“คนอย่างพี่น่ะเหรอที่รินจะกลับไปหา? อย่าล้อเล่นให้มันน้อยๆ หน่อยเลยธันวา”
รินรดากระชากข้อมือตัวเองออกจากอุ้งมือหนาของอดีตคนรัก แรงบีบที่อีกฝ่ายกระทำนั้นทำให้ผิวขาวจัดขึ้นรอยแดงจางๆ ทว่าสิ่งที่เจ็บกว่าคือความรู้สึกขยะแขยงที่แล่นพล่านอยู่ในอก ร่างบางถอยหลังกรูดไปจนชิดกับผนังตึกคณะสถาปัตย์ ช่วงเวลาโพล้เพล้ที่เหลือนักศึกษาเพียงไม่กี่คนทำให้มุมนี้ดูวังเวงและกดดันจนน่าอึดอัด
ธันวาสวมชุดช็อปวิศวะที่ดูยับยู่ยี่ ดวงตาคมปลาบของเขาฉายแววคุกรุ่น ผสมปนเปไปกับความดื้อรั้นที่เจ้าตัวไม่เคยคิดจะขัดเกลา “รินทร์ยังโกรธพี่เรื่องวันนั้นใช่ไหม พี่รู้ว่าพี่พลาด... แต่ที่พี่ทำไปทั้งหมด พี่ก็แค่ทำเพื่อเรา!”
“เพื่อเรา?” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงของเธอสั่นพร่าด้วยความอัดอั้น “พี่เรียกการเอาความฝันของรินไปขายแลกกับโปรเจกต์ของพี่ว่า ‘ทำเพื่อเรา’ งั้นเหรอคะ? พี่ไม่ได้ทำเพื่อใครเลย ธันวา... พี่แค่ทำเพื่อตัวเอง พี่แค่ต้องการชัยชนะที่สร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อของคนอื่น!”
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาวูบไหวราวกับถูกกระชากหน้ากากที่สวมไว้มานานปีออก “รินทร์... มันเป็นแค่แบบร่างหยาบๆ พี่แค่เอาไปปรับให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ไม่เห็นจะต้องเอามาเป็นประเด็นให้ความรักของเราต้องจบลงเลย”
“มันไม่ใช่แค่แบบร่าง! แต่มันคือตัวตนของริน! พี่ดูถูกความตั้งใจของรินตั้งแต่วันแรกที่คบกัน จนถึงวันที่พี่แอบอ้างสิทธิ์ในผลงานนั้น... นั่นแหละคือวันที่รินตัดสินใจว่า ต่อให้ต้องตาย รินก็จะไม่กลับไปยืนจุดเดิมกับคนอย่างพี่อีก”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมามั่นคง สายตาของเธอมองผ่านไหล่ของธันวาไปเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนนิ่งสนิทอยู่หลังเสาต้นใหญ่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร
หัวใจของเธอร่วงวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างและคุ้นตาในชุดวิศวะสีเลือดหมูที่ดูแข็งขึงผิดปกติ
“กลับไปซะเถอะค่ะธันวา ก่อนที่รินจะตะโกนให้คนทั้งคณะมาดูว่า อดีตประธานรุ่นที่ใครๆ ต่างยกย่อง มีพฤติกรรมขโมยผลงานคนอื่นอย่างไร”
ธันวาขบกรามแน่นจนนูนชัด เขาอยากจะตะคอกกลับ แต่เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวปนสมเพชของหญิงสาวตรงหน้า เขาก็ทำได้เพียงสะบัดหน้าแล้วเดินห่างออกไป ทิ้งให้ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมพื้นที่นี้อีกครั้ง
รินรดาตัวสั่นเทา เธอรู้ดีว่าใครที่ยืนอยู่ตรงนั้น... กวินทร์
เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่แกะสลักขึ้นจากหิน ความเงียบของเขาน่ากลัวกว่าการตะโกนด่าทอหลายเท่านัก ร่างสูงค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟสลัวจากเสาไฟข้างทางสาดกระทบใบหน้าที่มักจะยียวนกวนประสาท แต่วันนี้มันกลับเรียบเฉยจนเธอดูไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“กวินทร์...” รินรดาเรียกชื่อเขาแผ่วเบา
กวินทร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอพอดี กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันเครื่องและกลิ่นอายความอบอุ่นที่เธอคุ้นเคย บัดนี้ดูเหมือนจะมีกำแพงบางอย่างกั้นขวางอยู่ เขาค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะรอยแดงที่ข้อมือเธอ แววตาของเขาวูบไหวด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวด และสับสน
“ถ้าเรื่องที่พี่ได้ยินมาทั้งหมดมันเป็นความจริง...” กวินทร์เว้นจังหวะ เสียงเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า “แสดงว่าที่ผ่านมารินทร์ไม่ได้เลิกกับมันเพราะหมดรัก... แต่เลิกเพราะมันทำลายศักดิ์ศรีของรินทร์สินะ?”
รินรดาน้ำตาคลอเบ้า เธอพยักหน้าช้าๆ “รินไม่เคยอยากบอก... รินไม่อยากให้ใครมองรินเป็นผู้หญิงที่เคยโง่เขลาขนาดนั้น”
กวินทร์ก้มหน้าลงซบหน้าผากของเขาเข้ากับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันจนเธอรับรู้ถึงความสั่นไหวในใจของคนตรงหน้า มือหนาประคองใบหน้าเธอไว้เบาๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไป
“ทำไมถึงไม่บอกฉัน... ทำไมต้องแบกไว้คนเดียวตั้งนาน”
“รินกลัว...” เธอสะอื้น “กลัวว่าถ้ากวินทร์รู้ กวินทร์จะมองรินไม่เหมือนเดิม กลัวว่าความรักของเราจะมีรอยตำหนิจากอดีตที่รินไม่อาจแก้ไขได้”
กวินทร์กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนร่างของเธอแทบจะหลอมรวมไปกับเขา “รินทร์... รอยตำหนิของเธอน่ะ มันคือบทเรียนที่สร้างเธอให้เป็นเธอในวันนี้ต่างหาก และเชื่อเถอะว่าต่อให้โลกทั้งใบจะมองเธอแบบไหน แต่ในสายตาฉัน... เธอคือแบบร่างที่ดีที่สุดที่ฉันเคยเห็นมา”
เขาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะผละออกเล็กน้อยแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังไม่เคยบอกเธอ และมันอาจจะเป็นความลับที่ทำให้คนอย่างฉัน... ไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปคว้าเธอไว้ในตอนแรก”
หัวใจของรินรดาเต้นรัวด้วยความกังวล “เรื่องอะไรคะ?”
กวินทร์หลุบตาลงต่ำ ความลังเลปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมั่นใจในตัวเองเสมอ “เรื่องธันวา... เรื่องที่มันขโมยผลงานเธอไป... จริงๆ แล้ววันที่มันเอาโปรเจกต์นั้นไปเสนอคณะ และได้รับรางวัล...”
เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยแววตาที่หนักแน่นและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน
“คนที่ตรวจแบบร่างนั้น และเป็นคนเซ็นอนุมัติให้มันชนะการแข่งขันในรอบแรก... คือพี่ชายแท้ๆ ของฉันเอง รินทร์... คนที่ทำลายชีวิตเธอในวันนั้น คือคนในครอบครัวเดียวกับฉัน”
ความเงียบเข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่งทันที รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลังของกวินทร์ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ดูคุ้นหูแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น
“น่าประทับใจนะกวินทร์ ที่นายเพิ่งจะสารภาพความจริงกับผู้หญิงคนนี้... แต่ถ้าเธอรู้ว่านายเองก็มีส่วนช่วยฉัน ‘ขัดเกลา’ แบบร่างนั้นให้สมบูรณ์ขึ้นก่อนจะส่งมอบ... เธอจะยังกล้ายืนอยู่ข้างๆ นายอีกไหม?”
เงาของธันวาทาบทับลงมาบนร่างของกวินทร์ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของผู้มาใหม่ ขณะที่กวินทร์ยืนนิ่งราวกับถูกสาป ส่วนรินรดาได้แต่ยืนอึ้ง มองคนทั้งสองสลับไปมาด้วยความรู้สึกที่พังทลายลงในพริบตา
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและอดทนไปกับความกดดันของกวินทร์และรินรดาในบทนี้ แล้วมาพบกันต่อในตอนหน้านะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ -
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 25
ความลับที่กวินทร์ไม่เคยรู้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!