Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 26

เมื่อความปากร้ายกลับมา

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้าคุณต้องการคนคอยปลอบใจประสาคนเหงา ทำไมไม่ไปหาไอ้ธันวาให้มันสมใจอยากล่ะครับ รินรดา? เห็นว่าช่วงนี้ดูสนิทสนมกันดีนี่ หรือว่าของเก่ามันยังเร้าใจไม่พอ ถึงต้องกลับไปรื้อฟื้น?” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยใช้ออดอ้อนในยามปกติ บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความรู้สึก กวินทร์ยืนพิงผนังห้องสมุดคณะสถาปัตย์ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อ มือหนาที่เคยมอบไออุ่นให้เธอ บัดนี้กลับล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ ท่าทางผ่อนคลายของเขามันขัดกับแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะอย่างสิ้นเชิง รินรดาเม้มปากแน่น ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก “คุณพูดเรื่องอะไรคะกวินทร์? รินแค่ไปรับเอกสารที่ธันวาฝากไว้ให้ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องประชดประชันกันด้วย?” “เอกสาร? หรือข้ออ้างที่จะได้ใกล้ชิดกัน?” กวินทร์แค่นหัวเราะ สองเท้าก้าวเข้ามาหาเธออย่างคุกคามจนรินรดาต้องถอยหลังไปพิงชั้นวางหนังสือ “ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนเราจะมีความจำเป็นต้องฝากเอกสารกันกลางดึกที่ร้านกาแฟหน้าหอพักด้วย หรือว่านั่นคือวิถีของสถาปนิกที่หมออย่างผมไม่เข้าใจ?” “คุณตามรอยรินเหรอ...” รินรดาเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดพุ่งพล่านในใจเมื่อตระหนักว่าคนรักของเธอกำลังทำตัวเป็นนักสืบที่ใช้อคติเป็นเครื่องนำทาง “ผมไม่ได้ตาม แต่มีคนหวังดีส่งรูปมาให้ดู” กวินทร์ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างที่ใกล้จนได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นไอของโลหะที่เขาชอบทำเป็นประจำ “เห็นคุณยิ้มให้มัน... ยิ้มในแบบที่ผมไม่เคยเห็นบ่อยนักในช่วงหลังๆ ทำไม? หรือว่าทนความปากร้ายของผมไม่ไหว เลยอยากกลับไปหาความหวานเลี่ยนของไอ้คนทรยศนั่น?” “กวินทร์!” รินรดาตวาดเสียงสั่น “รินไม่เคยทรยศใคร และรินก็ไม่เคยลืมว่าใครเป็นคนทำลายความเชื่อใจของริน! ธันวาเขาแค่มาขอโทษเรื่องในอดีต รินในฐานะหมอ... รินก็แค่รับฟังในสิ่งที่เขาอยากพูดให้จบๆ ไป” “รับฟังจนต้องไปนั่งใกล้กันขนาดนั้นเชียวเหรอ?” กวินทร์โน้มใบหน้าลงมา สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสของหญิงสาว “คุณมันใจดีเกินไปรินรดา... ใจดีจนน่ารำคาญ และไอ้ความใจดีของคุณนี่แหละ ที่มันกำลังจะทำให้ผมเป็นบ้า!” เขาเอื้อมมือไปคว้าคางมนของเธอให้เชิดขึ้น แรงบีบไม่ได้หนักหนาจนเจ็บปวด แต่กลับหนักแน่นพอที่จะตรึงให้เธอหยุดนิ่ง “ถ้าคุณอยากจะเล่นบทนางเอกผู้แสนดีที่ให้อภัยทุกคนได้ แม้กระทั่งคนที่เคยทิ้งคุณไปหาคนอื่น ก็เชิญไปเล่นที่อื่นนะคะ แต่ไม่ใช่กับผม เพราะถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งกับมัน... อย่าหาว่าผมใจร้าย” รินรดาจ้องมองดวงตาคู่ที่เธอเคยรักที่สุด บัดนี้มันเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ “ที่คุณพูดแบบนี้ เพราะคุณไม่เคยเชื่อใจรินเลยตั้งแต่แรกใช่ไหมคะ? คุณเอาแต่กดดันด้วยความคาดหวังของคุณ เอาแต่บงการชีวิตริน เพราะคุณกลัวว่ารินจะเป็นเหมือนแม่ของคุณใช่ไหม?” คำถามนั้นราวกับลูกธนูที่พุ่งตรงเข้ากลางใจกวินทร์ แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเย็นชาดั่งน้ำแข็ง “อย่าเอาเรื่องครอบครัวผมมาอ้างเพื่อแก้ต่างให้ความใจง่ายของตัวเอง รินรดา” เขาปล่อยมือจากคางของเธออย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันหลังเดินหนีไป ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นกระดาษและฝุ่นจางๆ ของห้องสมุด เธอพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าแขนเขาไว้ แต่ศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดกลับรั้งเธอไว้ *‘ความปากร้ายของกวินทร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันไม่เคยรุนแรงและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแบบนี้มาก่อน’* เธอกรีดร้องอยู่ในใจ เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง รินรดายังคงนั่งอยู่ที่เดิม เมย์ที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องสมุดเห็นเพื่อนรักนั่งไหล่สั่นจึงรีบวิ่งเข้ามาโอบกอด “ริน! เป็นอะไรไป? ใครทำอะไรแก?” รินรดาส่ายหน้าไม่อยากเอ่ยคำใด แต่น้ำตากลับไหลพรากออกมาเป็นทาง “เขา... เขาไม่เชื่อใจริน เมย์ เขาพูดเหมือนรินเป็นคนเลวที่คบซ้อนทั้งที่รินไม่เคยคิดแบบนั้นเลย” “ธันวาใช่ไหมที่ทำให้เรื่องบานปลาย?” เมย์กัดฟันกรอด “ฉันว่าแล้วเชียว ผู้ชายคนนี้ไม่มีวันหยุดทำลายชีวิตแกได้จริงๆ” ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังกอดกันปลอบใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องสมุด ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน และพบกับร่างสูงในชุดช็อปวิศวะที่คุ้นตา กวินทร์ไม่ได้มาคนเดียว แต่ในมือของเขากำลังถือถุงกระดาษที่ดูเหมือนจะเป็นยาและของใช้บางอย่าง แต่ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง ธันวาก็เดินเข้ามาจากอีกฝั่งของห้องสมุดในมือถือช่อดอกไม้สีขาวสะอาดตา พร้อมกับสีหน้าเรียบเฉยที่ดูจงใจยั่วยุ กวินทร์หยุดชะงัก แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัวกว่าเดิม เขาวางถุงของในมือลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับธันวาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เยือกเย็นจนคนมองรู้สึกหนาวสันหลัง “มาได้จังหวะพอดีเลยนะไอ้ธันวา” กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าดวงตากลับจับจ้องไปที่รินรดา “ริน... ถ้าคุณอยากจะเคลียร์กับมัน ก็เอาให้จบวันนี้เลยนะ จะได้ไม่ต้องมาทำท่าทางอมทุกข์ให้ผมรำคาญใจอีก” เขาหยิบกุญแจรถยนต์ขึ้นมาควงเล่น “แต่ถ้าวันนี้คุณเลือกมัน... ก็ขอให้มั่นใจนะว่าคุณจะไม่วิ่งกลับมาหาผมอีก เพราะผมไม่ชอบของที่คนอื่นแตะต้องแล้ว” กวินทร์หันหลังให้ทุกคน ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเดินออกไป เขาก็ชะงักเล็กน้อยและพึมพำประโยคที่ทำให้อากาศรอบกายรินรดาเย็นเยียบ “อ้อ... ลืมบอกไป พอดีเมื่อกี้ผมเพิ่งไปรับสายจากคุณแม่คุณมา ท่านบอกว่าคุณไม่ได้ไปหาท่านที่โรงพยาบาลตามนัด เพราะฉะนั้น... สิ่งที่ผมถือมานี่ ก็คงไม่มีความหมายอะไรแล้วล่ะ” เขาวางกล่องแหวนที่แอบซ่อนอยู่ก้นถุงลงบนโต๊ะก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้รินรดายืนแข็งทื่ออยู่กับความจริงที่ว่า... เธอเพิ่งทำลายโอกาสที่จะปรับความเข้าใจครั้งสุดท้ายลงด้วยมือของตัวเอง ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและอดทนไปกับความกดดันของกวินทร์และรินรดาในบทนี้ แล้วมาพบกันต่อในตอนหน้านะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ -
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%