"ห้ามขยับตัวเด็ดขาดครับ แผลฉกรรจ์ที่ต้นคอของนายพลหน่วยรบพิเศษคนนั้นกำลังฉีกขาด ถ้าฝืนใช้มานากลบเกลื่อนความเจ็บปวดตอนนี้ เส้นเลือดใหญ่คงระเบิดคาที่..."
น้ำเสียงของลูเซียเย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด เธอกดมือข้างหนึ่งลงบนบาดแผลฉีกขาดของ 'เรย์' หัวหน้าหน่วยจู่โจมแนวหน้าของกิลด์เซโร่-ซัม เลือดสีแดงเข้มยังคงไหลทะลักผ่านร่องนิ้วของเธอ แม้ระบบฟื้นฟูระดับสูงจะทำงานเต็มอัตราศึก แต่พลังงานในแกนกลางของเมืองที่เพิ่งถูกแฮ็กเข้าสู่โหมดทำลายตัวเองเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน กลับส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามหาศาลเข้าบิดเบือนระบบการแพทย์ทั้งหมด ทำให้ยารักษาและเวทมนตร์ฟื้นฟูสูญเสียประสิทธิภาพไปโดยปริยาย
ผมยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสะเก็ดไฟระยิบระยับที่ร่วงหล่นจากเพดานห้องควบคุมหลัก แรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดริกเตอร์จากการนับถอยหลังของระบบระเบิด ทำให้อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสั่นไหวราวกับแผ่นกระดาษ แต่สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาของผมในวินาทีนี้ ไม่ใช่ตัวเลขสีแดงฉานที่กำลังนับถอยหลังเหลือเวลาอีกเพียงสามนาทีบนจอโฮโลแกรมตรงหน้า
แต่มันคือคราบเลือดบนเสื้อเกราะของลูกน้อง ที่นอนเรียงรายอยู่บนพื้นอย่างไร้ระเบียบ
"เซโร่... หัวหน้า... รีบหนีไปเถอะครับ..." เรย์พยายามเค้นเสียงแหบแห้งออกมาจากลำคอ ดวงตาของเขาฝ้าฟางจนเกือบมองไม่เห็น แขนข้างหนึ่งขาดหายไปจากการปะทะกับกลไกป้องกันอัตโนมัติเมื่อครู่ "พวกเรา... ถ่วงเวลาให้คุณได้แค่นี้... มัน... ไม่คุ้มค่ากับที่คุณลงทุนเลยสักนิด..."
คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องควบคุม
ในโลกของฮันเตอร์และระบบผู้กล้าที่ผมเหยียบย่างเข้ามา มนุษย์ถูกตีค่าเป็นเพียงตัวเลข ทรัพยากร และแต้มประสบการณ์ ทุกครั้งที่ผมคำนวณแผนการรบ ผมมักจะหักลบอัตราการสูญเสียในใจเสมอกว่า 'เปอร์เซ็นต์ความเสียหายที่ยอมรับได้' ควรอยู่ที่เท่าไหร่ การเสียสละของหน่วยรบแนวหน้าคือสิ่งที่ถูกคาดการณ์ไว้แล้วในสมการความสำเร็จ เพื่อแลกกับการยึดครองฐานที่มั่นของศัตรู
แต่วันนี้... เมื่อผมก้มมองดูมือของเรย์ที่เอื้อมมาแตะชายเสื้อของผมโดยไม่มีเจตนาแอบแฝงใดๆ นอกจากความภักดีอันบริสุทธิ์ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกหล่อหลอมด้วยความแค้นจากการถูกทรยศในอดีต กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง
นี่ไม่ใช่ตัวเลข... นี่คือลมหายใจ นี่คือมนุษย์ที่เรียกผมว่า 'หัวหน้า' ด้วยความเชื่อมั่นหมดหัวใจ
"เงียบซะเรย์ นายยังมีเวลาอีกมากที่จะได้เห็นกิลด์ของเราก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลก" ผมคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นคอนกรีตที่เปรอะเปื้อนเลือด มือข้างหนึ่งแตะลงที่ไหล่ของเขาเพื่อส่งผ่านพลังมานาบริสุทธิ์เข้าช่วยประคับประคองชีพจรที่กำลังโรยรา "ฉันไม่อนุญาตให้ใครตายทั้งนั้น... โดยเฉพาะคนที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับฉัน"
ลูเซียชำเลืองมองผมด้วยหางตา แววตาของเธอมีความประหลาดใจวาดผ่านอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นขั้นสุดยอด "เซโร่... ถ้าคุณจะใช้มานาทั้งหมดเพื่อยื้อชีวิตพวกเขานอนตรงนี้ เวลาสามนาทีที่เหลือจะไม่พอสำหรับการถอดรหัสระบบทำลายตัวเองนะ... คุณรู้ใช่ไหมว่าเราจะตายกันทั้งหมดที่นี่"
"ปล่อยให้ระบบมันระเบิดไปสิครับ" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความดื้อรั้นที่ลูเซียไม่เคยเห็นมาก่อน "ถ้ากิลด์ของผมต้องสร้างขึ้นมาบนซากศพของคนที่ไว้ใจผม มันก็ไม่มีค่าอะไรที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้"
ผมหันไปมองหน้าลูกน้องนับสิบคนที่นอนบาดเจ็บสาหัส บางคนเสียขา บางคนถูกพิษร้ายแรงกัดกินร่างกายจนผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ทุกคนต่างมองผมด้วยสายตาเดียวกัน สายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความเจ็บปวด
ในอดีต ผมเคยถูกทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยวในดันเจี้ยนระดับ S โดยคนที่ผมเรียกว่า 'สหาย' ความรู้สึกของการถูกหักหลังและปล่อยให้สูญสลายไปอย่างไร้ค่า มันฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมกลายเป็นคนเยือกเย็น คำนวณทุกอย่างเป็นผลลัพธ์ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกลับไปจุดจุดนั้นอีก
แต่ตอนนี้... ผมตระหนักได้แล้วว่า การปกป้องพวกพ้อง ไม่ใช่ความอ่อนแอ... แต่มันคือแก่นแท้ของการเป็น 'จักรพรรดิ' ที่แท้จริง
"ลูเซีย... โอนสิทธิ์การควบคุมทั้งหมดมาที่แหวนของฉัน" ผมสั่งการเสียงเฉียบขาด พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขณะที่มานาสีครามเข้มเริ่มแผ่ขยายออกรอบตัวจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกมหาศาล "ฉันจะหยุดการทำลายตัวเองด้วยกำลังดิบของมานา ไม่ใช่การถอดรหัส"
"คุณบ้าไปแล้วหรือไงเซโร่! นั่นมันระบบป้องกันระดับอารยธรรมโบราณนะ การใช้มานากระแทกตรงๆ จะทำให้ย้อนกลับเข้าสู่ตัวคุณเอง!" ลูเซียร้องท้วงเสียงหลง สีหน้าของเธอถอดสีเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมา
"บางครั้ง... วิธีที่ตรงที่สุด ก็คือวิธีที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดครับ" ผมยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจไร้ช่องโหว่แบบฉบับของโอเวอร์ลอร์ด "ถอยไปดูแลพวกเขาก็พอ"
ผมก้าวไปยืนเบื้องหน้าจอโฮโลแกรมหลักที่กำลังนับถอยหลังเหลือเวลาอีก 45 วินาทีสุดท้าย สูดลมหายใจเข้าลึก
ทว่า... ในวินาทีที่ผมกำลังจะปลดปล่อยมานาทั้งหมดเพื่อเข้ายكคุมระบบรากเหง้าของเมือง หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานนั้นก็ดับวูบลงทันที!
ไม่ใช่เพราะระบบถูกทำลาย... แต่ทว่า ตัวเลขการนับถอยหลังกลับเปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมกับข้อความต้อนรับรูปแบบใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาจากภายนอกเครือข่าย
รอยยิ้มบนใบหน้าของผมแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อชื่อของผู้ส่งสัญญาณปรากฏหราอยู่กลางจอ
*ผู้ใช้งาน: [Z-00] - ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... น้องชาย*
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับกิลด์จักรพรรดิไร้พ่ายมาจนถึงบทนี้นะครับ)
Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย•ตอนที่ 33
ความสูญเสีย
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero-Sum Guild: กิลด์จักรพรรดิไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!