กำลังสั่นสะเทือนจากแรงกระแทกของมอนสเตอร์ระดับหายนะเบื้องนอก เบื้องหลังคือความตายที่รออยู่ เบื้องหน้าคือชีวิตของคนนับล้าน และที่สำคัญที่สุด... คือชีวิตของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเขามาตลอดสงครามการแย่งชิงอำนาจนี้
ลมหายใจของลูเซียขาดห้วง สมองของเธอกำลังประมวลผลคำสั่งที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต เธอยกมือขึ้นสั่นเทา ควบคุมปุ่มแผงควบคุมระเบิดฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดสีน้ำมัน นิ้วเรียววางอยู่บนปุ่มกระจกใสที่ภายใต้มีกลไกสีแดงฉานรอการกด
*ปัง!*
เสียงประตูเหล็กกล้าบานยักษ์ด้านหน้ายุบตัวลงครึ่งหนึ่ง ร่างเงาสสีดำมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
เซโร่หยุดยืนอยู่ที่กึ่งกลางห้อง แสงไฟสีฟ้าจากระบบสเตตัสพุ่งขึ้นปกคลุมร่างของเขาราวกับชุดเกราะแห่งเทพเจ้า เลเวล 999 ของเขาค่อยๆ ลดลงทีละระดับ... 998... 997... 996... ทุกตัวเลขที่ลดลงแลกมาด้วยเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดที่ดังสะท้อนก้องในจิตวิญญาณ
“ลูเซีย... กดสี่สิบล้านเครดิตสุดท้ายเข้าบัญชีของเธอซะ... นั่นคือเงินเดือนล่วงหน้าสำรองสำหรับหัวหน้ากิลด์คนต่อไป”
เซโร่กล่าวทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามอง ขณะที่เขาก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าอันมืดมิดเพียงลำพัง ลูเซียกัดริมฝีปากจนเลือดสดๆ ไหลรินลงมาตามคาง นิ้วมือของเธอกดลงบนปุ่มสีแดงด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมกับน้ำตาหยดสุดท้ายที่ร่วงหล่นกระทบพื้น
แต่ทว่า... ในวินาทีที่นิ้วของเธอกำลังจะจมลงจนสุดแรง หน้าจอโฮโลแกรมหลักของกิลด์กลับปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่เปลี่ยนโทนเสียงจากอันตรายกลายเป็น... การต้อนรับ?
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้ใช้งานรหัสลับ ‘000’]
[สถานะเป้าหมาย: หักล้างคำสั่งทั้งหมด... เจ้าของระบบตัวจริงกำลังเชื่อมต่อ]
เซโร่ชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้าสู่เขตแดนความตาย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เมื่อเงาร่างของใครบางคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่เหตุการณ์หักหลังครั้งอولเมื่อห้าปีก่อน... กำลังก้าวเท้าออกจากประตูมิติที่ควรจะปิดตาย พร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่คุ้นเคยที่สุดเอ่ยทักทายขึ้นว่า
“ไง... น้องชาย ไม่คิดเลยสินะ ว่าแกจะต้องมาตายเพราะคำนวณพลาดแบบนี้?”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย" มาจนถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้นะครับ
Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย•ตอนที่ 49
วิกฤตที่ต้องแลก
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!